8 พรรณไม้ในบ้านยอดฮิต พร้อมเคล็ดลับดูแลใบ ให้สวยงาม

8 พรรณไม้ในบ้านยอดฮิต พร้อมเคล็ดลับดูแลใบ ให้สวยงาม

เพราะสิ่งเล็ก ๆ ล้วนมีความหมาย เช่นเดียวกับ พรรณไม้ในบ้านยอดฮิต การจัดสวนในบ้านเพื่อเติมเต็มบรรยากาศอันรื่นรมย์ ก็นับเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยทำให้บ้านน่าอยู่และเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกชวนผ่อนคลายได้อย่างไม่รู้เบื่อ จึงทำให้ช่วงเวลาที่ผ่านมามีใครหลายหันมาสนใจและเริ่มปลูกต้นไม้ในบ้านกันมากขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศสดชื่นรื่นรมย์ให้พื้นที่ในบ้านพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยทุกเวลา แต่เนื่องด้วยการปลูกต้นไม้ในบ้านเป็นรูปแบบการจัดสวนที่มีความเฉพาะตัว เพราะเป็นพื้นที่ในร่มที่ไม่สามารถเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่เหมือนการจัดสวนนอกบ้าน จึงทำให้การคัดเลือกพรรณไม้ที่นำมาปลูกในบ้านต้องมีความพิถีพิถันและเลือกชนิดพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของบ้านด้วยเช่นกัน จึงรวบรวมพรรณไม้ที่เหมาะกับการจัดสวนในบ้าน พร้อมเคล็ดลับการเลี้ยงดูต้นไม้ในบ้านให้เติบโตอย่างเหมาะสมมาแนะนำค่ะ

พลูด่าง (Linden&Andre’)

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นหัดปลูกต้นไม้หรือกำลังมองหาพรรณไม้ที่เลี้ยงง่าย สามารถปลูกในบ้านได้ดี และมีราคาไม่แพง ต้นพลูด่าง ก็นับเป็นพรรณไม้อีกชนิดหนึ่งที่ดูแลง่าย เติบโตได้รวดเร็ว และสามารถช่วยฟอกอากาศในบ้านได้ดี ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ทั้งพลูด่างเขียว พลูด่างราชินีหินอ่อน พลูด่างราชินีสีทอง และพลูงาช้าง เป็นต้น โดยมีลักษณะเป็นพรรณไม้เลื้อยที่สามารถปลูกได้ทั้งในดินและในน้ำ เหมาะสำหรับในที่มีแดดรำไรหรือที่มีแสงแดดส่องผ่านไม่มากนัก จึงเหมาะสำหรับการนำมาจัดสวนเป็นไม้ประดับในบ้านได้ดี ไม่ว่าจะนำมาปลูกลงกระถางน่ารัก แช่น้ำในโหลแก้วใบสวย พร้อมนำไปวางประดับตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน ก็สามารถเติมเต็มความสวยงามและช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านสดชื่นมีชีวิตชีวาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่รดน้ำ 3 วันครั้ง พลูด่างใบสวยก็อยู่คู่บ้านไปได้อีกนาน

ศุภโชค (Money Tree)

หนึ่งในพรรณไม้นอกกระแสที่หลายคนอาจไม่รู้ว่า ต้นศุภโชค เป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกไว้ในบ้านได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นพรรณไม้ยืนต้นเขตร้อนที่เลี้ยงง่าย สามารถปลูกได้ในทุกสภาพพื้นที่ มีแดดก็ดี อยู่ในร่มก็ได้ อีกทั้งยังทนแล้งได้ค่อนข้างมาก รดน้ำเพียง 3 วันครั้งก็พอสำหรับความต้องการ เดิมทีพรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ แถบประเทศเม็กซิโก บราซิล และหมู่เกาะฮาวาย ต่อมาได้แพร่กระจายสายพันธุ์ไปสู่ประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น โดยมาพร้อมลักษณะรูปฟอร์มของลำต้นที่สูงโปร่ง นิยมดัดลำต้นให้พันกันเกลียวคล้ายผมเปีย ซึ่งช่วยเสริมความสวยให้ลักษณะใบพุ่มที่มีรูปทรงใบคล้ายแฉกของดวงดาวดูสวยงามและเป็นรูปทรงมากขึ้น ส่วนมากจะนำมาปลูกประดับเป็นไม้แคระในกระถางใบไม่ใหญ่นัก เพื่อให้สามารถจัดวางตามมุมต่าง ๆ ของบ้านได้ดี โดยมีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่สามารถเรียกเงินทองเข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้

