รีวิวหนัง The Mummy ภาพยนตร์อเมริกัน มีเรื่องราวมากมายให้ท่านได้ชม

รีวิวหนัง The Mummy ภาพยนตร์อเมริกัน มีเรื่องราวมากมายให้ท่านได้ชม

แนะนำภาพยนตร์ The Mummy มหากาพย์แนวสยองขวัญที่สร้างตัวร้ายเลื่องชื่อ -

The Mummy เป็นภาพยนตร์อเมริกัน 1999
รีวิวหนัง The Mummy เขียนบทและกำกับโดยสตีเฟ่นซอมเมอร์ มันเป็น remake ของภาพยนตร์ 1932 ชื่อเดียวกันและดวงดาวเบรนแดนเฟรเซอร์ , Rachel Weisz ,จอห์นฮันนาห์และเควินเจโอคอนเนอร์กับอาร์โนล Vosloo ในหัวข้อบทบาทเป็นแม่ทุกข์ระทม ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามนักผจญภัย Rick O’Connell ในขณะที่เขาเดินทางไปยัง Hamunaptraเมืองแห่งความตายพร้อมกับบรรณารักษ์และพี่ชายของเธอซึ่งพวกเขาได้ปลุก Imhotepโดยบังเอิญซึ่งเป็นมหาปุโรหิตที่ถูกสาปจากรัชสมัยของฟาโรห์ Seti I ในปี 1290 BC

เริ่มถ่ายทำในมาราเกช , โมร็อกโก , วันที่ 4 พฤษภาคม 1998 และกินเวลานานเจ็ดสัปดาห์ ลูกเรือต้องทนกับภาวะขาดน้ำพายุทรายและงูระหว่างการทำงานในทะเลทรายซาฮารา ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นคนแรกที่ใช้การก่อปล่องธรรมชาติGara Medouar Industrial Light & Magicให้เอฟเฟกต์ภาพและภาพยนตร์ผสมและภาพที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างมัมมี่ Jerry Goldsmithให้คะแนนวงออเคสตรา
ในธีบส์อียิปต์ 1290 ปีก่อนคริสตกาลอิมโฮเทปมหาปุโรหิตมีความสัมพันธ์กับอังค์ซูนามุนผู้เป็นที่รักของฟาโรห์ เซตีที่ 1 อิมโฮเทปและอังค์ซูนามุนสังหารฟาโรห์หลังจากที่เขาค้นพบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ อิมโฮเทปหลบหนีขณะที่อังค์ซูนามุนฆ่าตัวตายโดยเชื่อว่าอิมโฮเทปสามารถทำให้เธอฟื้นคืนชีพได้ Imhotep และนักบวชขโมยศพของเธอและเดินทางไปยัง
Hamunaptra เมืองแห่งความตาย พิธีกรรมการฟื้นคืนพระชนม์หยุดบอดี้การ์ดของ Seti ที่Medjai Imhotep ถูกฝังอยู่มีชีวิตอยู่กับการกินเนื้อด้วงแมลงปีกแข็ง เขาถูกปิดผนึกไว้ในโลงศพที่เท้าของรูปปั้นของเทพเจ้าแห่งอียิปต์Anubis และอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดโดย Medjai สาบานว่าจะป้องกันการกลับมาของ Imhotep

ในปีพ. ศ. 2469 โจนาธานคาร์นาแฮนนำเสนอเอเวลินน้องสาวของเขาซึ่งเป็นบรรณารักษ์และนักอียิปต์วิทยาผู้ใฝ่ฝันพร้อมกล่องและแผนที่ที่ซับซ้อนซึ่งนำไปสู่ ​​Hamunaptra โจนาธานเผยให้เห็นเขาขโมยกล่องจากนักผจญภัยชาวอเมริกันริกคอนเนลล์ผู้ค้นพบเมืองในขณะที่ฝรั่งเศสต่างด้าว เอเวอลินและโจนาธานตามหาริคและทำข้อตกลงกับเขาเพื่อพาพวกเขาไปยังเมือง
ริกแนะนำ Evelyn และพรรคของเธอไปยังเมืองที่เผชิญหน้ากับวงดนตรีของนักล่าสมบัติอเมริกันนำโดยใกล้ชิดขี้ขลาดริกBeni Gabor แม้จะได้รับคำเตือนให้ออกไปจาก Ardeth Bay ผู้นำของ Medjai แต่การสำรวจทั้งสองก็ยังคงขุดค้นต่อไป Evelyn ค้นหาหนังสือของ Amun-Ra ซึ่งทำจากทองคำบริสุทธิ์ แทนที่จะหาหนังสือเธอกลับสะดุดกับซากศพของ Imhotep ในขณะเดียวกันทีมงานของชาวอเมริกันได้ค้นพบหนังสือแห่งความตายสีดำพร้อมกับขวดโหลที่บรรจุอวัยวะที่เก็บรักษาไว้ของ Anck-su-Namun
ในตอนกลางคืนเอเวลินอ่านออกเสียงจากหนังสือแห่งความตายทำให้อิมโฮเทปตื่นขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ การเดินทางกลับไปยังไคโรอิมโฮเทปติดตามพวกเขาด้วยความช่วยเหลือจากเบนีซึ่งตกลงรับใช้เขา Imhotep กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งด้วยการสังหารสมาชิกของคณะสำรวจชาวอเมริกันและนำภัยพิบัติทั้งสิบกลับมายังอียิปต์

สามารถฆ่าเขาได้อีกครั้งและสรุปเบาะแสของหนังสือใน Hamunaptra ได้ Imhotep มุมกลุ่มกับกองทัพทาส Evelyn ตกลงที่จะติดตาม Imhotep หากเขาแบ่งกลุ่มที่เหลือ แม้ว่า Imhotep จะไม่เคารพคำพูดของเขา แต่ Rick และคนอื่น ๆ ก็ต่อสู้เพื่อความปลอดภัย
Imhotep, Evelyn และ Beni กลับไปที่ Hamunaptra ซึ่งติดตามโดย Rick, Jonathan และ Ardeth ซึ่งสามารถค้นหาหนังสือของ Amun-Ra ได้ Imhotep เตรียมที่จะสังเวย Evelyn แต่เธอได้รับการช่วยเหลือหลังจากการต่อสู้กับนักบวชมัมมี่ของ
Imhotep เอเวลินอ่านหนังสือของอามุน – ราทำให้อิมโฮเทปเป็นมรรตัยและเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากริค Imhotep เดินโซเซถอยหลังไปในแม่น้ำแห่งความตาย แต่ไม่ทันที่จะสาบานว่าจะแก้แค้น
ขณะที่ปล้นสมบัติ Beni บังเอิญวางกับดักและถูกฆ่าโดยฝูงแมลงปีกแข็งกินเนื้อขณะที่ Hamunaptra ทรุดตัวลงในทราย อาร์เด ธ เสนอลาริคเอเวลินและโจนาธานและทั้งสามคนขี่อูฐคู่หนึ่งออกไปในพระอาทิตย์ตกที่เต็มไปด้วยสมบัติของเบนี

Is 'The Mummy Returns' on Netflix in Canada? Where to Watch the Movie - New  On Netflix Canada

The Mummy Returns
เป็นชาวอเมริกัน 2001 ผจญภัย หนังสยองขวัญ , เขียนบทและกำกับโดยสตีเฟ่นซอมเมอร์ที่นำแสดงโดยเบรนแดนเฟรเซอร์ , Rachel Weisz ,จอห์นฮันนาห์ ,อาร์โนล Vosloo , Oded เฟร์ ,แพทริเซีVelásquezและดเวย์นจอห์นสัน ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องไปปี 1999 ภาพยนตร์เรื่อง The Mummy มันได้รับการจัดจำหน่ายโดย Universal Pictures
The Mummy Returns เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์พรีเควลปี 2002 เรื่องThe Scorpion Kingซึ่งเป็นภาพยนตร์ภาคแยกที่สร้างขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อนและมีการนำตัวละครในชื่อเดียวกันที่รับบทโดยดเวย์นจอห์นสัน (เดอะร็อค) มาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ The Mummy Returnsประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์แม้จะมีบทวิจารณ์ที่หลากหลาย ตามมาด้วย 2008 สืบเนื่องมาจากThe Mummy: สุสานจักรพรรดิมังกร

The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor (2008) - Rotten Tomatoes
The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor
เป็นภาพยนตร์อเมริกันแอ็คชั่น -ผจญภัย แฟนตาซีปี 2008 กำกับโดยร็อบโคเฮนเขียนบทโดยอัลเฟรดกอฟและไมล์มิลลาร์และอำนวยการสร้างโดยสตีเฟนซอมเมอร์ส (ผู้กำกับภาพยนตร์สองเรื่องแรก)บ็อบดูเซย์ ,ฌอนแดเนียลและเจมส์แจ็ค ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งอยู่ในประเทศจีนโดยแยกตัวออกจากฉากอียิปต์และมุ่งเน้นไปที่ต้นกำเนิดของกองทัพดินเผา เป็นภาคที่สามและภาคสุดท้ายในไตรภาคThe Mummy ที่แสดงโดยเบรนแดนเฟรเซอร์, เจ็ทลี , มาเรียเบลโล , จอห์นฮันนาห์ , ลุคฟอร์ด , แอนโธนีหว่องและมิเชลโหย่ว
The Mummy: Tomb of the Dragon Emperorฉายในมอสโกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2008 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2008 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบเป็นส่วนใหญ่จากนักวิจารณ์และทำรายได้ทั่วโลก 403 ล้านเหรียญซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ต่ำที่สุดในไตรภาคของไตรภาค . Universal Pictures รีบูต ภาพยนตร์ Mummy ในปี 2560 เพื่อพยายามเริ่มแฟรนไชส์ Dark Universe

