รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

เปิดใจพระเอก จองแฮอิน ปลื้มสุดๆได้เป็นสามีแห่งชาติ-สาวไทยกรี๊ด - ข่าวสด

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี ในช่วงนี้ มีซีรีส์หลายเรื่องเหลือเกินที่สร้างมาให้เราได้ดู การจะเลือกว่าจะดูเรื่องไหนกลับเป็นเรื่องยากเพราะเวลามีจำกัดจนไม่อาจดูได้ทุกเรื่อง หลายหนที่ต้องเลือกเฟ้นกันพอสมควรเพื่อจะดูเรื่องตรงกับจริตเราที่สุด จนการเลือกจากการเห็นเพื่อนดูแล้วดูตามเนี่ยมันถูกลดค่าลงไป จนมาเจอเรื่องนี้… ‘Something in the Rain สื่อในสายฝน’

ซีรีส์เกาหลีเป็นอะไรที่ผมไม่ค่อยเลือกจะดูเท่าไหร่ เหตุผลก็เพราะตอนนึงมันตั้ง 1 ชั่วโมง 20 นาที แถมยังมีตั้ง 16 ตอนกว่าจะจบ การจะดูให้จบสักเรื่องนึง มันจึงต้องใช้เวลาเยอะมาก การจะเลือกดูมันจึงต้องอยากดูจริงด้วยหลายเหตุผลรวมๆ กัน

หลังจากได้เห็นคนพูดถึง ทวีตถึง หลายเพจก็พยายามที่จะเขียนถึง ขนาดคนรู้จักยังหยิบภาพโมเมนต์จูบๆ ของสองพระนางมาลงเฟซบุ๊ก ในที่สุด ก็ตัดสินใจว่า เอาวะ! ลองเปิดดูสักตอน แล้วก็พบว่า เออ น่าสนใจแฮะ ดูต่อละกัน ในวันที่มันยังมีไม่หมดทุกตอนบน Netflix

Something in the Rain’ เป็นซีรีส์เกาหลีที่ออกอากาศทางช่อง JTBC ที่เล่าเรื่องของ ยูนจินอา (Son Ye-jin/ซนเยจิน) หญิงสาววัย 35 ทำงานในบริษัทที่ดูแลแฟรนไชส์ร้านกาแฟ เธอทำงานในตำแหน่งประมาณๆ ฝ่ายการตลาดที่ดูแลร้านแฟรนไชส์ต่างๆ ด้วยความเป็นคนหัวอ่อน เธอมักจะต้องรับหน้าที่แก้ไขปัญหาแทนคนอื่นๆ แถมยังมักจะโดนหัวหน้าผู้ชายลวนลามหรือต้องไปรับใช้เอาใจอีก

แต่สิ่งที่เธอประสบปัญหาที่หนักหนากว่าอีกอย่างก็คือ การที่เป็นสาวอายุเยอะผู้ไม่ไหวจะคบกับหนุมทนายความแฟนคนปัจจุบันที่แม่เธอเชียร์นักเชียร์หนาพยายามจะให้เธอแต่งกับเขาให้ได้

มันไม่ง่ายนักกับการสลัดทิ้งรักนี้ เพราะดูฝ่ายชายเองก็ยังตามตื๊อไม่เลิกรา แต่ในระหว่างนั้น ซอจุนฮี (Jung Hae-in/จองแฮอิน) เด็กหนุ่มน้องชายของ ซอคยองซอน (Jang So-yeon) เพื่อนสนิทของเธอ เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาและเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง พร้อมกับความสัมพันธ์ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

[นอกเหนือไปจากการทีซีรีส์เรื่องนี้มี ซนเยจิน ที่ชวนหลงใหล กับหนุ่มหน้าใสอย่าง จองแฮอิน แล้ว ก็ยังจะมี จองยูจิน/Jung Yoo-jin ที่รับบทคังเซยอง อีกหนึ่งผู้ร่วมงานสาวของนางเอก เธอแอบชอบและพยายามจะตามจีบพระเอกของเรื่องอยู่ หน้าตาน่ามองไม่เบาเลยนะคนนี้]
เพราะดูเหมือนคนรอบข้างจะรับไม่ได้กับสิ่งนี้ มันกลายเป็นรักที่ต้องหลบซ่อน ด้วยความที่จุนฮีก็เป็นทั้งหนุ่มที่มีใบหน้าน่าหลงใหล มีความเอาใจใส่ แต่ขณะเดียวกัน ด้วยวัยหนุ่ม เขาค่อนข้างจะเก็บความรู้ไม่ค่อยเก่งนัก แถมยังมุทะลุจนเกิดขึ้นเรื่องขึ้นได้บ่อยๆ แน่นอน วันหนึ่งคงหนีไม่พ้นที่ทุกคนจะรู้เรื่องของพวกเขา

