6 เทคนิคการทำ SEO Voice Search ให้ตอบโจทย์กับ Customer Experience

นักการตลาด และผู้ประกอบการที่กำลังทำการตลาดดิจิทัลด้วยเทคนิค SEO อยู่ในขณะนี้ กำลังมองหาวิธีการเพิ่ม Traffic ให้แก่เว็บไซต์อยู่หรือไม่ ถ้าใช่ คุณเริ่มใช้กลยุทธ์ SEO Voice Search แล้วหรือยัง หากเว็บไซต์ของคุณกำลังทำ SEO เพื่อให้คอนเทนต์ติดหน้าแรกของการค้นหาอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่า หนึ่งในวิธีการเพิ่มศักยภาพในการทำ SEO Voice Search จะต้องทำยังไง ในบทความนี้ เรามีคำตอบให้ค่ะ Voice Search คืออะไร Voice Search คือวิธีการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตด้วยคำพูด หรือคำสั่งเสียง จากนั้นระบบการค้นหาจะใช้ AI (Artificial Inteligence) ในการประมวล Keyword เหล่านั้นเพื่อแสดงผลลัพธ์การค้นหา ซึ่งอุปกรณ์ที่เราสามารถใช้ในคำสั่งเสียงในปัจจุบัน จะมีทั้งสมาร์ทโฟนทั่วไป แท็บเล็ต และ อุปกรณ์ผู้ช่วยส่วนตัวของผู้ใช้งาน อย่าง Google Siri และ Alxa เป็นต้น

แบบอย่างสถิติผู้ใช้งาน คำบัญชาเสียง ใน เหตุการณ์ต่าง ๆ และก็ ในกลุ่มวัย ต่าง ๆ จะมีความต้องการ รวมทั้งความถี่ สำหรับการใช้ Voice Search แตกต่าง ออก ไป ใน สมัย Marketing 5.0 นี้การใช้ Voice Search แปลงเป็น เรื่องปกติ ใน ชีวิตประจำวัน ของคนสมัยใหม่ โดย สถิติ จาก eMarketer’s ได้กล่าวว่า ผู้ใช้งาน อินเทอร์เน็ต ใช้ Voice Search สำหรับเพื่อการค้นหาข้อมูล และ ผลิตภัณฑ์ และก็ บริการมากขึ้น 36.6% นับจากปี 2017-2021

วัสดุอุปกรณ์ Voice Search ส่งผลต่อ Search Engine เช่นไร เหตุผลที่การค้นหา ด้วยเสียง หรือ Voice Search ได้รับความนิยม มากมาย ใน สมัยดิจิทัลเป็น เนื่องจากว่า ระบบ A นั้น จัดตั้งอยู่ใน เครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ เขยื้อน ( อย่างเช่น สมาโฟน เครื่องใช้ไม้สอย ผู้ช่วย เปยบเสมือน แล้วก็ แท็บเล็ต) ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้คำบัญชา เสียง ได้ ง่ายดายมากยิ่งขึ้นสบายขึ้น รวมทั้งตอบ ปัญหา ได้ในทันที ถ้าหาก พวกเรา กล่าวถึงมุมมอง ของ แนวทางการทำ การตลาด แล้ว การที่แบรนด์ทำ คอนเทนต์ เพื่อรองรับ Voice Search เป็นการ ยกฐานะ กระบวนการทำ Digital Matkerketing ได้อย่างมีคุณภาพแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อ เว็บ ดังต่อไปนี้

6 เทคนิคการทำ SEO Voice Search

6 เทคนิคการทำ SEO Voice Search

SEO – ช่วยเพิ่ม SEO Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลในระยะยาว

Content Marketing – คอนเทนต์ของแบรนด์ติดอันดับการค้นหา สามารถสร้าง Engagement ได้
Paid Media – ได้รับ ผลตอบแทน จากการลงทุน (ROI) ตามที่กำหนด นอกจากนี้ เรามาดูช่องทางการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ (Search Engine) ของผู้ใช้งานกันค่ะ ว่ามาจากอุปกรณ์ Voice Search ตัวไหนบ้างตามลิสต์ด้านล่างนี้ >>

Google Home: Google
Amazon Echo/Alexa:
Bing Google Assistant: Google
iPhone/Siri: Safari
Android phones and devices: Google Microsoft
Cortana: Bing

Voice Search มีผลต่อ SEO อย่างไร

การค้นหาข้อมูลผ่านช่องทาง Seach Engine จะมีสองวิธีหลัก ๆ นั่นก็คือการพิม Keyword และการใช้เสียงเพื่อค้นหา และ แน่นอนว่า Voice Search จะเป็นบทสนมนาดูเป็นธรรมชาติมากกว่า และใช้คำที่ไม่เป็นทางการ ตัวอย่างเช่น