The Mummy 2017 = แห้งกว่าสภาพมัมมี่ ก็คงเป็นความสนุกโดยรวมของหนังละนะ -  Pantip

The Mummy 2017
อเมริกันกระทำ -หนังผจญภัยกำกับการแสดงโดยอเล็กซ์เคิร์ทซ์และเขียนโดย David Koepp ,คริสโต McQuarrieและดิลลันคุสแมนมีเรื่องราวโดยเคิร์ทซ์เป็นจอนสเปห์ตสและเจนนี่ลูเม็ต รีบูตของ
The Mummyแฟรนไชส์ ,ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยทอมครูซเป็นกองทัพสหรัฐ จ่านิคมอร์ตันทหารของโชคลาภที่ตั้งใจ unearths สุสานโบราณของเก็บกักเจ้าหญิงอียิปต์ Ahmanet (Sofia Boutella ) Annabelle Wallis , Jake Johnson , Courtney B.VanceและRussell Croweร่วมแสดงด้วย
The Mummy ฉายรอบปฐมทัศน์ที่โรงละครแห่งชาติในซิดนีย์ , ออสเตรเลีย , วันที่ 22 พฤษภาคม 2017 และได้รับการปล่อยตัวหวาดระแวงในสหรัฐอเมริกาวันที่ 9 มิถุนายน 2017 ในแบบ 2D, 3D และ IMAX 3D ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบจากนักวิจารณ์และแม้จะทำรายได้ทั่วโลก 410 ล้านดอลลาร์
แต่ก็คาดว่าจะต้องสูญเสียสตูดิโอไปมากถึง 95 ล้านดอลลาร์ ในตอนแรกมีจุดประสงค์เพื่อเริ่มต้น Dark Universe ความพยายามที่จะสร้างจักรวาลภาพยนตร์สมัยใหม่โดยอิงจากซีรีส์ภาพยนตร์ Universal Monsters แบบคลาสสิกผลงานในบ็อกซ์ออฟฟิศที่ย่ำแย่ของภาพยนตร์เรื่องนี้นำไปสู่การยุติและยกเลิก Dark Universe  ดูหนังออนไลน์ 

รีวิวภาพยนตร์ DEADPOOL ความตลกที่เต็มไปด้วยมุกจิกกัดหนังดังมากมาย

รีวิวภาพยนตร์ DEADPOOL ความตลกที่เต็มไปด้วยมุกจิกกัดหนังดังมากมาย

Mega Sized Movie Poster Image for Deadpool 2 (#4 of 5) | Deadpool movie, Deadpool 2 movie, Free movies online

DEADPOOL 2
รีวิวภาพยนตร์ เรื่องย่อก็คือ เดดพลู ต้องตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อรับมือกับศัตรูตัวฉกาจจากโลกอนาคต อย่าง เคเบิ้ล ที่มีเป้าหมายเพื่อมากำจัด รัสเซลล์ เด็กอ้วนมิวเเทนท์ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เดดพลู จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตาม..ไม่พูดเยอะเดี๋ยวสปอย..
…..ความรู้สึกหลังจากดูจบ คือหนังสนุกมาก สนุกว่าภาคเเรกซะอีก แถมฉากแอ็คชั่นเท่ห์ๆ แบบเลือดสาด และความเกรียน ก็มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ และที่สำคัญมุกตลกร้าย จิกกัด ล้อเลียนหนังดัง ยังมาเต็ม ส่วนตัวคิดว่าหากไครที่เคยดูหนังเหล่านี้มารับรองมีฟิน เเต่ถ้าไครไม่เคยดูหรือไม่รู้จัก อาจจะมีงงนิดหน่อย555 ทางด้านนักแสดงผมว่า ทุกคนเล่นเป็นตัวละครได้สมบทบาทดี ทั้งตัวละครหลัก ไม่ว่าจะเป็น เดดพลู ที่แสดงโดย ไรอัน เรย์โนส์ ผมว่าเค้าเกิดมาเพื่อบทนี้จริงๆ คงไม่มีไครมาเเทนที่เขาได้ อีกตัวละครคือ โดมิโน่ สาวน้อยผู้มากับดวง ที่แสดงโดย ซาซี่ย์ บีตช์ ที่เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่พึ่งมาในภาคนี้ เเต่บทบาทของเธอรวมถึงการเเสดงของเธอ สามารถทำให้คนดูหลงรักเธอได้ไม่ยาก ส่วน โคลอสซัส มนุษย์เหล็ก ในภาคนี้ก็มีบทบาทมากกว่าภาคเเรกพอสมควร ฉากบู้ของโคลอสซัส ในภาคนี้ทำให้นึกถึง เดอะฮัค ขึ้นมาเลย ส่วนอีกตัวละคร ที่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ เคเบิ้ล ที่เเสดงโดย จอช โบลิน ผมบอกเลยว่า เเสดงได้โคตรเท่ห์เลย เเละส่วนตัวผมคิดว่า สำหรับเเกเเล้ว คาเเลกเตอร์ของเคเบิ้ล ดูเหมือนว่าจะเข้ากับเเกมากกว่าคาเเลกเตอร์ทานอส ตัวร้าย ใน อเวนเจอร์ อินฟินิตี้ วอร์ ซะอีก ส่วนตัวละครอื่นๆ เช่น โซลาฟินิกกับแฟนสาวของเธอ และเหล่าทีมเฉพาะกิจของเดดพลู ในภาคนี้อาจจะไม่ได้เด่นอะไรมาก เเต่ทุกตัวล้วนมีคาเเรกเตอร์เป็นของตัวเอง เเม้จะโผล่มาไม่กี่นาที เเต่ทำให้คนดูสามารถจดจำเเละยิ้มไปกับตัวละครนี้ได้ และอีกอย่างที่ผมชอบที่สุด เเละเป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ก็คือ เพลงประกอบ ที่ได้นำเพลงดังๆ หลายเพลง ที่เราคุ้นหูบ้างไม่คุ้นหูบ้าง ใส่เข้ามาได้อย่างลงตัวมาก คือมันใส่เข้ามาได้อย่างถูกจังหวะในเเต่ละสถานการณ์ มันทำให้เรารู้สึกอินและมีอารมณ์ร่วมกับหนังมากขึ้น DEADPOOL
…..สรุป ไปดูเถอะครับ หนังสนุก โหด มันส์ ฮา ใช้ได้ เลย ไปดูเเก้เครียด หรือจะเครียดเพิ่มก็ไม่รู้ เเละหนังเรื่องนี้ยังหนังแฮปปี้เอนดิ้งอีกเรื่อง ที่เหมาะมากสำหรับที่จะพาครอบครัวไปดู…

รีวิวหนัง DEADPOOL ความตลกที่เต็มไปด้วยมุกจิกกัดหนังดังมากมาย

รีวิวหนัง DEADPOOL ความตลกที่เต็มไปด้วยมุกจิกกัดหนังดังมากมาย

Who is Deadpool? – HHS Today

DEADPOOL 1
รีวิวหนัง อดีตนายทหารสุดเกรียน Wade Wilson (Ryan Reynolds จาก X-Men Origins: Wolverine และ Green Lantern) ไปเข้าร่วมปฏิบัติการลับเปลี่ยนคนใกล้ตายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่เยียวยาตัวเองได้ แต่เขาโกรธที่ Ajax (Ed Skrein จาก The Transporter Refueled) ทำให้เขากลายเป็นมนุษย์อัปลักษณ์ เขาจึงสถาปนาตนเป็น Deadpool และออกตามฆ่า Ajax อย่างไม่ลดละ

เพื่อเล่นงาน Wade Wilson หรือ Deadpool Ajax จับตัว Vanessa (Morena Baccarin จาก Spy) แฟนสาวของ Deadpool ไป Deadpool จึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากทีม X-MEN ให้ไปช่วยกัน rescue แฟนสาวสุดที่รักของเขาจากเงื้อมมือคนชั่ว

จุดเด่นของ Deadpool คือ รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนฮีโร่มาร์เวลทั่วไป ผสมกับพลังพิเศษแบบ X-MEN แต่เนื้อในจริงๆ ของหนังนั้นไม่ใช่หนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่บู๊ล้างผลาญ ผดุงความยุติธรรม สู้ตายเพื่อชาติหรือประชาชน หากแต่เป็นหนังเกี่ยวกับคนคนหนึ่งที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและแก้แค้นคนที่เขาโคตรเกลียด

รูปแบบการเล่าเรื่อง รวมถึงฉากบู๊ ค่อนข้างสดแปลกใหม่ และเลือดสาดเละเทะสมเรต 15+ แต่ความบันเทิงหลักๆ คือความกวนตีนและขี้แซะของพระเอก Deadpool ที่กวนตีนตั้งแต่วินาทีแรกที่หนังเริ่มจนถึงวินาทีสุดท้ายของฉาก end credit (แน่นอน หนัง Marvel ต้องมี End Credit และคุณปู่ Stan Lee) ที่เราชอบมากที่สุดคือมันแซะทั้งฮอลลีวูด แซะฮีโร่แทบทุกตัวบนโลก แม้แต่ตัวเอง (Ryan Reynolds) มันยังแซะเลยจ้า

Ryan Reynolds เล่นหนังมาหลายเรื่องมาก แต่ไม่ค่อยเกิดเท่าไหร่ เว้นแต่ The Proposal ที่เป็นหนังรอมคอมเรื่องเดียว แล้วตอนเป็นฮีโร่เขียวๆ ใน Green Lantern คือพังมาก เสมือนเป็นตราบาปของชีวิต

แต่อย่างไรก็ดี บท Deadpool ทำให้เขากลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งกับการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิต หลายซีนทำให้เรานึกถึงหนังเรื่องต่างๆ ที่พระเอกคนนี้เคยเล่น ทั้งยังทำให้เราระลึกได้อีกว่า เราชอบผู้ชายคนนี้ครั้งแรกก็ตอนเขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์พ่วงดาบสองข้างสุดเท่ใน X-Men Origins: Wolverine ซึ่งในเรื่องนั้นเขาก็ชื่อ Wade Wilson เช่นกัน (ดีไม่ดีทั้งสองเรื่องก็เล่นเป็นตัวเดียวกันนั่นแหละ)

โดยรวม Deadpool สนุก มัน กวนตีน เกรียน ตอบโจทย์ความบันเทิง ไม่ค่อยเหมาะกับเด็กเพราะมีความรุนแรงทั้งภาพ เสียง และการใช้ภาษา แต่แน่ๆ คือคิดว่าผู้ชายน่าจะชอบ

มุกรวมๆ ก็สร้างสรรค์แหละมั้ง มันก็เอาหนังหลายเรื่องมายำอะแหละ แต่บางมุกเราก็รู้สึกว่ามันพยายามมากไปหน่อย และก็ถ้าเป็นคนที่ดูหนังไม่ค่อยเยอะอาจจะไม่เก๊ตในหลายๆ มุกที่เกี่ยวกับการแซะหนัง นอกจากนี้ก็มีมุกพวก sexist หรือมุแซะสังคมด้วย อย่างเราอันไหนเราดูแล้วเก๊ตมุกเราก็ขำ อันไหนไม่เก๊ตเราก็ไม่ได้ขำ