แต่ระหว่างทาง มีความมุ้งมิ้งเกิดขึ้นมากมาย จนสาวๆ หลายคนอาจจะใฝ่ฝันอยากจะมีแฟนเด็กแบบนี้บ้าง ด้วยการจัดแสงระดับนุ่มละมุนและการใส่สถานการณ์ที่สองคนอยู่ด้วยกัน มีฉากจูบกันแบบจัดหนัก ทำให้มันกลายเป็นซีรีส์เกาหลีที่สาวๆ หลายคนตื่นเต้นที่จะได้รับชม ขนาดผู้ชายยังเพลินเลยนะครับ

ชื่อซีรีส์: Something in the Rain / สื่อในสายฝน / 밥 잘 사주는 예쁜 누나
ผู้กำกับ: Ahn Pan-seok
นักแสดงนำ: Son Ye-jin/ซนเยจิน, Jung Hae-in/จองแฮอิน, Jang So-yeon/จางโซยอน,​ Jung Yoo-jin, Wi Ha-joon
จำนวนซีซั่น: 1
จำนวนตอน: 16
ช่องทางรับชม: Netflix
สังกัด/ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์: JTBC

เรื่องย่อ ยุนจินอา (ซนเยจิน) สาวโสดอายุ 35 ปี ทำงานในตำแหน่งรองผู้ช่วยผู้จัดการในบริษัทที่ขายแฟรนไชส์กาแฟต้องคอยไปตามดูแลและควบคุมคุณภาพของสาขาแฟรนไชสฺ์แต่ละที่เนื้องานมีความกดดันค่อนข้างสูงจากคนในบริษัทที่มีคนทำงานน้อยแต่งานเยอะและเครียส แถมยังโดนกดขี่จากพวกหัวหน้างานที่เป็นผู้ชายอีกยังไม่พอโดนแฟนนอกใจไปคบผู้หญิงที่เด็กกับเธอ ส่วนซอจุนฮี (จองแฮอิน) นักออกแบบในบริษัทเกมแห่งหนึ่ง ซึ่งไปทำงานต่างประเทศ และเพิ่งกลับมาอยู่ที่เกาหลี เป็นน้องชายของเพื่อนที่สนิทกันมากรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ (เคยแสดงเรื่อง Wise Prison Life) ความใกล้ชิดหรือรักแรกหรืออะไรก็ตาม ความรักของทั้งคู่จะเป็นไปได้ไหม? ครอบครัวและคนใกล้ชิดจะรับได้หรือเปล่า? จะเป็นอะไรไหมกับอายุที่ห่างกัน? รู้แต่ว่าดูผ่านไป 3 Ep. มีความอมยิ้มกับคู่นี้จริงๆ
ร่มสีแดงสื่อรัก

ละมุนละไม อบอุ่นหัวใจไปกับ Something in the rain - Pantip

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี ถ้าพูดถึงซีรี่ส์รักต่างวัย เราเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะมีซีรี่ส์ในดวงใจกันใช่มั้ยค่ะ แน่นอนว่าเราเองก็มีเช่นเดียวกัน แต่ล่าสุดเรื่องที่เราพึ่งไปดูมาและอยากจะเอามาแนะนำเพื่อนๆ ทุกคนก็คือเรื่อง ” Something in the rain ” หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่าสื่อรักในสายฝน ต้องสารภาพว่าตอนแรกไม่กล้าดูเลยค่ะ เพราะถ้าพูดถึงความรักกับเรื่องของฝนก็มักจะให้อารมณ์ความรู้สึกเศร้าใช่ไหมคะ แต่ด้วยความที่ว่าง อยากหาอะไรสนุกๆ ก็เลยไปแอบอ่านเรื่องย่อของเรื่องนี้มา ซึ่งก็พบว่ามันน่าจะไม่ได้เศร้าแบบที่คิด ประกอบกับพระเอกหล่อ (อิๆ) ดังนั้นก็เลยเปิดใจยอมดู ซึ่งก็บอกเลยว่าไม่ผิดหวังวันนี้เราจะเเอามาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ

เนื้อเรื่อง

สำหรับเนื้อเรื่องนั้นอาจจะต้องบอกว่าพล็อตจะเป็นไปตามซีรีส์โรแมนติกทั่วไป คือเราจะพอคาดเดาได้ว่าปมปัญหาสำคัญคืออะไร และพระเอก-นางเอกจะผ่านพ้นปัญหานี้อย่างไร ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบเนื้อเรื่องหนักๆ หรือซับซ้อนก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะ แต่สำหรับคนที่เป็นสายฟรุ้งฟริ่งโรแมนติกแบบเราเชื่อแน่นอนว่าจะต้องชอบมาก เพราะถึงแม้ว่าจะพอเดาเนื้อเรื่องได้ก็ตาม แต่ทั้งการแสดง บท และฉากต่างๆ ก็ทำให้เราสามารถอินตามได้ง่ายๆ ดังนั้นใครที่เป็นสายโรแมนติกต้องห้ามพลาดค่ะ

พระเอก-นางเอก

ต้องบอกว่านอกจากบทจะดีแล้ว ที่เราชอบซีรีส์เรื่องนี้มากๆ ก็เพราะเคมีทั้ง 2 คนเข้ากันมาก ดูแล้วฟินจิกหมอนเวอร์ ที่สำคัญคือด้วยความที่ซีรีส์มันสะท้อนถึงคนวัยทำงาน ดังนั้นการกุ๊กกิ๊กก็ไม่ได้จบแค่การจับมือถือแขน แต่ก็ไม่ได้โจ่งแจ้งจนเกินงาม คือเรียกว่าหวานแบบลงตัว ที่สำคัญคือพระเอกหล่อมากๆ ยิ่งเวลาที่อ้อนนางเอกนั้นดูน่ารักสุดๆ อยากมีเพื่อนสนิทของน้องชายแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ

ความรู้สึกโดยรวม
อย่างที่เกริ่นไปว่าเราคืดว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำออกมาได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ มีความกลมกล่อม เนื้อเรื่องไม่ยืดยาวจนเกินไป แต่ก็ดึงอารมณ์ทำให้เรารู้สึกฟินได้ง่ายๆ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเพลงประกอบเพราะมากๆ ดังนั้นสำหรับใครกำลังมองหาซีรีส์รักโรแมนติค บอกเลยว่าเรื่องนี้พลาดไม่ได้แน่นอนค่ะ

.เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับซีรี่ส์ดี ๆ ที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ ใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ก็ไปดูกันได้ รับรองว่าไม่มีผิดหวังค่ะ ทั้งนี้แอบกระซิบว่าทุกคนสามารถรับชม Netflix ผ่านกล่อง Trueid TV ได้แล้วนะคะ เอาล่ะ วันนี้เราไปก่อนแล้ว ครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาฝากก็อย่าลืมติดตามด้วยนะคะ วันนี้ไปก่อนแล้วค่ะ 🙂

4 เหตุผลที่เป็นคำตอบว่า ทำไมใคร ๆ ก็อินซีรีส์ Something in the rain

1. เรื่องราวคร่าว ๆ ของความรักในสายฝน

Something in the Rain เล่าเรื่องราวของ ยุนจินอา หญิงสาววัย 35 ที่เพิ่งอกหักมาหมาด ๆ จากการโดนคนรักนอกใจ หนำซ้ำหน้าที่การงานของเธอก็กำลังเกิดปัญหาอีก ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังแย่เธอได้พบกับ ซอจุนฮี น้องชายเพื่อนสนิทของเธอเอง จุนฮี เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหลังไปทำงานที่นั่นกว่า 3 ปี

ทั้งคู่ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน จุนฮี ซึ่งแอบชอบ จินอา มานานแล้วจึงพยายามทำเข้ามาใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น นานวันเข้าความรู้สึกแบบพี่น้องก็เริ่มเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย

2. กินเด็กคืออมตะ

ประเด็นหลักของซีรีส์เรื่องนี้คือความรักต่างวัยของคู่พระนาง เมื่อ ยุนจินอา อายุมากกว่า ซอจุนฮี ถึง 11 ปี ช่องว่างระหว่างวัยขนาดนี้ ถึงจะเป็นฝ่ายผู้ชายที่แก่กว่าก็ถือว่าเยอะอยู่ดี แต่นี่ฝ่ายที่แก่กว่ากลับเป็นฝ่ายหญิงเสียอีก ความรักครั้งนี้จึงยิ่งดูเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก (แต่เป็นอะไรที่เราฟินมากกก)

แน่นอนว่าเมื่อรักกันใหม่ ๆ อะไร ๆ ก็ดูเป็นไปได้ทั้งนั้น ยอมทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างเพื่อความรักครั้งนี้ แต่คนเราเมื่อต้องทำอะไรที่ไม่เป็นตัวของตัวเองนานวันเข้านิสัยที่แท้จริงของตัวเองก็กลับมาสักวัน และตอนนั้นเองจะเป็นตอนที่เราตระหนักได้ว่าความรักครั้งนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย เช่นเดียวกับตัวละคร ยุนจินอา และซอจุนฮี ที่เปิดเรื่องมาดูจะมีความรักที่ดีและหอมหวานเสียเหลือเกิน แต่ในความเป็นจริงแม้แต่คู่รักที่อายุไล่เลี่ยกันยังมีปัญหาเกิดขึ้นเลย แต่นี่อายุห่างกัน 11 ปี ต่อให้รักกันยังไงแต่ในที่สุดวันที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็มาถึง

นอกจากอุปสรรคเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกันแล้วซึ่งเป็นปัจจัยภายในแล้ว อุปสรรคจากปัจจัยภายนอกก็เป็นอีกหนึ่งด่านที่คนทั้งคู่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนออกมาได้ตรงจุด ทำให้คนดูอย่างเรารู้เลยว่ามุมมองของสังคมเกาหลีที่มีต่อความรักต่างวัยนั้นไม่ต่างจากสังคมไทยเลย ทั้งเรื่องครอบครัวซึ่งมีทั้งครอบครัวหัวสมัยใหม่ที่ยอมรับกับความรักในรูปแบบนี้ได้ และครอบครัวหัวโบราณที่ต่อต้านคัดค้าน ยังไม่รวมถึงเสียงนินทาจากคนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ยุนจินอา และ ซอจุนฮี ต้องฝ่าฟันต้องข้ามผ่านไปให้ได้

3. Dialogue สุดฟิน

พูดถึงส่วนดรามาของเรื่องไปแล้ว มาพูดในส่วนความหวานของเรื่องกันบ้างดีกว่า เหมือนจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนังที่ว่าด้วยรักต่างวัยไปแล้วในเรื่องของบทพูดซึ่งมักทำให้คนดูอย่างเรา ๆ เขินได้มากกว่ารักของคู่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

และใน Something in the Rain ก็เช่นเดียวกัน โมเมนต์ที่ทำให้คนดูอย่างเราเขินจนต้องหยิกหมอนมาแทบจะทุก 10 นาที ใครที่กำลังขาดน้ำตาลในเลือดแนะนำให้รีบไปหามาดูโดยด่วน และนี่คือตัวอย่างของไดอะล็อกเก๋ ๆ ที่อ่านปุ๊บแล้วแทบอยากหยิบมือถือขึ้นมาทวิตโควทฟิน ๆ นี่เสียเลย

4. เพลงประกอบเพราะเวอร์

ถ้าเปรียบตัวบท เนื้อเรื่อง การแสดงเป็นอาหารจานหลักแล้วล่ะก็ เพลงประกอบก็คงเปรียบเสมือนจานสลัด ซึ่งการจะเป็นมื้ออาหารที่ดีได้นั้นจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ และใน Something in the Rain ก็มีจานสลัดที่ดีเหลือเกิน ส่งเสริมจานหลักให้อร่อยขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเพลง Something in the Rain ขับร้องโดย Rachael Yamagata ซึ่งชื่อนี้ก็การันตีถึงความไพเราะอยู่แล้ว
ใครที่กำลังรู้สึกว่าชีวิตตัวเองช่วงนี้จืดชืดไร้ชีวิตชีวา แนะนำให้ลองดู Something in the Rain นอกจากความโรแมนติก บิดเขินจนตัวม้วนแล้ว มันยังให้ข้อคิด ทัศนคติ และสะท้อนสังคมให้เราเห็น นี่คือหนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดในรอบครึ่งปี 2018 เลย ดูหนังออนไลน์ 

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

เปิดใจพระเอก จองแฮอิน ปลื้มสุดๆได้เป็นสามีแห่งชาติ-สาวไทยกรี๊ด - ข่าวสด

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี ในช่วงนี้ มีซีรีส์หลายเรื่องเหลือเกินที่สร้างมาให้เราได้ดู การจะเลือกว่าจะดูเรื่องไหนกลับเป็นเรื่องยากเพราะเวลามีจำกัดจนไม่อาจดูได้ทุกเรื่อง หลายหนที่ต้องเลือกเฟ้นกันพอสมควรเพื่อจะดูเรื่องตรงกับจริตเราที่สุด จนการเลือกจากการเห็นเพื่อนดูแล้วดูตามเนี่ยมันถูกลดค่าลงไป จนมาเจอเรื่องนี้… ‘Something in the Rain สื่อในสายฝน’

ซีรีส์เกาหลีเป็นอะไรที่ผมไม่ค่อยเลือกจะดูเท่าไหร่ เหตุผลก็เพราะตอนนึงมันตั้ง 1 ชั่วโมง 20 นาที แถมยังมีตั้ง 16 ตอนกว่าจะจบ การจะดูให้จบสักเรื่องนึง มันจึงต้องใช้เวลาเยอะมาก การจะเลือกดูมันจึงต้องอยากดูจริงด้วยหลายเหตุผลรวมๆ กัน

หลังจากได้เห็นคนพูดถึง ทวีตถึง หลายเพจก็พยายามที่จะเขียนถึง ขนาดคนรู้จักยังหยิบภาพโมเมนต์จูบๆ ของสองพระนางมาลงเฟซบุ๊ก ในที่สุด ก็ตัดสินใจว่า เอาวะ! ลองเปิดดูสักตอน แล้วก็พบว่า เออ น่าสนใจแฮะ ดูต่อละกัน ในวันที่มันยังมีไม่หมดทุกตอนบน Netflix

Something in the Rain’ เป็นซีรีส์เกาหลีที่ออกอากาศทางช่อง JTBC ที่เล่าเรื่องของ ยูนจินอา (Son Ye-jin/ซนเยจิน) หญิงสาววัย 35 ทำงานในบริษัทที่ดูแลแฟรนไชส์ร้านกาแฟ เธอทำงานในตำแหน่งประมาณๆ ฝ่ายการตลาดที่ดูแลร้านแฟรนไชส์ต่างๆ ด้วยความเป็นคนหัวอ่อน เธอมักจะต้องรับหน้าที่แก้ไขปัญหาแทนคนอื่นๆ แถมยังมักจะโดนหัวหน้าผู้ชายลวนลามหรือต้องไปรับใช้เอาใจอีก

แต่สิ่งที่เธอประสบปัญหาที่หนักหนากว่าอีกอย่างก็คือ การที่เป็นสาวอายุเยอะผู้ไม่ไหวจะคบกับหนุมทนายความแฟนคนปัจจุบันที่แม่เธอเชียร์นักเชียร์หนาพยายามจะให้เธอแต่งกับเขาให้ได้

มันไม่ง่ายนักกับการสลัดทิ้งรักนี้ เพราะดูฝ่ายชายเองก็ยังตามตื๊อไม่เลิกรา แต่ในระหว่างนั้น ซอจุนฮี (Jung Hae-in/จองแฮอิน) เด็กหนุ่มน้องชายของ ซอคยองซอน (Jang So-yeon) เพื่อนสนิทของเธอ เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาและเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง พร้อมกับความสัมพันธ์ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

