ความลับของ น้ำเต้าหู้

น้ำเต้าหู้ หรือ นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มคู่คนไทยมาตั้งแต่อดีต ณ ปัจจุบันนี้มองไปทางไหนก็จะก็จะเจอน้ำเต้าหู้อยู่ทุกที่ ทุกเวลาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะตลาด รถเข็นข้างทาง เซเว่น และยิ่งไปกว่านั้นเดี๋ยวนี้มีแบบผงชงดื่มเองที่บ้าน สะดวกสะบายกันเลยทีเดียว
เป็นแหล่งไขมันและโปรตีนที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย ในถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยสารอาหารอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน AB, B1, B2, B6, B12 ไนอาซิน และวิตามิน C, D, E และในเมล็ดถั่วเหลืองยังมี “เลซิทิน” อันเป็นสารบำรุงสมอง เพิ่มความทรงจำ ลดไขมันและลดโคเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย ให้โปรตีนเกือบเท่านม มีไขมันที่ดีกว่า คือให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวมากกว่านมช่วยลดโคเลสเตอรอลและลดไขมันในร่างกาย สำหรับคนที่ไม่ดื่มนมเพราะเหตุใดก็ ตาม จะได้รับคำแนะนำให้ดื่มนมถั่วเหลือง

anti-aging

4 สูตรมาร์คหน้า ลบริ้วรอย สูตรธรรมชาติ

4 สูตรลบ ริ้วรอย รอบดวงตา ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ

1.สูตรแครอท ช่วยให้ดวงตาสดใสดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอย จางลง
วิธีทำ : นำแครอทมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปปั่น ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อยพอให้เหนียวเป็นครีมสำหรับพอกหน้าได้ จากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้ 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งแครอทมีวิตามิน และเกลือแร่สูง อีกทั้งยังมีสารเบต้าแคโรทีน สารเพกติน กรดอะมิโนที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวเนียนเรียบ เต่งตึง ชุ่มชื้น รวมถึงเหล็ก แมงกานีส ทองแดงที่จำเป็นต่อการสร้างอีลาสติน และคอลลาเจน จึงช่วยให้ริ้วรอยจางลง ผิวหน้าเต่งตึงดูสดใสอ่อนกว่าวัย

2.สูตรใบบัวบก ลบรอยตีนกาอย่างได้ผล
วิธีทำ : นำใบบัวบกมาล้างให้สะอาดแล้วนำมาปั่น หรือบด พอได้น้ำสดๆ แล้ว ให้นำสำลีมาชุบน้ำใบบัวบก ทาให้ทั่วใบหน้าทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงล้างออก วิธีนี้ควรทำก่อนนอน ซึ่งน้ำใบบัวบกจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ลบรอยตีนกาอย่างได้ผล ทั้งนี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอถึงจะเห็นผล

3.สูตรใบตำลึง เต่งตึง ลดริ้วรอย
วิธีทำ : นำยอด และใบอ่อนมาพอประมาณ นำมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง พอให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ในใบตำลึงมีวิตามินเอสูง ช่วยลดริ้วรอย รอยตีนกา ทำให้ใบหน้าเต่งตึง แถมยังช่วยลดจุดด่างดำบนใบหน้าได้อีกด้วย

4.สูตรมะขามเปียก ลดริ้วรอยและเหมาะกับคนผิวมัน
วิธีทำ : ส่วนผสมที่ต้องใช้ ได้แก่ มะขามเปียก 1 กำมือ นมสดรสจืด 3 ช้อนโต๊ะ น้ำผึง 1 ช้อนโต๊ะ ให้นำมะขามเปียกมาแกะเม็ดออก แล้วล้างน้ำให้สะอาด ผสมกับนมแล้วขยำให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาละเอียด เติมน้ำผึ้งคนให้เข้ากันก็จะได้ครีมมะขามเปียก ใส่ภาชนะมีฝาปิดเก็บไว้ในตู้เย็น ระหว่างรอสักพักหนึ่งให้ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด แล้วนำสูตรมะขามเปียกในตู้เย็นมาทาทิ้งไว้ 10 นาทีค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด ซึ่งสูตรนี้เหมาะกับคนผิวมัน ถ้าคนผิวแห้งให้ลดมะขามเปียก เพิ่มปริมาณนมสดกับน้ำผึ้งให้มากขึ้น

anti-aging

 

น้ำผึ้ง กับสรรพคุณที่น่าทึ่ง!