Mega Sized Movie Poster Image for Deadpool 2 (#4 of 5) | Deadpool movie, Deadpool  2 movie, Free movies online

DEADPOOL 2
…..เรื่องย่อก็คือ เดดพลู ต้องตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อรับมือกับศัตรูตัวฉกาจจากโลกอนาคต อย่าง เคเบิ้ล ที่มีเป้าหมายเพื่อมากำจัด รัสเซลล์ เด็กอ้วนมิวเเทนท์ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เดดพลู จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตาม..ไม่พูดเยอะเดี๋ยวสปอย..
…..ความรู้สึกหลังจากดูจบ คือหนังสนุกมาก สนุกว่าภาคเเรกซะอีก แถมฉากแอ็คชั่นเท่ห์ๆ แบบเลือดสาด และความเกรียน ก็มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ และที่สำคัญมุกตลกร้าย จิกกัด ล้อเลียนหนังดัง ยังมาเต็ม ส่วนตัวคิดว่าหากไครที่เคยดูหนังเหล่านี้มารับรองมีฟิน เเต่ถ้าไครไม่เคยดูหรือไม่รู้จัก อาจจะมีงงนิดหน่อย555 ทางด้านนักแสดงผมว่า ทุกคนเล่นเป็นตัวละครได้สมบทบาทดี ทั้งตัวละครหลัก ไม่ว่าจะเป็น เดดพลู ที่แสดงโดย ไรอัน เรย์โนส์ ผมว่าเค้าเกิดมาเพื่อบทนี้จริงๆ คงไม่มีไครมาเเทนที่เขาได้ อีกตัวละครคือ โดมิโน่ สาวน้อยผู้มากับดวง ที่แสดงโดย ซาซี่ย์ บีตช์ ที่เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่พึ่งมาในภาคนี้ เเต่บทบาทของเธอรวมถึงการเเสดงของเธอ สามารถทำให้คนดูหลงรักเธอได้ไม่ยาก ส่วน โคลอสซัส มนุษย์เหล็ก ในภาคนี้ก็มีบทบาทมากกว่าภาคเเรกพอสมควร ฉากบู้ของโคลอสซัส ในภาคนี้ทำให้นึกถึง เดอะฮัค ขึ้นมาเลย ส่วนอีกตัวละคร ที่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ เคเบิ้ล ที่เเสดงโดย จอช โบลิน ผมบอกเลยว่า เเสดงได้โคตรเท่ห์เลย เเละส่วนตัวผมคิดว่า สำหรับเเกเเล้ว คาเเลกเตอร์ของเคเบิ้ล ดูเหมือนว่าจะเข้ากับเเกมากกว่าคาเเลกเตอร์ทานอส ตัวร้าย ใน อเวนเจอร์ อินฟินิตี้ วอร์ ซะอีก ส่วนตัวละครอื่นๆ เช่น โซลาฟินิกกับแฟนสาวของเธอ และเหล่าทีมเฉพาะกิจของเดดพลู ในภาคนี้อาจจะไม่ได้เด่นอะไรมาก เเต่ทุกตัวล้วนมีคาเเรกเตอร์เป็นของตัวเอง เเม้จะโผล่มาไม่กี่นาที เเต่ทำให้คนดูสามารถจดจำเเละยิ้มไปกับตัวละครนี้ได้ และอีกอย่างที่ผมชอบที่สุด เเละเป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ก็คือ เพลงประกอบ ที่ได้นำเพลงดังๆ หลายเพลง ที่เราคุ้นหูบ้างไม่คุ้นหูบ้าง ใส่เข้ามาได้อย่างลงตัวมาก คือมันใส่เข้ามาได้อย่างถูกจังหวะในเเต่ละสถานการณ์ มันทำให้เรารู้สึกอินและมีอารมณ์ร่วมกับหนังมากขึ้น
…..สรุป ไปดูเถอะครับ หนังสนุก โหด มันส์ ฮา ใช้ได้ เลย ไปดูเเก้เครียด หรือจะเครียดเพิ่มก็ไม่รู้ เเละหนังเรื่องนี้ยังหนังแฮปปี้เอนดิ้งอีกเรื่อง ที่เหมาะมากสำหรับที่จะพาครอบครัวไปดู… DEADPOOL

รีวิวภาพยนตร์ The Bourne Identity ล่าจารชน ยอดคนอันตราย

รีวิวภาพยนตร์ The Bourne Identity ล่าจารชน ยอดคนอันตราย

ดูหนัง The Bourne 2 Supremacy (2004) สุดยอดเกมล่าจารชน iMovie-HD

The Bourne Supremacy สุดยอดเกมส์ล่าจารชน (2004)
รีวิวภาพยนตร์ เมื่อครั้งปี 2003 ผมได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง Jurassic Park 3 ซึ่งแน่นอนที่ว่าก่อนจะได้ดูหนัง เราต้องได้เห็นตัวอย่างหนังกันก่อน และตัวอย่างหนังเรื่องที่ว่าก็คือ The Bourne Supremacy ที่ผมยังไม่ประสีประสาตามข่าวหนังแบบในสมัยนี้ อดตื่นเต้นไม่ได้ที่ว่า ว้าว! จะมีภาคต่อเหรอเนี่ย และเมื่อหนัง The Bourne Supremacy เข้าโรง ผมก็ได้เดินทางเข้าไปชม
The Bourne Supremacy ออกฉายในปี 2004 เรื่องราวกล่าวถึงชีวิตของ เจสัน บอร์น (แมท เดมอน คนเดิม) ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบกับ มารี มาแล้วถึง 2 ปี แต่เขามักจะฝันร้ายไปถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาเสมอว่าเป็นใครกันแน่เสมอ ดูหนังออนไลน์ 
ทุกอย่างดูเป็นปกติดี จนกระทั่ง CIA ได้ส่งคนมาสังหาร เจสัน บอร์น อีกครั้ง การสังหารสำเร็จแต่ไม่ใช่กับ บอร์น แต่เป็น แฟนสาวของเขานามว่า มารี เมื่อ บอร์น ตั้งตัวได้ เขาจึงออกเดินทางเพื่อตามหาความจริง และทวงแค้น
แม้โครงการเทรดสโตนส์ ที่สร้างตัวเขาขึ้นมาจะยุบลงไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทางการจะไม่ต้องการให้ตัว เจสัน บอร์น มีชีวิตอยู่ต่อไป เขาจึงต้องเดินทางไปไล่ล่าแล้วงัดเอาทุกอย่างที่เขามีไปทำลายเหล่าผู้คนที่มายุ่งกับชีวิตเขา
ตัวหนังภาคที่ 2 ได้ผู้กำกับ พอล กรีนกราส มารับหน้าที่แทน ดั๊ก ไลแมน ซึ่ง พอล ได้สร้างความแตกต่างให้กับตัวหนังอย่างมาก ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคือ การไล่ล่าที่มันส์ขึ้นแบบเต็มพิกัด

พอล กรีนกราส ได้นำเอาวิธีการถ่ายกล้องแบบนรก (Handgeld) ที่ผมเรียกแบบนั้นเพราะเป็นการถ่ายทำฉากไล่ล่าแบบเหวี่ยงมุมกล้อง ส่ายไปส่ายมา มึนหัวมากๆ แต่แปลกทำไมมันออกมาโคตรมันส์เลยหว่า
โดยการอนุมัติทุนสร้างที่มากกว่า ภาคที่ 2 จึงได้เดินทางไปหลากหลายโลเคชั่นของโลก แน่นอนว่าการไล่ล่าในแต่ละฉากทำออกมาได้สมจริง และแตกต่างสถานที่กันไปในแต่ละประเทศ

ฉากที่น่าตื่นตะลึงขอยกให้เป็นการไล่ล่าทางรถยนต์ระหว่างเหล่า ตำรวจ นักฆ่าที่รับบทโดย คาร์ล เออร์แบน และ เจสัน บอร์น ที่ทำออกมาได้ถึงใจอย่างมากถึงมากที่สุด
การแสดงของ แมท เดมอน บอกได้เลยว่าไม่มีที่ติใดๆ เขากลายเป็น เจสัน บอร์น แบบเต็มตัวไปแล้ว ตัวรายได้ของภาคนี้ก็ทำไปถึง 288 ล้านเหรียญสหรัฐ แน่นอนว่าเมื่อมาได้ดีก็ต้องมีภาคต่อไปครับ

คำวิจารณ์ของตัวหนังก็ออกมาในทางที่ดี กลายเป็นหนังภาคต่อที่สานเรื่องราวจากภาคแรกได้อย่างดีเยี่ยมและไม่เละเทะจนเกินไป ส่วนผสมที่ลงตัวทั้งผู้กำกับ และนักแสดงทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ

รีวิวหนัง The Bourne Identity ล่าจารชน ยอดคนอันตราย

รีวิวหนัง The Bourne Identity ล่าจารชน ยอดคนอันตราย

ดูหนัง The Bourne 1 Identity (2002) ล่าจารชน ยอดคนอันตราย iMovie-HD

The Bourne Identity ล่าจารชน ยอดคนอันตราย
รีวิวหนัง Jason Bourne หรือชื่อไทยว่า เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย แมตต์ เดม่อน กลับมารับบท เจสัน บอร์น อีกครั้ง ในภาพยนตร์แอ็คชั่นทริลเลอร์สุดมันส์ Jason Bourne เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย นอกจากนี้ พอล กรีนกราสส์ (จาก The Bourne Supremacy และ The Bourne Ultimatum) ยังกลับมารับหน้าที่ผู้กำกับอีกด้วย ภาพยนตร์แฟรนไชส์นี้กวาดรายได้จาก 4 ภาคแรก มากกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กลับมาคราวนี้ เจสัน บอร์น มาพร้อมกับความทรงจำ แม้ว่าจะจำได้ทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างเสมอไปภาคนี้ทิ้งห่างจากภาคก่อนถึง 9 ปี

โดย พอล กรีนกราสส์ ผู้กำกับภาพยนตร์บอกว่า กว่าจะกลับคราวนี้ใช้เวลานาน เพราะเรายังไม่ได้บทที่โดนใจ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจสัน บอร์น ไม่ได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ จึงไม่ต้องใส่หน้ากากหรือผ้าคลุม เขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ผมคิดว่าตอนที่คนดูเจสัน บอร์น พวกเขาสามารถจินตนาการได้ว่าจะตอบโต้กับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมได้อย่างไร มันตื่นเต้นมากเวลาที่คุณเห็นเขาคิดแผนการและเริ่มปฏิบัติการตามแผน