มอนสเตอร่า (Monstera)

ด้วยเอกลักษณ์ของรูปใบ มอนสเตอร่า ซึ่งโดดเด่นด้วยลวดลายฉลุและแฉกใบที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาอย่างงดงาม จึงทำให้รูปใบของพรรณไม้ชนิดนี้ถูกนำไปผสมผสานอยู่ในงานดีไซน์มากมาย ทั้งของใช้และของตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วพรรณไม้ชนิดนี้ยังติดอยู่ในประเภทของไม้ฟอกอากาศอันดับต้น ๆ ที่นิยมนำมาปลูกในบ้านอีกด้วย โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย เนื่องจากมีลักษณะภูมิอากาศคล้ายกับถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นตามป่าดิบเขา เหมาะสำหรับการปลูกในที่มีแสงรำไร หากมีแสงแดดจัดจะทำให้ใบไหม้ ควรจัดวางไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี มีความชื้นแบบพอดีด้วยการรดน้ำเพียง 3 วันครั้ง และไม่ควรรดน้ำมากเกินไปจนดินในกระถางแฉะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้ต้นไม้เติบโตและพร้อมแตกใบใหม่ที่สวยงาม หรือจะนำมาปลูกในน้ำก็ได้เช่นกัน

ยางอินเดีย (Rubber Plant)

หากกำลังมองหาต้นไม้ในบ้านที่เป็นกระแสนิยมในช่วงนี้ หนึ่งในนั้นต้องยกให้ ยางอินเดีย เพราะด้วยรูปใบที่มีลักษณะโดดเด่น สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ ด้วยความเกลี้ยงมันเงาของใบ และโทนสีเขียวเข้มดำที่ตัดกับสีของยอดอ่อน ซึ่งมีกาบหุ้มเป็นสีแดงอมชมพู จึงทำให้พรรณไม้ชนิดนี้กลายเป็นต้นไม้ยอดฮิตประจำบ้านที่หลายคนตามหามาปลูกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถช่วยดูดสารพิษและช่วยฟอกอากาศภายในบ้านได้ดี พร้อมทั้งต้องการแสงแดดรำไรเพียงเล็กน้อย จึงเหมาะสำหรับการนำมาเป็นไม้ประดับในบ้านตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว ในส่วนของวัสดุปลูกแนะนำว่าควรเป็นดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำได้ดี โดยอาจผสมดินร่วนและกาบมะพร้าวเข้ากับแกลบดำเล็กน้อย ก็จะช่วยให้วัสดุปลูกในกระถางสามารถถ่ายเทน้ำและอากาศได้มากขึ้น โดยควรรดน้ำเพียง 3 วันครั้ง และหมั่นใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดใบให้ผิวมันลื่นเงางาม ก็จะช่วยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสมและมาพร้อมความสวยงามที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ลิ้นมังกร (Sansevieria)