Anti-Aging ขอนำเสนอ น้ำผึ้ง (Honey) คือผลผลิตของน้ำหวานจากดอกไม้และจากแหล่งอื่น ๆ ที่ผึ้งงานนำมาเก็บสะสมไว้ โดยผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและทางเคมีแล้วสะสมไว้ในรังผึ้ง ซึ่งปกติแล้วน้ำผึ้งจะมีกลิ่น รส สี ที่ต่างกันออกไปตามชนิดของพืชนั้น ๆ จึงทำให้สามารถระบุชนิดของน้ำผึ้งตามชนิดของพืชนั้นได้ ๆ เช่น น้ำผึ้งจากดอกส้ม ดอกลำไย ดอกลิ้นจี่ ก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งนิยมนำมาใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารหรือเครื่องดื่มนานาชนิด

ประโยชน์ของ น้ำผึ้ง Anti-Aging
1.ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
2.มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
3.ช่วยลดและป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
4.ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ดูมีน้ำมีนวลเป็นธรรมชาติ
5.พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งช่วยบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื่น และนุ่มนวล หลังล้างหน้าเสร็จให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
6.ช่วยบำรุงรักษาผิวหน้าที่แห้งแตกลอกเป็นขุย ด้วยการนำไข่แดง 1 ฟองผสมกับน้ำผึ้งผสม 1 ช้อน คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
7.ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ
8.ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง
9.ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสวยเงางาม หลังสระผมเสร็จให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก
10.ช่วยบำรุงเสียงให้ใส ลดอาการเจ็บคอ
11.ช่วยลดสิวเสี้ยน สิวอุดตันบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเสร็จแล้วให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
12.นิยมนำมาใช้ผสมในเครื่องต่าง ๆ เช่น นม ชา กาแฟ โยเกิร์ต น้ำมะนาว หรือแม้กระทั่งเบียร์หรือไวน์
13.นำมาใช้เป็นส่วนผสมในขนมหวานต่าง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ธัญพืชต่าง ๆ
14.ใช้น้ำผึ้งแทนสารกันบูดในน้ำสลัด ซึ่งจะทำให้น้ำสลัดไม่เสียและเก็บได้นานถึง 9 เดือน
15.น้ำผึ้งสามารถนำมาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น มาส์กหน้า สบู่ เจลล้างหน้า สครับ เป็นต้น
16.น้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ
17.ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ดี
18.ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในวัยเด็ก
19.ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
20.ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำงานหรือเล่นกีฬา

anti-aging

Anti-Aging เคล็ดลับหน้าเด็ก ที่คุณต้องรู้!

Anti-Aging 10 เคล็ดลับหน้าเด็ก เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่สดใส

1. แคลอรี่เยอะ เสื่อมเร็ว
การรับประทานอาหารที่ให้แคลอรี่สูงจะทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญสารอาหารมาก ก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น อาหารที่เรารับประทานไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต สุดท้ายก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาล ถ้าร่างกายรับแคลอรี่หนักทุกมื้อ ย่อมส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงๆ ต่ำๆ ร่างกายต้องหลั่งสารอินซูลินตลอดเวลาเพื่อนำน้ำตาลไปเก็บไว้ในเซลล์
คนที่มีไลฟ์สไตล์แบบนี้ย่อมเสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวานซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้แก่เร็ว สมัยก่อนการกินอาหารเน้นแป้งและน้ำตาล รองลงมาคือ โปรตีน ผักผลไม้และไขมัน แต่ถ้าต้องการรับประทานอาหารให้ดีไม่ให้แก่เร็ว ต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะสิ่งที่ควรกินมากที่สุดคือ น้ำบริสุทธิ์ 1-2 ลิตรต่อวัน เน้นผักผลไม้ อาหารกลุ่มโปรตีนมีประโยชน์ ไขมันไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมก้า 3,6 และ 9 ส่วนสิ่งที่ควรกินให้น้อยที่สุดคือไขมันอิ่มตัวที่มีอยู่ในแป้งและน้ำตาล