ค้นหาด้วยการพิม: “ร้านอาหาร ใกล้ฉัน”
ค้นหาด้วยเสียง: “บอกชื่อร้านอาหารที่กำลังเปิดอยู่ตอนนี้ใกล้ๆบ้านให้หน่อย”

จากตัวอย่างด้านบน เราจะเห็นว่าการค้นหาด้วยเสียงจะดูเป็นบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ และเป็น Long-Tail Keyword และ ระบบการค้นหา (Search Engine) จะต้องสามารถวิเคราะห์ และ เข้าใจ Keyword ที่มีความซับซ้อนได้ ซึ่งระบบการค้นหาในแต่ละแพลตฟอร์มจะต้องมีการพัฒนาระบบเพื่อให้เข้าใจมนุษย์มากขึ้น และ ทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น และ หากแบรนด์สามารถทำ SEO เพื่อตอบโจทย์ Voice Search ได้ด้วยนอกเหนือจากการทำ SEO ทั่วไป ก็จะส่งผลให้การจัดอันดับการค้นหาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

6 เทคนิคการทำ SEO Voice Search

หลังจากที่เราทราบแล้วว่า Voice Search คืออะไร มีผลอย่างไรต่อการทำ SEO และ มีประโยชน์ต่อเว็บไซต์อย่างไรบ้าง จากนี้เราไปดูวิธีการทำ SEO Voice Search กันค่ะว่าจะมีวิธีไหนที่จะเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของเรากลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้บริโภคได้บ้าง ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลยค่ะ

1. อัปเดต รายละเอียด ที่เกี่ยวโยง กับสถานที่ ที่ทำธุรกิจ (Local Search)
2. ทำคอนเทนต์ ให้เป็น ภาษาพูด (Conversational but Concise Content)
3. ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured Data) อัปเดตเนื้อหาบน Google My Business
4. พัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Friendly)
5. สร้างคำตอบที่ลูกค้ามักตั้งคำถาม ( Create Frequently Asked Questions)

1. อัปเดต รายละเอียด ที่เกี่ยวกับ สถานที่ ที่ทำธุรกิจ (Local Search)

เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมใช้ Voice Search สำหรับค้นหาสถานที่ วิธีการเดินทาง หรืออาจถามคำถามสั้น ๆ กับ Google โดยในปัจจุบันปี 2021 การใช้คำสั่งเสียงเพื่อค้นหาร้านค้าต่าง ๆ ใน รอบ ๆ ใกล้เคียง ของ ผู้ซื้อ เติบโต มากยิ่งกว่าเดิม ถึง 3เท่า (ข้อมูลที่ได้รับมาจาก searchenginewatch) โดย คำ ค้นหา ที่ได้รับความนิยม ที่ค้น มัก ใช้ กัน จะ เป็น ปัญหา กลุ่มนี้ ได้แก่ ระยะเวลา เปิดปิด ธุรกิจ ห้องอาหาร หรือ คาเฟ่ที่จะไป นั่งได้ไหม ค้นหา เบอร์โทรศัพท์ ดูแผนที่การเดินทาง ดังนั้น การอัปเดตเนื้อหาให้สดใหม่อยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงล็อคดาวน์ที่มีเวลาทำการไม่แน่นอน จะช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลใหม่ล่าสุด ซึ่ง 46 % ของการค้นหามาจากการค้นหาแบบ Local Search ที่สามารถสร้าง Engagement ให้กับลูกค้า ได้อีกช่องทางหนึ่ง

การอัปเดตเนื้อหาให้ใหม่ และ ทันเหตการณ์อยู่เสมอ เป็นหนึ่งในวิธีการทำ SEO โดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่สิ่งที่หนึ่งที่นักการตลาดควรคำนึงถึงสำหรับการทำ Voice Search นั่นคือการสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ของธุรกิจกิจของคุณเอง (Local Business) โดยการใช้ Keyword ที่ตรงกับเนื้อหา โดยเราสามารถใช้เครื่องมือ Ubersuggest, Google Search Console และ Keyword Planner ในการวิเคราะห์ Keyword ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ในช่วงเวลานั้น ๆ นอกจากนี้ เรายังสามารถหาไอเดียการทำ Local Keyword เฉพาะท้องถิ่นของเราได้ด้วยเทคนิคเหล่านี้: วลีที่คนนิยมใช้อธิบายสถานที่ที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กับร้านค้าของเรา ใส่ชื่อสถานที่ หรือจังหวัดใน Title tags, Meta Description, Internal Links และ Anchor Text ใส่ Keyword ที่เป็นสถานที่ยอดนิยมในบริเวณร้านค้าของเรา

2. ทำคอนเทนต์ให้เป็นภาษาพูด (Conversational but Concise Content)