หากเอ่ยถึงเรื่องพรรณไม้ที่มีความแข็งแกร่งต้องยกให้ ลิ้นมังกร ซึ่งนับว่าเป็นต้นไม้ที่สามารถเติบโตได้เกือบทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะปลูกบนดินในสวนกลางแจ้ง หรือปลูกในกระถางที่ตั้งไว้ในห้องแอร์ โดยสามารถทนอยู่ในสภาพดินที่มีความแห้งแล้งได้นานเป็นสัปดาห์ แต่หากสภาพดินมีความแฉะมากเกินไปจะทำให้รากเน่าและตายในที่สุด จึงควรเช็คสภาพดินก่อนการรดน้ำทุกครั้งว่ามีความชื้นอยู่ในระดับใด โดยควรรดน้ำเพียง 4 วันครั้งก็พอสำหรับความต้องการ พร้อมทั้งควรนำกระถางไปวางตั้งไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทและมีแสงแดดรำไร อย่างพื้นที่ริมหน้าต่างของบ้าน ก็จะช่วยให้ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตได้ดีและมีสภาพใบที่สวยงามอย่างสมบูรณ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านที่มีความทนทานสูงแล้ว พรรณไม้ชนิดนี้ยังได้รับการอยมรับจากองค์การนาซาว่าพืชสกุลนี้สามารถช่วยดูดซับสารพิษในบรรยากาศได้ดี

ไทรใบสัก (Fiddle Fig)

เมื่อต้องการเติมเต็มพื้นที่ในบ้านให้มีความรื่นรมย์และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไทรใบสัก ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับนำมาปลูกลงกระถางและตั้งประดับไว้ในบ้าน เพราะด้วยรูปฟอร์มต้นที่มีความสง่างาม โอบล้อมด้วยใบขนาดใหญ่ที่มีรูปใบพลิ้วสวย จึงสามารถเติมเต็มเสน่ห์ให้พื้นที่ในบ้านมีชีวิตชีวาและน่าอยู่มากกว่าเดิม ซึ่งนอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว พรรณไม้ชนิดนี้ยังมีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษและฟอกอากาศให้สดชื่นได้อีกด้วย ในส่วนของการดูแลก็ง่ายต่อการเลี้ยงดู เพียงแค่จัดวางไว้ในตำแหน่งที่มีแสงแดดส่องเข้าถึงสักวันละ 3-5 ชั่วโมง หรือบริเวณที่มีแสงแดดรำไรอย่าง ริมหน้าต่าง ระเบียงบ้าน หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ได้เช่นกัน แต่หากไม่ได้รับแสงแดดเลยจะทำให้ใบหลุดร่วง หรือหากต้องรับแสงแดดจัดตลอดวันก็อาจทำให้ใบไหม้เป็นรอยด่างสีน้ำตาลที่ไม่สวยงาม ในส่วนของการรดน้ำแนะนำให้รดในปริมาณที่เหมาะสมประมาณ 3-4 วันครั้ง โดยไม่ควรรดน้ำชุ่มเกินไป เพราะหากมีน้ำขังจะทำให้รากเน่า และควรหมั่นหมุนกระถางเป็นครั้งคราว เพื่อให้ใบเรียงตัวสวยในระดับที่เสมอกัน และเพื่อความสวยงามแนะนำให้หมั่นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเบา ๆ ที่ด้านบนของใบเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้ฝุ่นเกาะตามใบจนขุ่นมัว

คล้า (Calathea)