2.ใช้เซรั่มที่ช่วยให้หน้ากระชับ
ถ้าไม่อยากหน้าแก่หรือมีริ้วรอยก่อนวัย อย่ามองข้ามการทาครีมบำรุงให้เป็นประจำโดยเด็ดขาด ซึ่งสาวๆอาจมองหาครีมบำรุง ที่มีส่วนผสมของ Retinol (วิตามิน A) และ Niacinamide (วิตามิน B3) เพราะเนื่องจากสารสองตัวนี้ จะช่วยทำให้ผิวหน้าดูเนียนใสกระชับ และไม่ทำให้ดูแก่ไว

3. กินหลากแหล่ง
เลือกผักออร์แกนิกหรือจากหลากแหล่งผลิต เพราะเราไม่รู้ว่าแหล่งปลูกมีสารปนเปื้อนหรือไม่ วิธีนี้ช่วยลดการสะสมสารบางอย่างในร่างกาย เพราะมีงานวิจัยบ่งชี้ว่า การลดการกินอาหารที่มีสารพิษไม่ให้ผลดีเท่ากับกินอาหารจากหลากแหล่งผลิต

4. ร้อนไปไม่ดี กรอบไปไม่เวิร์ค
หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ผ่านกระบวนการร้อนจัดหรือทอดจนกรุบกรอบ นอกจากจะสูญเสียคุณค่าสารอาหารแล้ว ยังเพิ่มสารก่อมะเร็งมากขึ้นด้วย สู้เปลี่ยนมากินอาหารออร์แกนิกหรือผ่านกรรมวิธีนึ่งหรือต้มจะดีกว่า

5. ลดคาเฟอีน
ปกติร่างกายหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อกระตุ้นร่างกายให้เผาผลาญนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้เพียงพอ สร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารอะดีนาลีนอยู่เป็นประจำ อะดรีนาลินทำงานคล้ายฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ร่างกายลดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ไปโดยปริยาย ส่งผลให้ต่อมไทรอยด์เสื่อมเร็วกว่าปกติ

ถ้าเกิดภาวะไทรอยด์ต่ำ ทำให้การเผาผลาญต่ำลง แม้เราจะรับประทานอาหารเท่าเดิม แต่อ้วนง่าย บางคนมีอาการมือเท้าเย็น เวียนศีรษะ ความจำเสื่อม ผิวและผมแห้ง ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เป็นลูกโซ่ไปเรื่อย ๆ

6. ดื่มนมมากไปกระดูกพรุน
ในวัยผู้ใหญ่ไม่มีเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนเอเชียมีอุบัติการณ์ Cows Milk Intolerance มากกว่าคนอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ผลการวิจัยล่าสุดในอเมริกาพบว่า คนที่ดื่มนมมาก ๆ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนมากกว่า เหตุผลคือ กรดแอมิโนบางอย่างในนมทำให้เลือดเป็นกรด ส่งผลให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมและแมกนีเซียมจากกระดูกไปในปัสสาวะ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในวัยผู้ใหญ่ ทางที่ดีเลือกทานแคลเซียมจากแหล่งอื่น ๆ เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ธัญพืช หรือเต้าหู้จะดีกว่า

7. ดื่มน้ำจากขวดแก้ว
การดื่มน้ำบริสุทธิ์จากขวดแก้วดีกว่าดื่มน้ำจากขวดพลาสติก เพราะสารพิษในพลาสติกละลายปะปนในน้ำตลอดเวลา ทำให้ร่างกายได้รับสารพิษ ก่อให้เกิดความเสื่อมอย่างไม่ต้องสงสัย

8. หน้าแก่เพราะฟิตเกิน
คุณเคยเห็นคนออกกกำลังกายหนักจนหน้าแก่ หรือบางคนฟิตจัด แต่จู่ ๆ เกิดหัวใจวายกะทันหันกลางสนามกีฬาหรือไม่ นั่นเป็นเพราะร่างกายเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระมากขึ้นกว่าเดิม เป็นเหตุของความเสื่อมของร่างกาย ดังนั้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่เหมาะสมจึงควรอยู่ที่ 30-45 นาทีต่อวัน จากนั้นยกเวทนิดหน่อย ทำ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี

9. ดื่มเหล้ามาก จากชายกลายเป็นหญิง
การดื่มเหล้าทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย แถมเหล้าที่ดื่มเข้าไปกลายเป็นน้ำตาลสะสมในรูปไขมัน ถ้าเทียบการได้รับแคลอรี่จากโปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ แต่เหล้าปริมาณเท่ากันให้พลังงานถึง 7 กิโลแคลอรี่ แถมยังทำให้ผู้ชายที่ดื่มจัดรูปร่างเหมือนถังเบียร์ หัวล้าน มีเต้านมเหมือนผู้หญิง นั่นเป็นเพราะเหล้ามีผลต่อตับ ทำให้มีการเปลี่ยนฮอร์โมนจากชายกลายเป็นหญิงมากขึ้น ซึ่งโดยธรรมชาติของฮอร์โมนเพศหญิงใช้ในการเก็บไขมัน คนที่ดื่มหนักจะลงพุงและแก่เร็ว นอกจากนี้ยังทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้หญิงที่ดื่มหนักมาก มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกัน

10. เคล็ดลับหน้าเด็ก ที่สำคัญหยุดสูบเสียแต่วันนี้
สูบบุหรี่ 1 มวนกระตุ้นการสร้างสารอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น 1014 ล้านโมเลกุล ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคถุงลมโป่งพองและโรคมะเร็ง

anti-aging

Anti-Aging คืออะไร?? มาหาคำตอบกัน

Anti-Aging เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโภชนาการ การทำงาน การออกกำลังกาย และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถตรวจลึกลงไปถึงระดับเซลล์ เพื่อนำมาประเมินและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพราะร่างกายเรามีการปรับเปลี่ยนและเสื่อมไปตามวัย การชะลออายุ หรือชะลอความแก่ คือการปรับสมดุลของระบบต่างๆ และชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายของเราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปรับสมดุลฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปตามวัย หรือการตรวจระดับวิตามิน เพราะในการตรวจเฉพาะทางของ Anti-Aging จะมีการวิเคราะห์ผลแลปอย่างละเอียดกว่าการตรวจร่างกายปกติ เพื่อนำมาวิเคราะห์และมีการเสริมวิตามินที่ขาดให้แบบเฉพาะบุคคล เพราะเมื่อเซลล์เปี่ยมไปด้วยสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่ ก็จะทำงานได้ดีที่สุด และส่งผลให้มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย
ด้วยจุดเด่นข้างต้นนี้ กระแสของ Anti-Aging and Regenerative medicine จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยในสหรัฐอเมริกา มีการพัฒนาด้าน Anti-Aging and Regenerative medicine อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นผู้นำของศาสตร์การแพทย์ด้านนี้
เพราะ Regenerative Medicine คือ การยกระดับศาสตร์แห่งการมีสุขภาพดีขึ้นไปอีกขั้น คืนความสดชื่น และความแข็งแรงให้กับทุกคน ในการดูแลจึงต้องอาศัยการรวบรวมผู้มีความรู้ความชำนาญและเทคโนโลยีปฏิบัติงานทางการแพทย์ที่ดีที่สุด เพื่อหาวิถีทางที่เหมาะสมในการทำให้อายุยืนอย่างมีคุณภาพ เพราะเราเชื่อว่าการป้องกันคือกุญแจสำคัญสู่การมีอายุยืนยาวและสุขภาพที่ดี

anti-aging

ทำอย่างนี้ หน้าแก่กว่าไวแน่ๆ ไม่ควรทำเด็ดขาด!!!