ดูหนัง The Bourne 2 Supremacy (2004) สุดยอดเกมล่าจารชน iMovie-HD

The Bourne Supremacy สุดยอดเกมส์ล่าจารชน (2004)
เมื่อครั้งปี 2003 ผมได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง Jurassic Park 3 ซึ่งแน่นอนที่ว่าก่อนจะได้ดูหนัง เราต้องได้เห็นตัวอย่างหนังกันก่อน และตัวอย่างหนังเรื่องที่ว่าก็คือ The Bourne Supremacy ที่ผมยังไม่ประสีประสาตามข่าวหนังแบบในสมัยนี้ อดตื่นเต้นไม่ได้ที่ว่า ว้าว! จะมีภาคต่อเหรอเนี่ย และเมื่อหนัง The Bourne Supremacy เข้าโรง ผมก็ได้เดินทางเข้าไปชม
The Bourne Supremacy ออกฉายในปี 2004 เรื่องราวกล่าวถึงชีวิตของ เจสัน บอร์น (แมท เดมอน คนเดิม) ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบกับ มารี มาแล้วถึง 2 ปี แต่เขามักจะฝันร้ายไปถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาเสมอว่าเป็นใครกันแน่เสมอ
ทุกอย่างดูเป็นปกติดี จนกระทั่ง CIA ได้ส่งคนมาสังหาร เจสัน บอร์น อีกครั้ง การสังหารสำเร็จแต่ไม่ใช่กับ บอร์น แต่เป็น แฟนสาวของเขานามว่า มารี เมื่อ บอร์น ตั้งตัวได้ เขาจึงออกเดินทางเพื่อตามหาความจริง และทวงแค้น
แม้โครงการเทรดสโตนส์ ที่สร้างตัวเขาขึ้นมาจะยุบลงไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทางการจะไม่ต้องการให้ตัว เจสัน บอร์น มีชีวิตอยู่ต่อไป เขาจึงต้องเดินทางไปไล่ล่าแล้วงัดเอาทุกอย่างที่เขามีไปทำลายเหล่าผู้คนที่มายุ่งกับชีวิตเขา
ตัวหนังภาคที่ 2 ได้ผู้กำกับ พอล กรีนกราส มารับหน้าที่แทน ดั๊ก ไลแมน ซึ่ง พอล ได้สร้างความแตกต่างให้กับตัวหนังอย่างมาก ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคือ การไล่ล่าที่มันส์ขึ้นแบบเต็มพิกัด

พอล กรีนกราส ได้นำเอาวิธีการถ่ายกล้องแบบนรก (Handgeld) ที่ผมเรียกแบบนั้นเพราะเป็นการถ่ายทำฉากไล่ล่าแบบเหวี่ยงมุมกล้อง ส่ายไปส่ายมา มึนหัวมากๆ แต่แปลกทำไมมันออกมาโคตรมันส์เลยหว่า
โดยการอนุมัติทุนสร้างที่มากกว่า ภาคที่ 2 จึงได้เดินทางไปหลากหลายโลเคชั่นของโลก แน่นอนว่าการไล่ล่าในแต่ละฉากทำออกมาได้สมจริง และแตกต่างสถานที่กันไปในแต่ละประเทศ

ฉากที่น่าตื่นตะลึงขอยกให้เป็นการไล่ล่าทางรถยนต์ระหว่างเหล่า ตำรวจ นักฆ่าที่รับบทโดย คาร์ล เออร์แบน และ เจสัน บอร์น ที่ทำออกมาได้ถึงใจอย่างมากถึงมากที่สุด
การแสดงของ แมท เดมอน บอกได้เลยว่าไม่มีที่ติใดๆ เขากลายเป็น เจสัน บอร์น แบบเต็มตัวไปแล้ว ตัวรายได้ของภาคนี้ก็ทำไปถึง 288 ล้านเหรียญสหรัฐ แน่นอนว่าเมื่อมาได้ดีก็ต้องมีภาคต่อไปครับ

คำวิจารณ์ของตัวหนังก็ออกมาในทางที่ดี กลายเป็นหนังภาคต่อที่สานเรื่องราวจากภาคแรกได้อย่างดีเยี่ยมและไม่เละเทะจนเกินไป ส่วนผสมที่ลงตัวทั้งผู้กำกับ และนักแสดงทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ

ดูหนัง The Bourne 3 Ultimatum (2007) ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย iMovie-HD

The Bourne Ultimatum (2007)
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าหนังแฟรนไชส์สายลับเรื่องนี้กำลังจะฉายภาคต่อเป็นภาคที่ 4 (ส่วนตัวไม่อยากนับภาคเจเรมีแต่ถ้าใครนับก็เป็นภาคที่5) ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ kuเลยจัดไตรภาครำลึกซะ ตอนดูภาคแรกจบ ยังสุดยอดเหมือนเดิม แต่ยังเก็บความรู้สึกตัวเองได้ ไม่อยากลงรีวิว โอเคดูภาค2ต่อ พอดูจบ แน่นอน ยังสุดยอดเหมือนเดิม แต่ยังเก็บอารมณ์ได้อยู่ ไม่อยากลงรีวิว แต่พอ ku ดูภาค3จบเท่านั้นแหละ ทนไม่ไหวแล้วเว่ยยยยยย ขอมาระบายหน่อยก็แล้วกัน อิสัส The Bourne ภาค 3 มีชื่อภาคว่า Ultimatum เป็นหนังที่ไร้ที่ติจริงๆ ส่วนตัวหนังภาคนี้ให้เป็นรองแค่ The Dark Knight (2008) และ Inception (2010) เท่านั้น และยิ่งกว่านั้น มันเป็นหนังจบไตรภาคที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยดูมา ซึ่งหนังส่วนใหญ่จะมาพังที่ภาค3 เหมือนเป็นอาถรรพ์ยังไงยังงั้น แต่ไตรภาคนี้รู้สึกหนังมันพัฒนาขึ้นทุกภาค ส่วนตัวให้คะแนน 8.5,9,9.5 ตามลำดับ ตั้งแต่ดูหนังมา ไม่เคยให้คะแนนหนังภาคต่อเรื่องไหนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมาก่อนเลย
.
,,ก่อนที่จะพูดถึงภาคนี้ ขอพูดเกี่ยวกับเจสัน บอร์นในภาพรวมก่อน เขาคือสายลับจากภาพยนตร์คนแรกเลยก็ว่าได้ที่เรารู้สึกจับต้องได้ในโลกของความเป็นจริง ดูไม่โอเวอร์ ไม่หลุดโลก ไม่มีอุปกรณ์สุดไฮเทค มีแต่ไหวพริบ เซ้นส์การเอาตัวรอดและสิ่งของรอบข้างให้เป็นประโยชน์ และด้วยความที่เจสันถูกหมายหัวโดยการจับตาย ย้ำ จับตายนะครับ โผล่มาคือยิงลูกเดียว ไม่มีฉากปัญญาอ่อนแบบที่พระเอกโดนจับไปมัดแล้วตัวร้ายก็มายิ้มสาธยายแผนการชั่วร้ายให้ฟัง ไม่มีนะครับ และนี่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างของหนังชุดเรื่องนี้ เพราะพระเอกจะพลาดไม่ได้เลย พลาดเท่ากับตายสถานเดียว อ่อ และฉากต่อสู้ที่เน้นศิลปะป้องกันตัวจริงๆ ดูดิบๆเถื่อนๆดี และสุดท้ายนักฆ่าแต่ละคนที่ถูกส่งมาฆ่าเจสันไม่ได้กระจอกนะครับ เก่งสัสๆทุกคน และไม่ได้พลาดท่าแพ้พระเอกแบบง่ายๆโง่ๆ นอกจากต่อสู้กันด้วยศิลปะป้องกันตัวแล้ว ยังมีชิงไหวชิงพริบ ชิงเล่เหลี่ยมกันตลอดเวลา
เจสันบอร์นยังแสดงให้เราเห็นอีกว่า สิ่งของรอบข้างที่เราไม่คาดคิด สามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธได้หมดถ้าอยู่ในมือของเขา คนเหี้ยอะไรเก่งชิบหาย
.
,,ภาค Ultimatum นี้เป็นบทสรุปของเรื่องทั้งหมด เราจะรู้ว่าเจสันบอร์นคือใคร แล้วทำไมถึงต้องโดนตามฆ่าอยู่ตลอดเวลา แค่ช่วงแรกของหนังแม่งก็สนุกแล้ว มาถึงพี่แกก็โชว์ไหวพริบและสติปัญญาอันชาญฉลาดเลย แล้วแบบทุกการกระทำของบอร์นแม่งมีผลกระทบตลอด เป็นภาคที่ ku พูดคำว่า “เหยดดด” บ่อยมาก แถมฉากต่อสู้ที่มันส์กว่าเดิม สะใจกว่าเดิม ยิ่งฉากไล่ล่ากันที่แม่งโคตรระทึก ด้วยมุมกล้องของหนังด้วยแหละเลยรู้สึกถึงความเรียลลิตี้ ทำให้เราไม่รู้สึกเลยว่าหนังมันขี้โม้หรือโอเวอร์เกินจริงเลย ภาคนี้ขอยกให้เป็นหนังสายลับที่ดีที่สุดตั้งแต่ดูหนังมาเลยก็แล้วกัน
.
,,พูดถึงภาคที่กำลังจะเข้าใหม่ ก็แอบกลัวเหมือนกันนะ ว่าหนังมันจะไม่ได้ดีเหมือนภาคก่อนๆ แถมภาค3แม่งทำไว้ดีเหี้ยๆอีกด้วย แต่ถึงยังไงก็นะ ถึงยังงั้ยยังงี้ ยังไงkuก็ไปดูอยู่ดีแหละ และคาดหวังกับมันไว้มากด้วย อย่าทำให้ ku ผิดหวังนะ Paul Greengrass ดูหนังออนไลน์ 