ใครที่ชื่นชอบไม้ใบสวยที่มีลวดลายชวนสะดุดตา แนะนำให้ลองหาซื้อ คล้า มาปลูกเพิ่มความสวยงามในบ้าน เพราะนอกจากพรรณไม้ชนิดนี้จะมีลายเด่นชัดเสมือนงานศิลปะบนใบไม้แล้ว ยังเป็นต้นไม้ที่ชื่นชอบการอยู่ในที่ร่ม มีอากาศเย็น ความชื้นสูง ต้องการแสงแดดเพียงรำไร และมีลมโกรกน้อย ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตามถิ่นกำเนิดในป่าที่มีดินแฉะหรือมีน้ำขัง ก็จะช่วยให้เจริญเติบโตได้ดีและมีใบสวยงาม จึงเหมาะสำหรับการนำมาจัดสวนปลูกไว้เพื่อประดับตามมุมบ้าน โดยมีการแบ่งชนิดต้นคล้าออกเป็นหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น คล้าใบดอง คล้าแววมยุรา คล้านกยูง คล้าขุนแผน คล้าหนวดแมว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งในบางชนิดพันธุ์ที่สามารถทนต่ออุณหภูมิต่ำได้มากจะทำให้ใบคล้าไวต่อแสงแดด ความชื้น และอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมมาก แต่หากอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เช่น ในช่วงฤดูฝน ก็จะทำให้ใบของต้นคล้ามีสีสันและลวดลายสวยงามชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนวัสดุสำหรับใช้ปลูกที่แนะนำควรเป็นดินที่มีความร่วนซุย อาจผสมแกลบขาว แกลบดำ และดินก้ามปู พร้อมรดน้ำประมาณ 3 วันครั้ง ก็จะช่วยให้ต้นไม้เติบโตได้ดีมากยิ่งขึ้น

เดหลี (Peace Lily)

อีกหนึ่งพรรณไม้ที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับการจัดสวนปลูกต้นไม้ในบ้านก็คือ เดหลี เนื่องจากเป็นพรรณไม้ในร่มที่มาพร้อมความสวยงามจากใบมันวาวสีเขียวเข้ม พร้อมดอกสีขาว และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ออกดอกได้ตลอดปี แม้แต่พื้นที่ในอาคารหรือพื้นที่มีความชื้นต่ำ และได้รับแสงจากหลอดไฟในบ้าน ก็ยังสามารถออกดอกสวยให้เชยชมได้เช่นกัน เพียงแต่ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยควรรดน้ำประมาณ 2 วันครั้ง เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ และไม่จำเป็นต้องได้รับแสงแดดในปริมาณมาก อาจตั้งไว้รับแสงแดดรำไรในช่วงครึ่งวันเช้าก็เพียงพอ เพราะหากเผชิญกับแสงแดดโดยตรงหรือได้รับแสงแดดมากเกินไปก็อาจทำให้ใบเกิดรอยไหม้ได้เช่นกัน ที่สำคัญพรรณไม้ชนิดนี้ยังโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับสารพิษภายในบ้านและอาคารได้ดี และยังถือเป็นไม้มงคลที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ปลูกมีอายุยืนและนำโชคลาภมาให้

การปลูก ต้นไม้ในบ้าน ร้านค้า คาเฟ่ และอาคารต่าง ๆ กำลังได้รับความนิยม เกิดเป็นกระแสที่ทำให้หลายคนอยากทำตามเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มาอยู่ใกล้ตัวแบบนี้บ้าง วิธีดูแลต้นไม้ในบ้าน
การปลูก ต้นไม้ในบ้าน ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องเข้าใจการเลือกใช้ต้นไม้ให้เหมาะสม โดยส่วนใหญ่แล้ว ต้นไม้ในบ้าน หรือในอาคารมักจะได้รับแสงน้อย พรรณไม้ที่ชอบร่มจึงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ควรจะลองหยิบมาปลูกในบ้าน ส่วนจะมี วิธีดูแลต้นไม้ในบ้าน อย่างไรนั้น ตามไปหาคำตอบด้วยกันค่ะ

ต้นไม้ในบ้าน อย่ารดน้ำบ่อยเกินไป
รู้ไหมว่าสาเหตุหลักที่ต้นไม้ในบ้านตายเกิดจากการรดน้ำมากเกินไปมากกว่าขาดน้ำ ทำให้ต้นไม้เกิดอาการเน่าได้ง่าย ต้นไม้ที่ปลูกในบ้านมีการคายน้ำน้อย และสูญเสียน้ำไม่เท่าต้นไม้ที่ปลูกด้านนอก ดังนั้นการรดน้ำต้นไม้ควรรดเมื่อวัสดุปลูกเริ่มแห้งประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ

หมั่นนำออกไปรับแสงบ้าง
แม้ว่าต้นไม้ที่เราปลูกจะเป็นพรรณไม้ที่ชอบร่ม แต่หากบริเวณที่ปลูกอับแสง นาน ๆ ครั้งก็ควรนำต้นออกไปรับแสงด้านนอกบ้าง โดยค่อย ๆ ให้ต้นได้รับแสงทีละนิด ไม่นำออกไปไว้บริเวณที่แดดจัดทันทีเพราะอาจจะเกิดอาการใบไหม้ได้ หากอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมก็อาจจะตอยขยับต้นไม้ไปไว้บริเวณระเบียง หรือมีต้นไม้ 2 ชุดสลับหมุนเวียนมาไว้ในบ้าน

เลือกต้นไม้ดีก็มีชัย
อย่างที่เกริ่นนำไปตั้งแต่แรกว่าควรต้นไม้ชนิดที่ชอบร่มมาปลูกในบ้าน ยกเว้นบริเวณนั้นอยู่ใกล้ประตู หน้าต่างที่ได้รับแสงเต็มที่ก็สามารถเลือกต้นไม้ที่ชอบแดดเพิ่มขึ้นมาก็ได้ สำหรับพรรณไม้ที่ทนร่มได้ดี และนิยมใช้ในบ้าน ได้แก่ พลูชนิดต่าง ๆ ทั้งพลูด่าง พลูงาช้าง พลูปีกนก พลูสนิม พลูฉลุ ฟิโลเดนดรอน มอนสเตอรา ไทรใบสัก ยางอินเดีย บีโกเนีย กวักมรกต เป็นต้น

ตรวจสอบต้นไม้ก่อนนำเข้ามาในบ้าน
ต้นไม้ที่ปลูกไม่ควรมีโรค แมลง หรือไข่แมลงติดเข้ามา เพราะอาจจะระบาดไปยังต้นอื่นได้ หากพบแมลงระบาดให้แยกเฉพาะต้นนั้นออกมาไว้ด้านนอก นำมาล้างแมลงที่ติดอยู่ให้หมด และใช้สารกำจัดแมลงที่ปลอดภัยร่วมด้วย เช่น สมุนไพรสกัด แต่หากต้องการเห็นผลรวดเร็วให้ใช้ สตาเกิล จี จาก โซตัส ลักษณะเป็นเกล็ดสีทับทิมโรยบริเวณโคนต้น จะเห็นว่าแมลงต่าง ๆ ที่มารบกวน เช่น เพลี้ย จะค่อย ๆ หายไป ทั้งยังปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงจึงหมดกังวลได้ เมื่อต้นไม้กลับมาสวยดังเดิมแล้วค่อยย้ายกลับเข้ามาในบ้าน

ต้นไม้ที่ปลูกในบ้านมาระยะเวลาหนึ่งมักจะไม่สวยสดใสเท่าเดิม เนื่องจากธาตุอาหารในดินถูกใช้ไป วัสดุปลูกบางส่วนก็ย่อยสลายทำให้ดินในกระถางยุบตัว ดังนั้นจึงควรสังเกตว่าหากวัสดุปลูกเริ่มพร่องลงให้ เติมวัสดุปลูกใหม่ ๆ และใส่ปุ๋ยคอกเก่าลงไปเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้พืช รวมทั้งควรใส่ปุ๋ยเพิ่มเติมทั้งทางดินและทางใบ อาจจะใช้ปุ๋ยละลายช้า ออสโมโค้ท สูตร 13-13-13 จาก โซตัส ใส่ 3 เดือนครั้ง คุณสมบัติของปุ๋ยที่ค่อยๆปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาทีละน้อยอย่างช้า ๆ ทำให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหารสม่ำเสมอ จึงไม่เป็นอันตรายต่อพืช เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้บ่อยๆ  สถาปนิก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *