ไอศกรีมฟักข้าวเสาวรส สูตรนี้จับเนื้อฟักข้าวไปปั่นจนเนียนละเอียด

ไอศกรีมฟักข้าวเสาวรส สูตรนี้จับเนื้อฟักข้าวไปปั่นจนเนียนละเอียด

ไอศกรีมฟักข้าวเสาวรส

ไอศกรีม เป็นธุรกิจสร้างเงินสร้างอาชีพที่มั่นคงได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว รักหุ่นสวย ลองเปลี่ยนมาทำไอศกรีมผลไม้ แคลอรีต่ำกันดีไหม ทำง่าย แล้วแต่ผลไม้ตามฤดูกาล แถมสุขภาพดีอีกด้วย เราขอนำเสนอวิธีทำไอศกรีมซอร์เบตผลไม้ เช่น ราสป์เบอร์รีซอร์เบต ใบบัวบกซอร์เบต สับปะรดซอร์เบต ไปหาซื้อผลไม้ให้พร้อมลุยเลยดีกว่าค่ะ

ส่วนผสม ไอศกรีมฟักข้าวเสาวรส
• ฟักข้าวสุก
• น้ำเสาวรส
• น้ำตาลทรายป่น

 

วิธีทำ ไอศกรีมฟักข้าวเสาวรส
1. เริ่มจากการแยกเม็ดกับเนื้อฟักข้าวออกจากกัน ใช้ช้อนตักแล้วคว้านออกได้ทั้งหมด
2. เทรวมกันแล้วนำไปปั่นเลย ใช้เครื่องปั่นอะไรก็ได้ เพราะเนื้อฟักข้าวจากผลสุกค่อนข้างเละอยู่แล้ว เราอาจจะนวดก่อนที่จะคว้านก็ได้ จากนั้นก็นำไปต้มให้เดือด 1 ครั้ง
3. หลังจากต้มเสร็จแล้ว เติมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อยแล้วก็เติมน้ำเสาวรสลงไป (ใช้อัตราส่วน ฟักข้าว 1 ลูก ต่อน้ำเสาวรส 1 ลิตร สำหรับท่านที่ชอบกินเปรี้ยวไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายก็ได้ แต่เติมเล็กน้อยจะได้รสที่กลมกล่อมกว่า) เมื่อเติมน้ำเสาวรสแล้วก็นำใส่ภาชนะที่จะแช่เย็น
4. นำไปแช่เย็นจนเริ่มเป็นเกล็ดน้ำแข็ง แต่ยังไม่ต้องแข็งมากแล้วนำออกมาคน (ยิ่งนำออกมาคนบ่อยเนื้อจะยิ่งเนียน คน 2 รอบก็พอได้อยู่ เคยเห็นคนอื่นเอาออกมาเข้าเครื่องปั่นอีกรอบ ถ้าทำอย่างนั้นน่าจะดีเลย) ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

 

คาราเมลคัสตาร์ด เนื้อคัสตาร์ดเด้ง ๆ ทำด้วยไมโครเวฟ ราดซอสคาราเมล

คาราเมลคัสตาร์ด เนื้อคัสตาร์ดเด้ง ๆ ทำด้วยไมโครเวฟ ราดซอสคาราเมล

คาราเมลคัสตาร์ด

ช่วงนี้ถ้าออกจากหอพักหรือคอนโดไปซื้อขนมก็แอบหวั่น ๆ COVID-19 ครั้นจะทำขนมด้วยเตาอบก็อุปกรณ์ไม่พร้อม แต่ถ้าใครมีไมโครเวฟหายห่วงเลยค่ะ มาทำเมนูไมโครเวฟกันเถอะ เราขอนำเสนอวิธีทำขนมจากไมโครเวฟ

ส่วนผสม ซอสคาราเมล

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • น้ำ 1 ช้อนชา
  • น้ำร้อน 1 ช้อนชา

ส่วนผสม คัสตาร์ดพุดดิ้ง

  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมสด 150 มิลลิลิตร
  • กลิ่นวานิลลาเล็กน้อย