ภาพยนตร์สยองขวัญ The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย

ภาพยนตร์สยองขวัญ The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย

The Cabin in the Woods: มุมมองนักวิจารณ์ | JEDIYUTH

รีวิวหนังสยองขวัญ  เรื่องราวของหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย คล้ายภาพยนตร์สยองขวัญ กับแนวเรื่องหนังสยองสุดคลาสสิกสไตล์อเมริกันทั่วไป เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัย 5 คน ขับรถตู้เข้าไปในป่าลึกในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มุ่งหน้าไปยังกระท่อมเก่ากลางป่าที่ยืมมาเปลี่ยนให้กลายเป็นสถานที่ปาตี้สุดแนว ก่อนที่จะพบว่ากระท่อมกลางป่าแห่งนั้น ได้เปลี่ยนวันหยุดที่ควรจะสนุกสุดเหวี่ยงกลับเต็มไปด้วยความสยองแบบสุดขีดแทน… The Cabin in the Woods
ความน่าสนใจของหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย
หนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย เป็นหนึ่งในหนังผีที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในฐานะของหนังผีสยองขวัญที่ค่อนข้างแหวกแนว ทั้งในส่วนของเลือดที่สาดกระจายและความอาถรรพ์มากมายที่ถูกจับยัดเข้ามาอยู่ในเรื่อง แต่กลับรู้สึกกลมกล่อมไม่ขัดแย้งกันเอง ถือว่าเป็นความโดดเด่นที่แสดงให้เห็นฝีมือของผู้กำกับได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พล๊อตเรื่องของหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตายเองก็ถือว่าเกินคาดว่าจากพื้นฐานที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงหนังผีธรรมดาที่ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ที่จริงแล้วมันมีอะไรที่ทำให้คนดูต้องร้อง “ว้าว!” กันออกมาเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เป็นแฟนหนังผี แนวที่ค่อยๆคลายปมและใช้ความคิดตามเพื่อผูกปมของเรื่องราวอาจจะไม่ค่อยปลื้มกับหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย สักเท่าใดนัก เพราะหนังผีเรื่องนี้ในตอนท้ายที่สุดจะคลายปมทุกอย่างแบบเข้าใจง่ายและชัดเจน ชนิดที่ต้องร้อง อ๋อ… กันเลยทีเดียว
โดยรวมแล้วหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย น่าดูหรือเปล่า!?
หนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย ค่อนข้างข้างที่จะเป็นหนังผีที่ผสมผสานเข้ากับหนังสยองขวัญแบบลวกๆ และมันอาจไม่ได้เป็นหนังสยองขวัญที่สมบูรณ์แบบ แต่โดยรวมแล้วหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย กลับมีความสนุกและน่าตื่นเต้นอย่างเกินคาด!!! โดยเฉพาะในแง่ของจินตนาการของผู้สร้างหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย ที่ได้นำเอาเรื่องราวของผีสางที่หลากหลาย มาผูกปมเข้ากับวัตถุต้องสาปที่ทำให้คนดูต้องคอยลุ้นว่า ตัวละครในเรื่องจะหยิบมันขึ้นหรือเปล่า!? ถ้าหากถามว่าหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย สนุกน่าดูไหม!? ขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

รีวิวหนังสยองขวัญ The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย

รีวิวหนังสยองขวัญ The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย

The Cabin in the Woods: มุมมองนักวิจารณ์ | JEDIYUTH

รีวิวหนังสยองขวัญ  เรื่องราวของหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย คล้ายกับแนวเรื่องหนังสยองสุดคลาสสิกสไตล์อเมริกันทั่วไป เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัย 5 คน ขับรถตู้เข้าไปในป่าลึกในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มุ่งหน้าไปยังกระท่อมเก่ากลางป่าที่ยืมมาเปลี่ยนให้กลายเป็นสถานที่ปาตี้สุดแนว ก่อนที่จะพบว่ากระท่อมกลางป่าแห่งนั้น ได้เปลี่ยนวันหยุดที่ควรจะสนุกสุดเหวี่ยงกลับเต็มไปด้วยความสยองแบบสุดขีดแทน…
ความน่าสนใจของหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย
หนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย เป็นหนึ่งในหนังผีที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในฐานะของหนังผีสยองขวัญที่ค่อนข้างแหวกแนว ทั้งในส่วนของเลือดที่สาดกระจายและความอาถรรพ์มากมายที่ถูกจับยัดเข้ามาอยู่ในเรื่อง แต่กลับรู้สึกกลมกล่อมไม่ขัดแย้งกันเอง ถือว่าเป็นความโดดเด่นที่แสดงให้เห็นฝีมือของผู้กำกับได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พล๊อตเรื่องของหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตายเองก็ถือว่าเกินคาดว่าจากพื้นฐานที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงหนังผีธรรมดาที่ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ที่จริงแล้วมันมีอะไรที่ทำให้คนดูต้องร้อง “ว้าว!” กันออกมาเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เป็นแฟนหนังผี แนวที่ค่อยๆคลายปมและใช้ความคิดตามเพื่อผูกปมของเรื่องราวอาจจะไม่ค่อยปลื้มกับหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย สักเท่าใดนัก เพราะหนังผีเรื่องนี้ในตอนท้ายที่สุดจะคลายปมทุกอย่างแบบเข้าใจง่ายและชัดเจน ชนิดที่ต้องร้อง อ๋อ… กันเลยทีเดียว
โดยรวมแล้วหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย น่าดูหรือเปล่า!?
หนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย ค่อนข้างข้างที่จะเป็นหนังผีที่ผสมผสานเข้ากับหนังสยองขวัญแบบลวกๆ และมันอาจไม่ได้เป็นหนังสยองขวัญที่สมบูรณ์แบบ แต่โดยรวมแล้วหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย กลับมีความสนุกและน่าตื่นเต้นอย่างเกินคาด!!! โดยเฉพาะในแง่ของจินตนาการของผู้สร้างหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย ที่ได้นำเอาเรื่องราวของผีสางที่หลากหลาย มาผูกปมเข้ากับวัตถุต้องสาปที่ทำให้คนดูต้องคอยลุ้นว่า ตัวละครในเรื่องจะหยิบมันขึ้นหรือเปล่า!? ถ้าหากถามว่าหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย สนุกน่าดูไหม!? ขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

The Cabin in the Woods

The Cabin in the Woods เตรียมมีภาคต่อ
อันที่จริงหนังสยองขวัญไฮบริดทีล้อเลียนขนบหนังสยองขวัญในตัวเองอย่าง The Cabin in the Woods ตั้งใจจะออกฉายตั้งแต่ปี 2010 แต่ด้วยปัญหาเรื่องสตูดิโอทำให้ตัวหนังออกฉายในปี 2012 โดยการที่สตูดิโออย่างไลออนเกสต์เอามาจัดจำหน่าย และกลายเป็นหนังที่เรียกได้ว่ากวาดคำวิจารณ์ไปอย่างงดงาม ตัวหนังทำเงินไปพองาม 42 ล้านจากในอเมริกาและทำรายได้ทั่วโลกไปที่ 66 ล้านเหรียญ และล่าสุดตัวผู้กำกับอย่างดรูวส์ กอดดาร์ดเผยว่าทางสตูดิโออย่างไลออนเกตสนใจในการทำหนังภาคต่อมากๆ

ตัวหนังภาคแรกกำกับและเขียนบทโดยดรูวส์ กอดดาร์ดและจอร์จ วีดอน มีนักแสดงอย่างคริสเทน คอนโนลี่, คริส เฮมส์เวิร์ธ (ตอนที่เล่นเรื่องนี้พี่แกยังไม่ได้ดังเป็นเทพเจ้าธอร์เลยด้วยซ้ำ), แอนนา ฮัชชิสัน, ฟราน ครานซ์, เจสซี่ วิลเลียม, ริชาร์จ เจนกินส์ และแบรดลีย์ วิทฟอร์ด แต่แน่นอนว่าคงไม่มีนักแสดงคนไหนได้กลับมาในการทำภาคต่ออย่างแน่นอนเนื่องจาก ……….. (พูดไปจะเป็นการสปอยล์หนังภาคแรกซะเปล่าๆแนะนำให้หากันมาดูด้วยตัวเอง)

ทางสตูดิโอไม่ได้แค่ต้องการภาคต่อของหนังเรื่องนี้เท่านั้น แต่ทางสตูดิโอยืนยันว่าอยากให้ดรูวส์ กอดดาร์ดเป็นคนกลับมาทำด้วย ซึ่งตัวเขาได้ตอบตอนสัมภาษณ์ว่า “สิ่งที่ตลกมากคือผมไม่ได้แพลนว่าจะทำมันเป็นหนังภาคต่อเลยด้วยซ้ำ” เขาตอบเช่นนั้น ใครที่ได้ดูหนังแล้วคงเข้าใจคำตอบนี้ดี

อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยู่ในหนัง The Cabin in the Woods เต็มไปด้วยลูกบ้ามากมายและมันยังมีอะไรให้หยิบจับมาเล่นได้เยอะมาก ซึ่งมันได้สร้างแรงบันดาลใจอะไรได้มากมาย ซึ่งถ้าเราภาคต่อก็ต่อเมื่อมันจะทำให้เราตลกได้หนักไม่แพ้ภาคแรก

แม้ว่าตอนนี้ทั้งสองผู้กำกับจะบอกว่ายังไม่มีพล็อตเรื่องที่แน่นอนสำหรับภาคสองนี้ แต่ใครจะรู้ว่าถ้าหากพวกเข้าไดไอเดียเจ๋งๆพวกเขาก็คงไม่รอช้าที่จะเริ่มต้นบทของหนังภาคต่อ แต่แน่นอนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องราวแบบภาคแรกแน่ๆ The Cabin in the Woods

รีวิว The conjuring หนังผีที่จะทำให้คุณ หลอนไปทั้งคืน

รีวิว The conjuring หนังผีที่จะทำให้คุณ หลอนไปทั้งคืน

ดูหนังออนไลน์ The Conjuring (2013) คนเรียกผี 1 ดูซี่รี่ย์ หนังออนไลน์ | ดูหนังฟรี | ดูซี่รี่ย์ฟรี | ดูหนังผ่านมือถือ | ดูซี่รี่ย์ผ่านมือถือ |The Conjuring (2013) คนเรียกผี 1

The conjuring 1
The conjuring หรือชื่อภาษาไทยว่า คนเรียกผี เรียกได้ว่ากวาดรายได้มหาศาลในอเมริกา หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่ากลัว หลอนสุดๆ!! ซึ่ง The conjuring นี้ดูเผินๆอาจจะเหมือนหนังผีฝรั่งทั่วไป คือมักจะมีจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์บางอย่างจากบ้านร้างหลังหนึ่ง ตามหลอกหลอนกันในรูปแบบต่างๆ เช่นห้องปิดตาย เครื่องลาง หรือประวัติศาสตร์อิงศาสนา แต่สิ่งที่น่าสนใจมันอยู่ที่ หนังสร้างจากแฟ้มประวัติที่เกิดจากเหตุการณ์จริงตะหาก!! หลอนไปทั้งคืน ดูหนังออนไลน์ 

ภาคนี้จบแบบแอปปี้เอนดิ้ง ไม่มีตัวเอก ตายตอนจบเหมือนหนังผีเรื่องอื่นๆแน่นอนคะ เนื้อเรื่อง การเล่าเรื่อง ลำดับภาพกระชับน่าดูสามารถทำให้สนุก ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีค่ะ ผีจะโผล่มาตอนไหนไม่มีบทตายตัวเหมือนเรื่องอื่นๆ หรือพูดได้ว่าไม่สามารถรู้ทันเลย ให้คนดูคอยลุ้นกันเอาเองว่าจะโผล่มารึเปล่า หลอนไปทั้งคืน

รีวิว The Conjuring 2 : คนเรียกผี – KWANMANIE

The conjuring 2
จะพูดได้ว่าเรื่องนี้ผีหลอกได้โหดมากกกก แอบใจร้ายอะ สะดุ้งไปหลายรอบเลย ช่วงแรกที่ดูนี่เริ่มเข้าสู่บรรยากาศหลอนนน ก็พยายามตั้งสติไปก่อนนะ แต่พอครึ่งหลังเท่านั้นแหละ สติกระเจิงจ้าาา จังหวะต่างๆอะไรจะเป๊ะขนาดนั้นน หนังสร้างบรรยากาศได้บิ้วมาก ดนตรีมานี่บอกให้เตรียมหลับตา ผีอะออกมาไม่เยอะ แต่หลอกเยอะ หลอกแล้วหลอกอีก เยอะไปไหนน ลองหาดูกันนะ ตอนนี้มีภาคสองกันแล้วด้วย แนะนำอย่างยิ่ง
หลังจากสามีทิ้งไป Peggy Hodgson (Frances O’Connor) กลายเป็นซิงเกิลมัมที่ต้องดูแลลูก ๆ ทั้งสี่คนคนเดียวด้วยความยากลำบาก และยังต้องพบความยากลำบากยิ่งขึ้น เมื่อจู่ ๆ บ้านที่อาศัยอยู่ก็มีวิญญาณร้ายอาละวาด และเข้าสิง Janet (Madison Wolfe จาก Joy) ลูกสาวคนเล็กของเธอ
Ed (Patrick Wilson จาก The Conjuring และ Insidious) และ Lorraine (Vera Farmiga จาก Up in the Air และ The Conjuring) Warren จึงได้รับมอบหมายจากคริสตจักรให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปช่วยปราบผีที่กำลังคุกคามครอบครัว Hodgson ที่ Enfield เมือง London
เรื่องราวใน The Conjuring 2 อาจฟังดูไม่แปลกใหม่สำหรับคอหนังสยองขวัญ แต่บอกเลยว่า James Wan เป็นผู้กำกับหนังสยองขวัญที่ไม่ธรรมดา เขาสามารถทำหนังที่สร้างจากเรื่องจริงและทำเรื่องบ้านผีสิงที่มีอยู่ถมถืดให้ออกมาสดใหม่ มีสไตล์ น่ากลัว และหลอกคนดูได้ไม่รู้จบ
เช่นเดียวกับภาคแรกที่มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Annabelle ภาคนี้เขาก็มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Amityville อันโด่งดัง ซึ่งแค่เริ่มต้นในฉากเปิดเรื่องนี้ เราก็สัมผัสได้ถึงความล้ำและความมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องของเขาแล้ว ที่สำคัญ ความรู้สึกนี้มันไม่ดร็อปลงเลย เรียกว่า “พีค” ตั้งแต่ต้นจนจบ
ถึงแม้บ้านผีสิงของครอบครัว Hodgson ซึ่งอยู่ในตัวเมืองของประเทศอังกฤษ จะไม่มีห้องใต้ดินหรือห้องใต้หลังคาในลักษณะเดียวกับหนังผีเรื่องอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่บ้านจะอยู่ในชนบทหรือนอกเมือง แต่ความหลอนของบ้านก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ทั้งนี้ นอกจากตัวผู้กำกับแล้ว คงต้องยกความดีความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับงาน production design หรือการดีไซน์บ้านผีสิงของ Julie Berghoff และเทคนิค cinematography ของ Don Burgess เขาด้วยแหละ งานดี ไร้ที่ติจริง ๆ

ในส่วนของการแสดง ตัวละครหลักทุกตัวแสดงได้สมบทบาท โดยเฉพาะสองสามีภรรยา Warren ที่เล่นดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสวยหล่อขึ้น หรือแม้แต่ Madison Wolfe หรือ Janet ซึ่งต้องผีเข้าผีออก (หรือถูกผีสิง) นับครั้งไม่ถ้วน ก็ทำได้ดี ดูมีอนาคต

ซึ่ง ณ จุดนี้ เราอยากจะขอย้อนกลับไปอวยผู้กำกับ James Wan อีกสักครั้งที่สามารถกำกับเด็กเล็กให้จินตนาการเล่นหนังผีได้เก่งมาก เพราะจำได้ว่าใน The Conjuring เขาก็กำกับเด็กหญิงทุกคนในเรื่องได้ออกมาปังกันทุกคน
หลายคนอาจบ่นว่า The Conjuring 2 มีความยาวเวิ่นเว้อไปหน่อย หนังยาวถึง 133 นาที ในขณะที่หนังผีทั่วไปจะยาวแค่ประมาณ 90-100 นาที แต่โดยส่วนตัวของเรา เราโอเคนะ คือถึงแม้มันจะยาว แต่เราก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้สักวินาทีเดียว เพราะเขามีของจัดเต็มและจัดหนักตลอดเรื่อง คงกะเล่นให้คนดูกรี๊ดหรือกลัวจนเหนื่อยตายกันไปข้าง

เรากลับชอบซะอีกที่ The Conjuring 2 ไม่ได้เป็นหนังผีที่ฮาร์ดเซลล์ อย่างที่เราเห็นกันมาในหนังผีหลายเรื่อง ที่ถึงแม้เขาจะสั้นกระชับ แต่ก็เน้นขายแต่ฉากตุ้งแช่อย่างไร้รสนิยม ในทางกลับกัน The Conjuring 2 พยายามเป็นหนังผีที่มีชีวิต และเพิ่มรสชาติอื่น ๆ ลงไป เช่น มุกตลก ดราม่า ความรักและความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อผ่อนคลายความเครียดและความกลัวเป็นช่วง ๆ
โดยส่วนตัว เราว่ามุกตลกหลายมุกของเขาเวิร์คเลยนะ มีจังหวะการปล่อยมุกได้ดี พอดี ไม่ล้น เหมือนที่เขารู้ว่าเขาควรจะปล่อยจังหวะตุ้งแช่ตรงไหนนั่นแหละ พูดง่าย ๆ คือ เขารู้กาลเทศะที่จะเล่น ไม่ใช่สักแต่ใส่มุกมาสุ่มสี่สุ่มห้าขัดฟีลลิ่งความน่ากลัวจนความสยองมันไปได้ไม่สุด หรือเอะอะก็หลอกก็หลอนจนคนดูไม่ได้พักหายใจ ดีไม่ดีหัวใจวายตายตาโรง
นอกจากนี้ The Conjuring 2 ก็ไม่ได้มุ่งแต่ยัดเยียดให้คนดูเชื่อว่าภูติผี ซาตาน หรืออมนุษย์มีอยู่จริงแต่อย่างเดียว เขามีช่องทางเลือกให้คนดูได้คิด พินิจ และพิจารณาด้วยตนเองด้วยว่า นี่คือเรื่องจริงจริงหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องปรุงแต่งของใครก็ตามที่หวังผลประโยชน์จากมัน

กล่าวคือ ในหนังเราจะเห็นว่า ทั้ง Peggy และ Janet (ขุ่นแม่และขุ่นลูก ตามลำดับ) รวมถึงสื่อต่าง ๆ ล้วนมีแรงจูงใจที่จะเมคอัพเรื่องผีในบ้านขึ้นมากันทั้งนั้น อย่างเช่น Peggy ก็อาจจะหาเรื่องได้ย้ายบ้านหลังจากค้างจ่ายค่าเช่าหลังนี้มาสามเดือน หรือ Peggy ที่อาจจะพยายามเรียกร้องความสนใจให้พ่อกลับมาหาบ้าง เป็นต้น

รีวิว The conjuring หนังผีที่จะทำให้คุณ หลอนไปทั้งคืน

รีวิว The conjuring หนังผีที่จะทำให้คุณ หลอนไปทั้งคืน

ดูหนังออนไลน์ The Conjuring (2013) คนเรียกผี 1 ดูซี่รี่ย์ หนังออนไลน์ |  ดูหนังฟรี | ดูซี่รี่ย์ฟรี | ดูหนังผ่านมือถือ | ดูซี่รี่ย์ผ่านมือถือ |The  Conjuring (2013) คนเรียกผี 1

The conjuring 1
The conjuring หรือชื่อภาษาไทยว่า คนเรียกผี เรียกได้ว่ากวาดรายได้มหาศาลในอเมริกา หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่ากลัว หลอนสุดๆ!! ซึ่ง The conjuring นี้ดูเผินๆอาจจะเหมือนหนังผีฝรั่งทั่วไป คือมักจะมีจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์บางอย่างจากบ้านร้างหลังหนึ่ง ตามหลอกหลอนกันในรูปแบบต่างๆ เช่นห้องปิดตาย เครื่องลาง หรือประวัติศาสตร์อิงศาสนา แต่สิ่งที่น่าสนใจมันอยู่ที่ หนังสร้างจากแฟ้มประวัติที่เกิดจากเหตุการณ์จริงตะหาก!! หลอนไปทั้งคืน

ภาคนี้จบแบบแอปปี้เอนดิ้ง ไม่มีตัวเอก ตายตอนจบเหมือนหนังผีเรื่องอื่นๆแน่นอนคะ เนื้อเรื่อง การเล่าเรื่อง ลำดับภาพกระชับน่าดูสามารถทำให้สนุก ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีค่ะ ผีจะโผล่มาตอนไหนไม่มีบทตายตัวเหมือนเรื่องอื่นๆ หรือพูดได้ว่าไม่สามารถรู้ทันเลย ให้คนดูคอยลุ้นกันเอาเองว่าจะโผล่มารึเปล่า

รีวิว The Conjuring 2 : คนเรียกผี – KWANMANIE

The conjuring 2
จะพูดได้ว่าเรื่องนี้ผีหลอกได้โหดมากกกก แอบใจร้ายอะ สะดุ้งไปหลายรอบเลย ช่วงแรกที่ดูนี่เริ่มเข้าสู่บรรยากาศหลอนนน ก็พยายามตั้งสติไปก่อนนะ แต่พอครึ่งหลังเท่านั้นแหละ สติกระเจิงจ้าาา จังหวะต่างๆอะไรจะเป๊ะขนาดนั้นน หนังสร้างบรรยากาศได้บิ้วมาก ดนตรีมานี่บอกให้เตรียมหลับตา ผีอะออกมาไม่เยอะ แต่หลอกเยอะ หลอกแล้วหลอกอีก เยอะไปไหนน ลองหาดูกันนะ ตอนนี้มีภาคสองกันแล้วด้วย แนะนำอย่างยิ่ง
หลังจากสามีทิ้งไป Peggy Hodgson (Frances O’Connor) กลายเป็นซิงเกิลมัมที่ต้องดูแลลูก ๆ ทั้งสี่คนคนเดียวด้วยความยากลำบาก และยังต้องพบความยากลำบากยิ่งขึ้น เมื่อจู่ ๆ บ้านที่อาศัยอยู่ก็มีวิญญาณร้ายอาละวาด และเข้าสิง Janet (Madison Wolfe จาก Joy) ลูกสาวคนเล็กของเธอ
Ed (Patrick Wilson จาก The Conjuring และ Insidious) และ Lorraine (Vera Farmiga จาก Up in the Air และ The Conjuring) Warren จึงได้รับมอบหมายจากคริสตจักรให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปช่วยปราบผีที่กำลังคุกคามครอบครัว Hodgson ที่ Enfield เมือง London
เรื่องราวใน The Conjuring 2 อาจฟังดูไม่แปลกใหม่สำหรับคอหนังสยองขวัญ แต่บอกเลยว่า James Wan เป็นผู้กำกับหนังสยองขวัญที่ไม่ธรรมดา เขาสามารถทำหนังที่สร้างจากเรื่องจริงและทำเรื่องบ้านผีสิงที่มีอยู่ถมถืดให้ออกมาสดใหม่ มีสไตล์ น่ากลัว และหลอกคนดูได้ไม่รู้จบ
เช่นเดียวกับภาคแรกที่มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Annabelle ภาคนี้เขาก็มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Amityville อันโด่งดัง ซึ่งแค่เริ่มต้นในฉากเปิดเรื่องนี้ เราก็สัมผัสได้ถึงความล้ำและความมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องของเขาแล้ว ที่สำคัญ ความรู้สึกนี้มันไม่ดร็อปลงเลย เรียกว่า “พีค” ตั้งแต่ต้นจนจบ
ถึงแม้บ้านผีสิงของครอบครัว Hodgson ซึ่งอยู่ในตัวเมืองของประเทศอังกฤษ จะไม่มีห้องใต้ดินหรือห้องใต้หลังคาในลักษณะเดียวกับหนังผีเรื่องอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่บ้านจะอยู่ในชนบทหรือนอกเมือง แต่ความหลอนของบ้านก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ทั้งนี้ นอกจากตัวผู้กำกับแล้ว คงต้องยกความดีความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับงาน production design หรือการดีไซน์บ้านผีสิงของ Julie Berghoff และเทคนิค cinematography ของ Don Burgess เขาด้วยแหละ งานดี ไร้ที่ติจริง ๆ

ในส่วนของการแสดง ตัวละครหลักทุกตัวแสดงได้สมบทบาท โดยเฉพาะสองสามีภรรยา Warren ที่เล่นดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสวยหล่อขึ้น หรือแม้แต่ Madison Wolfe หรือ Janet ซึ่งต้องผีเข้าผีออก (หรือถูกผีสิง) นับครั้งไม่ถ้วน ก็ทำได้ดี ดูมีอนาคต

ซึ่ง ณ จุดนี้ เราอยากจะขอย้อนกลับไปอวยผู้กำกับ James Wan อีกสักครั้งที่สามารถกำกับเด็กเล็กให้จินตนาการเล่นหนังผีได้เก่งมาก เพราะจำได้ว่าใน The Conjuring เขาก็กำกับเด็กหญิงทุกคนในเรื่องได้ออกมาปังกันทุกคน
หลายคนอาจบ่นว่า The Conjuring 2 มีความยาวเวิ่นเว้อไปหน่อย หนังยาวถึง 133 นาที ในขณะที่หนังผีทั่วไปจะยาวแค่ประมาณ 90-100 นาที แต่โดยส่วนตัวของเรา เราโอเคนะ คือถึงแม้มันจะยาว แต่เราก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้สักวินาทีเดียว เพราะเขามีของจัดเต็มและจัดหนักตลอดเรื่อง คงกะเล่นให้คนดูกรี๊ดหรือกลัวจนเหนื่อยตายกันไปข้าง

เรากลับชอบซะอีกที่ The Conjuring 2 ไม่ได้เป็นหนังผีที่ฮาร์ดเซลล์ อย่างที่เราเห็นกันมาในหนังผีหลายเรื่อง ที่ถึงแม้เขาจะสั้นกระชับ แต่ก็เน้นขายแต่ฉากตุ้งแช่อย่างไร้รสนิยม ในทางกลับกัน The Conjuring 2 พยายามเป็นหนังผีที่มีชีวิต และเพิ่มรสชาติอื่น ๆ ลงไป เช่น มุกตลก ดราม่า ความรักและความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อผ่อนคลายความเครียดและความกลัวเป็นช่วง ๆ
โดยส่วนตัว เราว่ามุกตลกหลายมุกของเขาเวิร์คเลยนะ มีจังหวะการปล่อยมุกได้ดี พอดี ไม่ล้น เหมือนที่เขารู้ว่าเขาควรจะปล่อยจังหวะตุ้งแช่ตรงไหนนั่นแหละ พูดง่าย ๆ คือ เขารู้กาลเทศะที่จะเล่น ไม่ใช่สักแต่ใส่มุกมาสุ่มสี่สุ่มห้าขัดฟีลลิ่งความน่ากลัวจนความสยองมันไปได้ไม่สุด หรือเอะอะก็หลอกก็หลอนจนคนดูไม่ได้พักหายใจ ดีไม่ดีหัวใจวายตายตาโรง
นอกจากนี้ The Conjuring 2 ก็ไม่ได้มุ่งแต่ยัดเยียดให้คนดูเชื่อว่าภูติผี ซาตาน หรืออมนุษย์มีอยู่จริงแต่อย่างเดียว เขามีช่องทางเลือกให้คนดูได้คิด พินิจ และพิจารณาด้วยตนเองด้วยว่า นี่คือเรื่องจริงจริงหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องปรุงแต่งของใครก็ตามที่หวังผลประโยชน์จากมัน

กล่าวคือ ในหนังเราจะเห็นว่า ทั้ง Peggy และ Janet (ขุ่นแม่และขุ่นลูก ตามลำดับ) รวมถึงสื่อต่าง ๆ ล้วนมีแรงจูงใจที่จะเมคอัพเรื่องผีในบ้านขึ้นมากันทั้งนั้น อย่างเช่น Peggy ก็อาจจะหาเรื่องได้ย้ายบ้านหลังจากค้างจ่ายค่าเช่าหลังนี้มาสามเดือน หรือ Peggy ที่อาจจะพยายามเรียกร้องความสนใจให้พ่อกลับมาหาบ้าง เป็นต้น

The Conjuring 2' Movie Review - Rolling Stone

The conjuring 3
หากพูดถึงภาพยนตร์แนวสยองขวัญและลี้ลับของยุคนี้ คงต้องยกให้ The Conjuring หรือชื่อภาษาไทย “คนเรียกผี” แฟรนไชส์หนังผีชื่อดังที่ขยายจักรวาลแห่งความสะพรึงออกไปสร้างเป็นภาคย่อยต่างๆ มากมาย สำหรับกลางปี 2021 เรื่องราวสั่นประสาทจะกลับมาอีกครั้งใน The Conjuring 3 ซึ่งเลื่อนฉายจากปีที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
ประวัติลี้ลับของ The Conjuring 3 หนังผีที่สร้างจากเรื่องจริง
ประวัติบ้าน The Conjuring 3 เป็นสิ่งที่แฟนๆ ให้ความสนใจ ว่าในภาคนี้จะเล่าเรื่องราวประวัติ The Conjuring ถึงเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังไหน สำหรับภาคล่าสุดที่จะเข้าฉายในประเทศไทย ใช้ชื่อว่า “The Conjuring: The Devil Made Me Do It” ซึ่งสร้างมาจากเคสที่เกิดขึ้นจริงๆ รู้จักกันว่าคดี “ปิศาจบังคับให้ฉันทำ”

เรื่องย่อของ The Conjuring 3 เล่าถึงคดีฆาตกรรมสุดโหด ที่เกิดขึ้นจริงที่รัฐคอนเนตทิคัต ในปี 1981 เมื่อคนร้ายมีชื่อว่า “อาร์น ไชแอนด์ จอห์นสัน” (Arne Cheyenne Johnson) ชายหนุ่มอายุเพียง 19 ปี ลงมือก่อคดีกระหน่ำแทงเจ้าของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งจนเสียชีวิตอย่างสยดสยอง

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม เขาให้การว่าตนเองคือผู้บริสุทธิ์ เขาทำไปโดยไม่รู้ตัว อ้างว่าถูกปีศาจร้ายบังคับให้เขาก่อคดีอุกอาจดังกล่าว แน่นอนว่าคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน และคนร้ายก็ไม่รับสารภาพ รวมถึงมีเรื่องราวแปลกประหลาดระหว่างการสืบสวนมากมาย
จนกระทั่งคดีดำเนินไปถึงขั้นตอนการไต่สวนในชั้นศาล “เอ็ด” และ “ลอร์เลน” คู่รักตระกูลวอร์เรน ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการปราบผีและปิศาจ ได้เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย โดยเด็กหนุ่มสร้างเสียงฮือฮาด้วยการให้ปากคำในชั้นศาลว่าโดนปิศาจครอบงำให้กระทำเหตุฆาตกรรมดังกล่าว

ครอบครัววอร์เรน จึงร่วมสืบสวนคดีลี้ลับและเหนือธรรมชาติในครั้งนี้ ซึ่งการเดิมพันของคดีนี้ถูกตั้งไว้สูงมาก นั่นก็คือการต่อสู้เพื่อช่วงชิงวิญญาณของเด็กหนุ่ม คดีนี้ได้ชื่อว่าเป็นคดีที่สร้างความหวาดผวาให้ทั้งคู่มากที่สุดเลยทีเดียว เรื่องราวของการถูกผีสิง การไล่ผี และการดำเนินคดีของทางการถูกจับตามองจากชาวอเมริกันทั้งประเทศ

The Conjuring 3 เป็นผลงานผู้กำกับ “ไมเคิล ชาเวส” ซึ่งเคยฝากผลงานขวัญผวาไว้ใน The Curse of La Llorona (2019) โดยมี “เจมส์ วาน” เป็นผู้อำนวยการสร้าง นำแสดงโดย แพทริค วิลสัน และ วีรา ฟาร์มิกา มีกำหนดเข้าฉายในไทยช่วงกลางปี 2021
ชีวประวัติ ครอบครัววอร์เรน มือปราบผีชื่อดังแห่งยุค
“เอ็ด วอร์เรน” และ “ลอร์เลน วอร์เรน” สองสามีภรรยาชาวอเมริกัน นักปราบผีมืออาชีพ ซึ่งมีตัวตนอยู่จริงๆ ทำหน้าที่เป็นนักสืบไขปริศนาเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ โดยเชื่อว่ามีญาณทิพย์และความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับวิญญาณ เรื่องราวการปราบผีอันโด่งดังของครอบครัววอร์เรน ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก และทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ The Conjuring ภาคต่างๆ

เอ็ด วอร์เรน เริ่มรู้ว่าตนเองมีสัมผัสพิเศษตั้งแต่วัยเด็ก เพราะมักเกิดเหตุการณ์ลี้ลับขึ้นกับเขาโดยไม่มีใครให้คำตอบได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝันถึงคนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยเจอ และมารู้ทีหลังว่าคือญาติที่ตายไปแล้ว การได้ยินเสียงเปิด-ปิด ประตูเองหลายๆ ครั้ง แต่ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย เห็นตู้เสื้อผ้าเปิดเองราวกับเกิดขึ้นจากแรงดึงของใครสักคนที่เขามองไม่เห็น และการเห็นเงาของหญิงชราที่เปลี่ยนร่างเป็นลูกไฟพุ่งหาเขา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ ทว่าไม่มีใครอยู่ในห้องเลย

เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น ทำให้เอ็ดเริ่มต้นศึกษาเรื่องลี้ลับ ผีและปิศาจ ในขณะที่เขาทำงานเป็นตำรวจ ก็ได้พบรักกับ “ลอร์เลน” นักจิตวิทยาสาวที่มีซิกซ์เซนส์ ทั้งคู่จึงเริ่มชวนกันไปล่าท้าผีตามสถานที่ต่างๆ ก่อนจะผันตัวเป็นนักปราบผีอย่างเต็มตัว ได้รับการว่าจ้างให้ช่วยไขปริศนาเรื่องราวน่ากลัวและลี้ลับทั่วโลก โดยหนึ่งในคดีที่ทั่วโลกน่าจะรู้จักกันดีที่สุดคือ “ตุ๊กตาผีแอนนาเบลล์” ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Annabelle รวมถึงจักรวาลของแฟรนไชส์ The Conjuring นั่นเอง

ปัจจุบันสองมือปราบผีตระกูลวอร์เรน ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดย “เอ็ด” ผู้เป็นสามีเสียชีวิตเมื่อปี 2006 ส่วน “ลอร์เรน” ผู้เป็นภรรยา เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา ขณะอายุ 92 ปี เมื่อปี 2019 ปิดตำนานมือปราบผีที่ยังมีลมหายใจ หลงเหลือไว้เพียงเรื่องเล่าผ่านหนังสือและแผ่นฟิล์มเท่านั้น

สำหรับประเด็นที่หลายคนสนใจคือ เอ็ด วอร์เรน เสียชีวิตยังไง? เอ็ด เสียชีวิตที่บ้านพักในรัฐคอนเนตทิคัต เมื่อปี 2006 ขณะมีอายุ 79 ปี โดยก่อนหน้านี้ในปี 2001 เอ็ดประสบอุบัติเหตุหกล้มภายในบ้านพัก จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หลังจากเขาลุกขึ้นเปิดประตูให้แมวที่เลี้ยงไว้เข้ามาในบ้านตอนตี 2
สำหรับแฟนๆ หนังผี ที่ชื่นชอบเรื่องราวลี้ลับ และเหนือธรรมชาติที่สร้างมาจากเหตุการณ์จริง ต้องรอติดตาม The Conjuring ภาค 3 ว่าจะกลับมาพร้อมความสะพรึงและสั่นประสาทมากแค่ไหน ซึ่งหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 3 มิถุนายน 2564

เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้แพทย์ต้องกู้ชีพด้วยการปั๊มหัวใจ และเขาต้องนอนเป็นผู้ป่วยโคม่านานถึง 11 สัปดาห์ ทว่ากลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังรักษาตัวจนหายดีก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านตามปกติ แต่ด้วยอายุที่มากแล้ว ทำให้สุขภาพของเอ็ดไม่ค่อยจะดีนักจนเขาเสียชีวิตลง ดูหนังออนไลน์ 

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ The Terminator คนเหล็ก เทอร์มิเนเตอร์ หนังในตำนาน

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ The Terminator คนเหล็ก เทอร์มิเนเตอร์ หนังในตำนาน

Terminator 3 : Rise of the Machines คนเหล็ก 3 : กำเนิดใหม่เครื่องจักรสังหาร - MONO29 TV Official Site

The Terminator 3 Rise of the Machines : คนเหล็ก 3 กำเนิดใหม่เครื่องจักรสังหาร
ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ หนึ่งทศวรรษผ่านไป นับตั้งแต่ จอห์น คอนเนอร์ (นิค สธาร์ล) ได้ช่วยปกป้องวันสิ้นโลก และรักษามวลมนุษยชาติเอาไว้ได้ นั่นก็คือวันที่เครือข่ายแห่งเครื่องจักรกล ที่ผ่านการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ สกายเน็ต กลายเป็นเครื่องจักรกลที่มีความคิด และเริ่มทำลายมนุษยชาติ แต่วันที่ 29 สิงหาคม ปี 1997 ผ่านมาและผ่านไป โดยมิได้เกิดเหตุการณ์ร้าย แม้ว่าทางสกายเน็ต จะพยายามสังหารคอนเนอร์ถึงสองครั้ง เพื่อก่อสงครามกับมนุษย์ แต่มันเป็นความพยายามที่ล้มเหลวทั้งสองครั้ง

ปัจจุบันนี้ด้วยวัย 25 ปี ของเขา คอนเนอร์ต้องใช้ชีวิตเฉกเช่นบุคคลหลุดกรอบใดๆ ไม่มีแม้กระทั่งบ้าน ไม่มีเครดิตการ์ด ไม่มีโทรศัทพ์มือถือ กลายเป็นคนตกงาน และไม่มีประวัติชี้ว่า เขามีตัวตนอยู่จริง และ..ไม่มีทางที่จะเขาจะถูกคุกคามจากสกายเน็ท สุดยอดเครือข่ายเครื่องจักรสมองกล ที่ครั้งหนึ่งเคยหมายจะเด็ดหัวจอห์น และก่อสงครามกับเหล่ามนุษยชาติ

จนกระทั่ง… เมื่อถึงวันที่หุ่นยนต์นักฆ่าสายพันธุ์ใหม่ ที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงสุดเท่าที่เคยมีมา T-X (คริสเตนน่า โลเคน) ได้ก้าวออกมาจากเงาของโลกอนาคต และถูกส่งข้ามเวลากลับมาอีกครั้ง เพื่อสะสางภารกิจเก่าที่ T-1000 หุ่นพิฆาตรุ่นก่อนไม่สามารถทำได้สำเร็จ เครื่องจักรสังหารรุ่นนี้ มีความบึกบึนทนทานพอๆ กับรูปลักษณ์ภายนอก ที่ดูเป็นมนุษย์สาวแสนสวย คล้ายคลึงกับมนุษย์อย่างยิ่ง เธอทรงพลังมากกว่า อันตรายมากกว่า และมีอำนาจทำลายล้าง มากกว่าหุ่นยนต์สังหารทุกตัว ที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้

คอนเนอร์ไม่ใช่เป้าหมายหนึ่งเดียว ในบัญชีรายชื่อที่ต้องกำจัดทิ้ง ของสกายเน็ต แต่ยังมีสัตวแพทย์สาวที่ชื่อ เคต บรูว์สเตอร์ (แคลร์ เดนส์) ที่จะต้องได้เห็นอดีตอันแสนไกล และปัจจุบันที่กำลังสดใสของเธอ ต้องมาปะทะกับอนาคตที่คาดเดาไม่ถึง… ยกเว้นแต่เธอจะสามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของ T-X ผู้ไร้เทียมทาน เมื่อคอนเนอร์และเคตรู้ตัวว่า วันพิพากษากำลังมุ่งหน้าเข้าหาเขาและเธอ และเหลือเวลาเพียงสามชั่วโมงเท่านั้น ระหว่างพวกเขากับจุดจบของโลก ความหวังเดียวที่จะรอดชีวิตไปได้ ก็คือการจำลองหุ่นไซบอร์กมือสังหาร T-850 (อาร์โนลด์ ชวาสเซเนเกอร์) อดีตหุ่นสังหารตัวต้นแบบ สุดลึกลับของคอนเนอร์ ที่บัดนี้ได้กลายเป็นหุ่นมือสังหารที่ตกรุ่นไปแล้ว แต่ทั้งหมดจะต้องเอาชนะ T-X สุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีตัวใหม่ที่เหนือกว่า และเพื่อหาวิธีป้องกันวันพิพากษา… หรือเผชิญหน้ากับหายนะ ของความศิวิลัยซ์ที่พวกเรารู้จัก The Terminator