Anti-Aging  5 สิ่งต้องห้าม ทำแล้ว หน้าแก่ก่อนวัย 

1) การจินตนาการเชิงลบ
ปัจจุบัน คนเมืองและคนวัยทำงานต้องเผชิญกับความเครียดสะสมอย่างมากทั้งจากงานและชีวิตประจำวันจนทำให้เกิดจินตนาการเชิงลบ ซึ่งความคิดเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้ หน้าแก่ก่อนวัย เกิดโรคต่างๆ ได้ เพราะว่าจิตใจของคนเราเชื่อมโยงกับร่างกายโดยตรง ดังนั้น ความคิดหรือจินตนาการเชิงลบจะทำให้เราไม่เป็นสุข เกิดความเครียดทางอารมณ์ สะสมลงสู่จิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ทำให้ร่างกายเกิดเจ็บป่วยตามความคิดไปด้วย
2) ความอ้วน
วิถีดำรงชีวิตและอาหารการกินของคนสมัยใหม่เอื้อให้เป็นโรคอ้วนง่ายขึ้น การเข้าสังคม การหาร้านอาหารใหม่ๆ เพื่อลงสื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้แต่การนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันโดยไม่ได้ขยับร่างกาย ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอ้วนได้ทั้งสิ้น
หลายคนอาจคิดว่าตนเองไม่ได้อ้วนแต่แค่มีพุงนิดหน่อย แต่อันที่จริงแล้วการอ้วนลงพุงนั้นอันตรายมาก โดยตามเกณฑ์แล้วหากวัดจากรอบเอวผู้ชายไม่ควรเกิน 36 นิ้วหรือประมาณ 90 ซม. สำหรับเอวผู้หญิงไม่ควรเกิน 32 นิ้วหรือ 80 ซม. ซึ่งความอ้วนและอ้วนลงพุงนี้เป็นสาเหตุของโรคมากมาย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์-อัมพาต โรคตับอักเสบ-ตับแข็ง โรคข้อและกระดูก และแม้กระทั่งมะเร็ง
3) ลดการบริโภคน้ำตาล
งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ติดรสหวานโดยไม่รู้ตัว เพราะน้ำตาลเปรียบเหมือนสารเสพติดชนิดหนึ่งที่ยิ่งรับประทานยิ่งอร่อย น้ำตาลจึงกลายเป็นส่วนผสมที่มีอยู่ในอาหารคาวและหวานแทบทุกเมนู ทั้งที่ในความเป็นจริงร่างกายคนเราต้องการน้ำตาลเพียงครึ่งช้อนชาต่อวัน
ดังนั้นการที่เราบริโภคน้ำตาลมากเกินความต้องการจากการรับประทานอาหารบางประเภทมากเกินไป เช่น ขนมหวาน น้ำหวานหรือน้ำอัดลม หรือแม้กระทั่งข้าวขาว และผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น มะม่วงสุก ทำให้เราเข้าสู่พฤติกรรม “แช่อิ่ม” เพราะทำให้เกิดการสะสมของน้ำตาลในร่างกายมากเกินความจำเป็นและนำมาสู่โรคภัยต่างๆ
4) งดบริโภคไขมันทรานส์
เพราะไขมันทรานส์เกิดจากการแปรรูปจึงย่อยสลายได้ยากกว่าไขมันชนิดอื่น เช่น ครีมเทียมในกาแฟพร้อมเสิร์ฟ ขนมเค้กหรือเบเกอรี่ ฯลฯ นอกจากนี้คนจำนวนมากยังมีความเชื่อผิดๆ ว่าการใช้น้ำมันไม่อิ่มตัวอย่างน้ำมันพืช น้ำมันถั่วเหลือง มาปรุงอาหารประเภททอดแล้วดีกว่าการใช้น้ำมันอิ่มตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำมันประเภทไขมันไม่อิ่มตัวนั้นสามารถจับกับไฮโดรเจนกลายเป็นไขมันทรานส์และก่อให้เกิดสารพิษตกค้างและกระตุ้นอนุมูลอิสระในร่างกายได้
อย่างไรก็ตาม การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงแบบนึ่ง ต้ม หรือย่างโดยมีสิ่งห่อหุ้มระหว่างอาหารกับที่ย่าง เช่น ใบตอง จึงปลอดภัยต่อร่างกายมากกว่าการรับประทานอาหารแบบทอด
5) หลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถือเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์ ดังนั้น การรับประทานสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว จึงให้โทษต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสะสมพิษชนิดเดียวกัน และยังมีไขมันและกล้ามเนื้อที่เป็นโทษและย่อยยากด้วย เราจึงควรหาแหล่งโปรตีนอื่นที่มีคุณภาพรับประทานแทน เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ธัญพืชต่างๆ เห็ดชนิดต่างๆ โดยเฉพาะหากใครที่ต้องการลดน้ำหนัก เมนูเห็ดเป็นเมนูที่ดีที่สุดเพราะไม่มีน้ำตาล ไม่มีไขมัน อุดมด้วยโปรตีนและใยอาหาร”

Ant-Aging

เลือกทานอาหาร เสริมสร้างจากภายใน ช่วยชะลอวัย หน้าเด็กกว่าวัย

Anti-Aging หรือการ ชะลอวัย หลายๆท่านคงจะนึกถึงเรื่องความสวยความงาม โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า หรือความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ทำให้นึกว่าเป็นการลดอายุ หรือป้องกันไม่ให้แก่โดยการใช้เครื่องมือหรือยาต่างๆในการดูแลผิวพรรณ แต่จริงๆแล้ว Anti-Aging Medicine ไม่ใช่เพียงเกี่ยวกับเรื่องความสวยงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลรักษาสุขภาพจากภายในโดยการเลือก “ทานอาหารที่มีประโยชน์” ช่วยฟื้นฟูระบบภายในร่างกาย เป็นการดูแลภายในสู่ภายนอกที่แท้จริง

ผักใบเขียว ชะลอวัย
“ผักใบเขียว” ส่วนใหญ่ไม่มีไขมัน ดังนั้นจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะบริโภคให้หลากหลาย โดยปริมาณที่แนะนำคือ 5-6 อุ้งมือขึ้นไปต่อวัน จะทำให้สาวๆ ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารต้านความแก่ จึงทำให้แก่ช้าลง และช่วยให้ผิวพรรณดูเต่งตึง กระชับมากขึ้น ช่วยให้ดูเด็กกว่าวัย และในผักใบเขียวและผลไม้ ยังมีโซเดียมต่ำ มีกากใยสูงมาก จึงสามารถชะลอวัยและลดความเสี่ยงการป่วยด้วยโรคต่างๆ ได้ดี แถมยังทำให้สาวๆ อิ่มนาน ทำให้ควบคุมและลดน้ำหนักได้ นอกจากนี้ยังพบสารต้านมะเร็งที่เรียกว่า “สารพฤกษเคมี” ที่ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็ง และช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วย โดยผักที่อยากแนะนำ คือ ผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม คะน้า กวางตุ้ง ผักเคล เป็นต้น

“ตระกูลเบอร์รี่” กินแล้วหน้าเด็ก
สุดยอดอาหารชะลอวัยคือ ผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แบล็กเบอรี่ ราสเบอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ จะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ที่ช่วยทำให้เซลล์มีสุขภาพดี และช่วยปกป้องโรคภัยด้วย นอกจากนี้แบล็กเบอร์รี่ยังช่วยปกป้องคุณจากมะเร็ง และโรคเบาหวานได้ด้วย

“ธัญพืชประเภทถั่ว” อาหารต้านแก่
อาหารชะลอวัยชั้นเลิศอีกหนึ่งรายการคือ “ธัญพืชประเภทถั่ว” ไม่ว่าจะเป็นถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ หรือพิตาชิโอ จะประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิดและยังมีธาตุเหล็ก วิตามินบี และโพแทสเซียม และสาวๆ รู้หรือไม่ “ถั่ว” เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว สารอาหารมากมายทั้งแร่ธาตุและวิตามินอีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง และดูอ่อนเยาว์มากขึ้น จึงเป็นสุดยอด “อาหารชะลอความแก่” ได้อย่างดี ทั้งนี้งานวิจัยระบุว่า…คนกินถั่วทุกวันอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่กิน จึงขอให้สาวๆ ทานถั่ววันละ 1 กำ

“โอเมก้า 3” อาหารชะลอวัย
สารอาหารโอเมก้า 3 เป็นสารสำคัญต่อสุขภาพของผู้หญิง ทำหน้าที่เป็นอาหารชะลอวัย อาหารต้านแก่ โดยจะช่วยชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบ ช่วยเสริมสร้างและลดการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดอาการซึมเศร้า ป้องกันความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ และสมองเสื่อม มักพบในปลาทะเล เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาทู หรือน้ำมันตับปลา

อาหารต้านแก่ กินแล้วชะลอวัย แถมยังสวยใสมีออร่า รีบไปหามารับประทานกันนะคะ แล้วคุณจะบอกลาความแก่ไปได้เลย

anti-aging