การสร้างคอนเทนต์ด้วยการใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ คล้ายกับภาษาสนทนาทั่วไป จะทำให้อัลกอริทึมจัดลำดับคอนเทนต์ของเราติดอันดับ SEO Voice Search แต่ถึงอย่างไรนั้น เนื้อหาจะต้องมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ และแน่นอนว่าในยุค Marketing 5.0 สิ่ง ที่ นักการตลาด จะต้องคำคิดถึง เมื่อทำ Digital Marketing เป็น การผลิต ประสบการณ์ ของ ลูกค้า(Customer Experience) และสร้างความประทับใจให้ได้แบบในระดับเฉพาะบุคคล (Personalization) เพื่อทำให้อันดับการค้นหาบนหน้าเว็บ Search Engine อยู่ ใน หน้า แรก โดยเหตุนั้น การ ที่ พวกเรา จะ ทำ SEO Voice Search ควรจะ นึกถึง การนำ เสนอรายละเอียด แล้วก็แบรนด์แบบรู้ใจ ลูกค้า ด้วย ซึ่งเวลานี้ คุณ เข้าใจดีแล้ว ว่า การค้นหา ด้วยเสียง จะเป็น Keyword แบบประโยค แล้วก็กลุ่มค่แล้วก็ การใช้ภาษา แบบไม่เป็นทางการ เป็นธรรมชาติ แบบ ภาษาพูด จะมีผลให้คอนเทนต์ ของ พวกเรา สร้าง Engagementจากผู้ใช้งานได้เพิ่มเติมอีก ทางหนึ่ง จ้ะ

3.ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured Data)

Structured Data คือข้อมูลที่มีเนื้อหาชัดเจน ซึ่งประกอบไปด้วยตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นขนาดพื้นที่ประเทศ เบอร์โทรศัพท์ รหัสไปรษณีย์ ซึ่งในกรณีที่ผู้ใช้งานใช้คำสั่งเสียงค้นหาข้อมูล ก็มักจะถามอุปกรณ์ผู้ช่วยด้วยคำถามเหล่านี้ เช่น
“ใครเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศอเมริกา”
“เลขรหัสไปรษณีย์เขตลาดพร้าวมีเลขอะไรบ้าง”
“เส้นผ่าศูนย์กลางของดวงจันทร์มีขนาดเท่าไหร่”
“จำนวนประชากรของประเทศฟิจิมีกี่คน”

จากภาพตัวอย่างด้านบน เป็นผลลัพธ์การค้นหาบน Google ที่แสดงคำตอบให้เห็นตั้งแต่ฟีเจอร์ Featured Snippet ซึ่งเว็บไซต์ backlinko ระบุว่า 40% ของผลลัพธ์การค้นหามาจาก Featured Snippet ที่มักระบุข้อมูลที่เราต้องการคำตอบให้เห็นอย่างชัดเจน โดยฟีเจอร์นี้จะทำการวิเคราะห์เลือกคอนเทนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ความแม่นยำ และมักแสดงผลเมื่อมีการถามคำถามในลักษณะ Long-Tail Keyword หรือเป็นลักษณะคำถามแบบที่ผู้ใช้งาน Voice Search นิยมค้นหาข้อมูลกัน

4. อัปเดตเนื้อหาบน Google My Business

การอัปเดตเนื้อหาใหม่ ๆบน Google My Business จะช่วยเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ และช่วยให้ลูกค้าเกิดการรับรู้แบรนด์ได้ดีขึ้น เนื่องจาก My Business เป็นส่วนหนึ่งของการทำ Local SEO นั่นเอง

5. พัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Friendly)

เนื่องจาก ผู้บริโภคยุคดิจิทัลนิยมใช้ Voice Search ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟน ดังนั้น ผู้พัฒนาเว็บไซต์ และ นักการตลาดจะต้องคำนึงถึงลูกค้าที่ค้นหาผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เพื่อให้ง่ายต่อการดาวน์โหลด และมีดีไซน์ตอบโจทย์ต่อการอ่าน ซึ่งจะทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าพัฒนาไปในเชิงบวก

สถิติจาก Oberlo ระบุว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์ใช้ฟีเจอร์ Voice Search ผ่านอุปกรณ์มือถือ

6. สร้างคำตอบที่ลูกค้ามักตั้งคำถาม ( Create Frequently Asked Questions)

Frequently Asked Questions คือฟีเจอร์ที่ Google สร้างขึ้นบนหน้า Search Engine เพื่อให้ผู้ใช้งานหาคำตอบได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และไม่ต้องเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์เพื่อไล่อ่านเนื้อหาตามเว็บไซต์ และ หากคอนเทนต์ของเรามีคำตอบที่ชัดเจน ตรงตามที่ผู้ใช้งานนิยมค้นหา จะทำให้เราติดอันดับในฟีเจอร์เหล่านี้ ซึ่งมีข้อดีคือ ผู้ที่สนใจเนื้อหาเพิ่มเติมจะกดลิงก์มายังคอนเทนต์ของเราเพื่ออ่านรายละเอียดค่ะ  รับทำ SEO