วิธีทำ คาราเมลคัสตาร์ด

     1. ทำซอสคาราเมลโดยนำน้ำเปล่าใส่ลงในถ้วย จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟแรงสูงสุด ประมาณ 1-2 นาที จนน้ำเดือด นำออกจากเตา เตรียมไว้
2. ผสมน้ำตาลทรายและน้ำลงในถ้วยกระเบื้อง คนผสมพอเข้ากัน นำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟแรงปานกลาง (ประมาณ 500 วัตต์) ประมาณ 2-3 นาที จนน้ำตาลทรายละลายและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้ นำออกจากเตา ใส่น้ำร้อนลงไปคนผสมเร็ว ๆ จนละลายเข้ากัน ตักใส่ลงที่ก้นถ้วยเล็กน้อย รอจนส่วนผสมเซตตัว
3. ทำคัสตาร์ดพุดดิ้งโดยตีผสมไข่ไก่กับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน เติมนมสดและกลิ่นวานิลลาลงไป ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว นำไปกรองด้วยตะแกรง จากนั้นเทลงในถ้วยที่มีซอสคาราเมลประมาณ 3/4 พิมพ์
4. นำถ้วยขนมวางลงในกล่อง หรือภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ เติมน้ำลงไปในกล่องพลาสติกประมาณ 1/2 ของถ้วย ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าไมโครเวฟ กำลังไฟ 500 วัตต์ นานประมาณ 5 นาที จนคัสตาร์ดเริ่มพองขึ้น นำออกจากเตา พักทิ้งไว้สักครู่ คว่ำลงในจาน พร้อมเสิร์ฟ

พุดดิ้งขนมปังลูกเกด จับขนมปังแช่ซอสวานิลลา เติมลูกเกดลงไปเน้น ๆ

พุดดิ้งขนมปังลูกเกด จับขนมปังแช่ซอสวานิลลา เติมลูกเกดลงไปเน้น ๆ

 7 เมนูขนมปังถ้วย

ประโยชน์ของอาหารเช้า

ช่วยให้ความจำดี
มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้าจะมีสมาธิน้อยลงและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้
โดยคนที่รับประทานอาหารเช้าจะมีภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียวค่ะ

ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้

อาหารเช้าช่วยควบคุมโรคอ้วนและน้ำหนักได้เป็นอย่างดีค่ะ นั่นเพราะจากมื้อดึกจนถึงเช้าวันใหม่เราอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง และหากเรายิ่งไม่ทานอาหารเช้าเข้าไปอีกจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้นและนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ

ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ
ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย เพราะในตอนเช้าเลือดของเรามีความเข้มข้นสูงและทำให้เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง หรือหัวใจอุดตันได้ แต่ถ้ารับประทานอาหารเช้าเข้าไปจะช่วยให้ระดับความเข้มข้นในเลือดเจือจางลงด้วยค่ะ

ส่วนผสม พุดดิ้งขนมปังลูกเกด (สำหรับ 1 ที่)

• ขนมปังบริออช 2 แถว
• ลูกเกดขาวและดำ 2 ช้อนโต๊ะ
• ซอสวานิลลา 1/2 ถ้วย
• ใบมินต์ 2-3 ใบ
• น้ำตาลไอซิ่งเล็กน้อย
• ซอฟต์ครีมรสนม

ส่วนผสม ซอสวานิลลา

• นมจืด 60 กรัม
• วิปปิ้งครีม 60 กรัม
• น้ำตาลทราย 30 กรัม
• ไข่แดง 2 ฟอง
• กลิ่นวานิลลา 1/4 ช้อนชา
• แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ พุดดิ้งขนมปังลูกเกด

1. อบขนมปังแล้วพักไว้ 2-3 วันเพื่อให้ขนมปังดูดซอสวานิลลาได้ดีมากขึ้น
2. เตรียมส่วนผสมซอสวานิลลา โดยตีไข่แดงกับน้ำตาลและแป้งข้าวโพดให้ขึ้นฟูเป็นสีเหลืองนวล พักไว้
3. ต้มนมกับวิปปิ้งครีมพออุ่น ๆ เทใส่ส่วนผสมไข่ คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟให้ไข่สุกจากเดิมเล็กน้อย นำมากรองใส่ถ้วย เติมกลิ่นวานิลลา
4. นำขนมปังที่อบไว้มาบิใส่ถ้วยเป็นชิ้นพอดีคำ เติมซอสวานิลลาให้เต็มถ้วย ใส่ลูกเกด พักไว้ 1 คืนเพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อขนมปังได้เต็มที่
5. นำขนมปังเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส (ไฟบนและล่าง) ประมาณ 10 นาที พอหน้าขนมเหลืองยกออกจากเตา โรยน้ำตาลไอซิ่ง ตกแต่งด้วยใบมินต์ เสิร์ฟพร้อมซอฟต์ครีมรสนมหอมหวาน

บลูเบอร์รีชีสเค้ก สูตรไม่ง้อเตาอบ แต่ได้ฐานที่กรุบกรอบ ร้อมครีมชีสหอมอร่อย

บลูเบอร์รีชีสเค้ก สูตรไม่ง้อเตาอบ แต่ได้ฐานที่กรุบกรอบ ร้อมครีมชีสหอมอร่อย

เค้กมินิมอล

ทั้งทรงกลมแบบเดิม เป็น 3 มิติโดดเด่น หรือจะตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ไปจนถึงแบบเรียบ ๆ แต่ดูดีในสไตล์มินิมอล เน้นความอร่อยที่เนื้อเค้กและท็อปปิ้งสำหรับตกแต่ง แถมวิธีทำก็ง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก จะทำให้เป็นเค้กวันเกิดกินในครอบครัว ของฝากสำหรับญาติเพื่อนฝูง หรือจะทำขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ก็เข้าท่า วันนี้เราจึงได้รวบรวมสูตรเค้กมินิมอลสุดคิวต์อร่อย ๆ ที่แสนง่ายมาฝากกัน

ส่วนผสม ฐานชีสเค้ก

  • เนยจืด 35 กรัม
  • บิสกิตไดเจสทีฟ 70 กรัม
  • ส่วนผสม ชีสเค้ก
  • แผ่นเจลาติน 6 กรัม
  • ครีมชีส 300 กรัม
  • น้ำตาลทราย 46 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีม 300 กรัม
  • นม 46 กรัม

ส่วนผสม ซอสบลูเบอร์รีโฮมเมด

  • บลูเบอร์รี 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 45 กรัม
  • น้ำส้ม 85 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 10 กรัม
  • น้ำ 20 กรัม
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ บลูเบอร์รีชีสเค้ก

  1. ทำฐาน เริ่มจากละลายเนย และบดบิสกิตให้ละเอียด นำมาผสมให้เข้ากัน กรุลงในพิมพ์ กดให้แน่น และนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาที
  2. ทำชีสเค้ก เริ่มจากแช่แผ่นเจลาตินในน้ำเย็น และผสมครีมชีส น้ำตาลทราย และวนิลาในอ่างผสม คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่วิปปิ้งครีมลงไป ตีให้ตั้งยอดอ่อน
  3. นำนมไปอุ่นในไมโครเวฟ ใส่เจลาตินที่รีดน้ำออกจนหมดลงไป คนให้เจลาตินละลาย แล้วนำไปผสมกับครีมชีส คนให้เข้ากัน
  4. ใส่ส่วนผสมครีมชีสลงในพิมพ์ ปาดหน้าให้เรียบ นำไปแช่เย็นประมาณ 2-4 ชั่วโมง เมื่อครบเวลา นำออกมาเพื่อถอดพิมพ์
  5. ทำซอสบลูเบอร์รี เริ่มจากนำบลูเบอร์รี น้ำส้ม และน้ำตาลทราย ใส่ลงไปในหม้อแล้วนำไปต้ม โดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน เมื่อบลูเบอร์รีที่ต้มไว้เดือด ปิดไฟ
  6. ใส่น้ำลงไปในแป้งข้าวโพดที่เตรียมไว้คนให้เข้ากัน เทลงไปในหม้อต้มบลูเบอร์รี คนให้เข้ากันดี แล้วเปิดไฟกลางค่อนไปทางอ่อนต้มซอสต่อจนเดือดอีกรอบแล้วยกลงจากเตา ใส่น้ำมะนาวที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน พักให้เย็น เมื่อเย็นสนิทดี จึงนำไปตกแต่งหน้าเค้ก

เค้กโยเกิร์ต วิธีการทำก็แสนง่าย จะทำกินเอง หรือทำเป็นของฝาก

เค้กโยเกิร์ต วิธีการทำก็แสนง่าย จะทำกินเอง หรือทำเป็นของฝาก

เค้กมินิมอล

ทั้งทรงกลมแบบเดิม เป็น 3 มิติโดดเด่น หรือจะตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ไปจนถึงแบบเรียบ ๆ แต่ดูดีในสไตล์มินิมอล เน้นความอร่อยที่เนื้อเค้กและท็อปปิ้งสำหรับตกแต่ง แถมวิธีทำก็ง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก จะทำให้เป็นเค้กวันเกิดกินในครอบครัว ของฝากสำหรับญาติเพื่อนฝูง หรือจะทำขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ก็เข้าท่า วันนี้เราจึงได้รวบรวมสูตรเค้กมินิมอลสุดคิวต์อร่อย ๆ ที่แสนง่ายมาฝากกัน

ส่วนผสม ไข่แดง

  • แป้งข้าวโพด 20 กรัม
  • แป้งเค้ก 30 กรัม
  • ไข่แดง (เบอร์ 2) 3 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • โยเกิร์ต 130 กรัม
  • น้ำมันดอกทานตะวัน 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ไข่ขาว

  • ไข่ขาว (เบอร์ 2) 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 60 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ เค้กโยเกิร์ต

  1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส และเตรียมพิมพ์โดยใช้พิมพ์ถอดก้น เพราะสูตรนี้เราจะอบแบบรองน้ำ
  2. ร่อนแป้ง 2 ชนิด และพักไว้ จากนั้นไปทำส่วนผสมไข่แดง โดยนำไข่แดงใส่ชามผสม ตีจนขึ้นฟูและสีนวล หลังจากนั้นใส่กลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน
  3. ใส่เกลือ ใส่โยเกิร์ต และน้ำมัน คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นใส่แป้งที่ร่อนไว้ ตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ
  4. ทำส่วนผสมไข่ขาวโดยนำไข่ขาวและน้ำมะนาวใส่ลงในโถตี ตีด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟองละเอียด หลังจากนั้นทยอยใส่น้ำตาลทรายจนหมด
  5. ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน หลังจากนั้นทยอยตักไข่ขาวใส่ลงในส่วนผสมของไข่แดงที่พักไว้ และตะล่อมให้เข้ากัน
  6. เทส่วนผสมลงในพิมพ์กรุกระดาษไขและห่อฟอยด์ให้เรียบร้อย นำเข้าอบ อบรองน้ำที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง ประมาณ 50 นาที หรือจนกว่าจะสุก
  7. อบเสร็จแล้ว นำมาพักไว้ให้อุ่น จึงนำออกจากพิมพ์ โรยไอซิ่งและตัดเสิร์ฟ

พุดดิ้งเมล็ดเจีย เนื้อพุดดิ้งจะเนียนและเหนียวข้นจากโยเกิร์ตและเมล็ดเจีย

พุดดิ้งเมล็ดเจีย เนื้อพุดดิ้งจะเนียนและเหนียวข้นจากโยเกิร์ตและเมล็ดเจีย

พุดดิ้งเมล็ดเจียสตรอว์เบอร์รี่ Strawberry Chia Seed Pudding : พลพรรคนักปรุง  - YouTube

วันนี้เราขอเสนอ วิธีทำพุดดิ้ง ทำเองได้ไม่ยากเลย แถมค่าใช้จ่ายไม่เยอะ สามารถทำเป็นเมนูสร้างอาชีพได้เลยแหละทุกคน แถมยังอร่อยถูกปากเราอีกด้วย
สามารถกะรสชาติที่เราชอบได้เลย หวานไปก็ลดน้ำตาล หวานน้อยก็สามารถเติมได้เลย แถมสามารถตกแต่งหน้าตาที่เราชอบได้เลย

ส่วนผสม พุดดิ้งเมล็ดเจีย

• นมสด 300 มิลลิลิตร
• โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1-2 ช้อนโต๊ะ
• เมล็ดเจีย 1/4 ถ้วย
• น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำ พุดดิ้งเมล็ดเจีย

1. ผสมนมสดกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติเข้าด้วยกัน
2. ใส่เมล็ดเจียลงไปคนให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำผึ้ง คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วตักส่วนผสมใส่โหลแก้ว ปิดฝาให้สนิทแล้วนำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ข้ามคืน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
3. ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยท็อปปิ้งตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

โยเกิร์ตพุดดิ้ง ทีเด็ดคือใส่นมสดหอม ๆ เติมกลิ่นวานิลลานิดหน่อย

โยเกิร์ตพุดดิ้ง ทีเด็ดคือใส่นมสดหอม ๆ เติมกลิ่นวานิลลานิดหน่อย

พุดดิ้งนมสด

วันนี้เราขอเสนอ วิธีทำพุดดิ้ง ทำเองได้ไม่ยากเลย แถมค่าใช้จ่ายไม่เยอะ สามารถทำเป็นเมนูสร้างอาชีพได้เลยแหละทุกคน แถมยังอร่อยถูกปากเราอีกด้วย
สามารถกะรสชาติที่เราชอบได้เลย หวานไปก็ลดน้ำตาล หวานน้อยก็สามารถเติมได้เลย แถมสามารถตกแต่งหน้าตาที่เราชอบได้เลย

ส่วนผสม พุดดิ้งนมสด

  • เจลาตินแผ่น 6 กรัม
  • นมสด 300 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 60 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • สลัดผลไม้ตามฤดูกาล (สำหรับแต่ง)

วิธีทำ พุดดิ้งนมสด

     1. แช่แผ่นเจลาตินในน้ำเย็นประมาณ 4-5 นาที
2. นำนมสด วิปปิ้งครีม น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลาใส่ลงในหม้อต้ม แล้วคนให้เข้ากัน
3. นำหม้อต้มไปตั้งไฟ ใช้ไฟกลางค่อนไปทางไฟอ่อน ต้มให้นมมีอุณหภูมิประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส หรือเห็นไอลอยขึ้นมาเวลาคนนม ปิดไฟ ยกหม้อลง
4. บีบน้ำออกจากเจลาตินที่แช่ไว้ แล้วนำเจลาตินใส่ในนมที่ร้อน คนให้เจลาตินละลาย
5. นำนมอุ่นเทใส่แก้วหรือภาชนะที่เตรียมไว้ นำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง หรือจนพุดดิ้งนมเซตตัว ตกแต่งด้วยผลไม้

ขนมปังกรอบหน้าช็อกโกแลต จับเนยผสมกับผงโกโก้ เติมความหวานด้วยน้ำตาล

ขนมปังกรอบหน้าช็อกโกแลต จับเนยผสมกับผงโกโก้ เติมความหวานด้วยน้ำตาล

ขนมปังกรอบ

ช่วงนี้ใครเบื่อๆบ้าง เรามาทำ เมนูง่ายๆ ที่ราคาไม่แพง ส่วนผสมน้อย แถม ขั้นตอนวิธีทำแสนง่าย กันดีกว่า วันนี้ขอเสนอเมนูขนมปัง สำหรับคนที่ชอบขนมปัง สามารถหาซื้อขนมปังที่ไหนก็ได้ นำมาดัดแปลงเป็นเมนูขนมปังเมนูใหม่ ที่อร่อยไม่จำเจ ลองทำตามกันดูได้เลยค่ะ

ส่วนผสม ขนมปังกรอบหน้าช็อกโกแลต

  • ขนมปังแผ่น
  • เนยจืด
  • ผงโกโก้
  • น้ำตาลทราย

วิธีทำ ขนมปังกรอบหน้าช็อกโกแลต

     1. หั่นขนมปังเป็นแผ่นขนาดตามชอบ ผึ่งลมให้แห้ง

2. ตีเนย ผงโกโก้ และน้ำตาลจนเข้ากัน ทาลงบนหน้าขนมปัง วางเรียงใส่ถาดอบ

3. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 45 นาทีหรือจนกรอบ พออบเสร็จนำมาผึ่งจนเย็น

 

ขนมปังกรอบหน้าเนยกระเทียม ขนมปังกรอบหน้าเนยกระเทียม สูตรนี้ปิ้งบนกระทะ

ขนมปังกรอบหน้าเนยกระเทียม ขนมปังกรอบหน้าเนยกระเทียม สูตรนี้ปิ้งบนกระทะขนมปังกรอบช่วงนี้ใครเบื่อๆบ้าง เรามาทำ เมนูง่ายๆ ที่ราคาไม่แพง ส่วนผสมน้อย แถม ขั้นตอนวิธีทำแสนง่าย กันดีกว่า วันนี้ขอเสนอเมนูขนมปัง สำหรับคนที่ชอบขนมปัง สามารถหาซื้อขนมปังที่ไหนก็ได้ นำมาดัดแปลงเป็นเมนูขนมปังเมนูใหม่ ที่อร่อยไม่จำเจ ลองทำตามกันดูได้เลยค่ะ

ส่วนผสม ขนมปังกรอบหน้าเนยกระเทียม

  • ขนมปัง
  • เนยสดแบบจืด
  • เกลือป่น
  • น้ำตาลทราย
  • กระเทียมสับ
  • ใบพาร์สลีย์สับ

วิธีทำ ขนมปังกรอบหน้าเนยกระเทียม

     1. ผสมเนย น้ำตาลทราย และเกลือ พอคนจนเข้ากันใส่กระเทียมกับพาร์สลีย์ คนให้เข้ากันอีกครั้ง

2. จากนั้นทาลงบนขนมปังแล้วปิ้งให้กรอบ

เค้กอินทผลัม เนื้อเค้กหอมเนยสด ใส่อินทผลัมและเติมน้ำตาลทราย

เค้กอินทผลัม เนื้อเค้กหอมเนยสด ใส่อินทผลัมและเติมน้ำตาลทราย

เมนูอินทผลัม

ประโยชน์ของอินทผาลัม
1. การรับประทานอินทผาลัมเป็นประจำจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ
2. ประโยชน์อินทผลัมช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มกำลัง ขจัดความเมื่อยล้า ช่วยดับความหนาวเย็น
3. เมื่อร่างกายมีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง หากรับประทานอินทผาลัมภายในครึ่งชั่วโมงก็จะทำให้ร่างกายกลับมามีกำลังเหมือนเดิม
4. ช่วยรักษาโรคผอมผิดปกติ ช่วยเพิ่มน้ำหนักตัว
5. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
6. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยป้องกันโรคตาบอดแสงหรือภาวะมองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน
7. ช่วยบำรุงตับอ่อน รักษาโรคเบาหวาน (อ.สุทธิวัสส์)
8. ช่วยดูแลและควบคุมระบบประสาท
9. อินทผลัมมีโพแทสเซียมสูง จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้มากถึง 40%
10. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง

ส่วนผสม เค้กอินทผลัม

  • อินทผลัมแห้ง สับเป็นชิ้นเล็ก 180 กรัม
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • แป้งเค้ก 180 กรัม
  • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • เนยสดจืด 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 130 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่งเล็กน้อย (สำหรับทำไอซิ่งเกลซ)

วิธีทำ เค้กอินทผลัม

     1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่อินทผลัมสับลงต้มประมาณ 3 นาที ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ให้พออุ่น แล้วใส่เบกกิ้งโซดา คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
2. ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือป่น เข้าด้วยกัน เตรียมไว้
3. ตีเนยสดให้อ่อนตัว ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายทีละน้อย ตีด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟูและสีอ่อน
4. ตีไข่พอแตก ค่อย ๆ เทใส่ลงในส่วนผสมเนย ตีต่อด้วยความเร็วสูงสุดจนส่วนผสมเข้ากันดี ใส่แป้งที่ร่อนไว้ ตีด้วยความเร็วต่ำให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นใส่อินทผลัมลงไปผสมให้เข้ากัน ให้เนื้ออินทผลัมกระจายตัว ไม่นอนก้น
5. ตักส่วนผสมใส่พิมพ์ เข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ระยะเวลาในการอบขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์ และเตาอบของแต่ละบ้าน อบจนสุก นำออกจากเตา พักไว้จนเย็น
6. แต่งหน้าด้วยอินทผลัมสับและไอซิ่งเกลซ รอจนน้ำตาลไอซิ่งเซตตัว (เก็บไว้ข้ามคืน เค้กจะนุ่มชุ่มฉ่ำกว่าเดิม)