[นอกเหนือไปจากการทีซีรีส์เรื่องนี้มี ซนเยจิน ที่ชวนหลงใหล กับหนุ่มหน้าใสอย่าง จองแฮอิน แล้ว ก็ยังจะมี จองยูจิน/Jung Yoo-jin ที่รับบทคังเซยอง อีกหนึ่งผู้ร่วมงานสาวของนางเอก เธอแอบชอบและพยายามจะตามจีบพระเอกของเรื่องอยู่ หน้าตาน่ามองไม่เบาเลยนะคนนี้]
เพราะดูเหมือนคนรอบข้างจะรับไม่ได้กับสิ่งนี้ มันกลายเป็นรักที่ต้องหลบซ่อน ด้วยความที่จุนฮีก็เป็นทั้งหนุ่มที่มีใบหน้าน่าหลงใหล มีความเอาใจใส่ แต่ขณะเดียวกัน ด้วยวัยหนุ่ม เขาค่อนข้างจะเก็บความรู้ไม่ค่อยเก่งนัก แถมยังมุทะลุจนเกิดขึ้นเรื่องขึ้นได้บ่อยๆ แน่นอน วันหนึ่งคงหนีไม่พ้นที่ทุกคนจะรู้เรื่องของพวกเขา

แต่ระหว่างทาง มีความมุ้งมิ้งเกิดขึ้นมากมาย จนสาวๆ หลายคนอาจจะใฝ่ฝันอยากจะมีแฟนเด็กแบบนี้บ้าง ด้วยการจัดแสงระดับนุ่มละมุนและการใส่สถานการณ์ที่สองคนอยู่ด้วยกัน มีฉากจูบกันแบบจัดหนัก ทำให้มันกลายเป็นซีรีส์เกาหลีที่สาวๆ หลายคนตื่นเต้นที่จะได้รับชม ขนาดผู้ชายยังเพลินเลยนะครับ

ชื่อซีรีส์: Something in the Rain / สื่อในสายฝน / 밥 잘 사주는 예쁜 누나
ผู้กำกับ: Ahn Pan-seok
นักแสดงนำ: Son Ye-jin/ซนเยจิน, Jung Hae-in/จองแฮอิน, Jang So-yeon/จางโซยอน,​ Jung Yoo-jin, Wi Ha-joon
จำนวนซีซั่น: 1
จำนวนตอน: 16
ช่องทางรับชม: Netflix
สังกัด/ผู้ผลิต/เจ้าของลิขสิทธิ์: JTBC

เรื่องย่อ ยุนจินอา (ซนเยจิน) สาวโสดอายุ 35 ปี ทำงานในตำแหน่งรองผู้ช่วยผู้จัดการในบริษัทที่ขายแฟรนไชส์กาแฟต้องคอยไปตามดูแลและควบคุมคุณภาพของสาขาแฟรนไชสฺ์แต่ละที่เนื้องานมีความกดดันค่อนข้างสูงจากคนในบริษัทที่มีคนทำงานน้อยแต่งานเยอะและเครียส แถมยังโดนกดขี่จากพวกหัวหน้างานที่เป็นผู้ชายอีกยังไม่พอโดนแฟนนอกใจไปคบผู้หญิงที่เด็กกับเธอ ส่วนซอจุนฮี (จองแฮอิน) นักออกแบบในบริษัทเกมแห่งหนึ่ง ซึ่งไปทำงานต่างประเทศ และเพิ่งกลับมาอยู่ที่เกาหลี เป็นน้องชายของเพื่อนที่สนิทกันมากรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ (เคยแสดงเรื่อง Wise Prison Life) ความใกล้ชิดหรือรักแรกหรืออะไรก็ตาม ความรักของทั้งคู่จะเป็นไปได้ไหม? ครอบครัวและคนใกล้ชิดจะรับได้หรือเปล่า? จะเป็นอะไรไหมกับอายุที่ห่างกัน? รู้แต่ว่าดูผ่านไป 3 Ep. มีความอมยิ้มกับคู่นี้จริงๆ
ร่มสีแดงสื่อรัก

ละมุนละไม อบอุ่นหัวใจไปกับ Something in the rain - Pantip

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี ถ้าพูดถึงซีรี่ส์รักต่างวัย เราเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะมีซีรี่ส์ในดวงใจกันใช่มั้ยค่ะ แน่นอนว่าเราเองก็มีเช่นเดียวกัน แต่ล่าสุดเรื่องที่เราพึ่งไปดูมาและอยากจะเอามาแนะนำเพื่อนๆ ทุกคนก็คือเรื่อง ” Something in the rain ” หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่าสื่อรักในสายฝน ต้องสารภาพว่าตอนแรกไม่กล้าดูเลยค่ะ เพราะถ้าพูดถึงความรักกับเรื่องของฝนก็มักจะให้อารมณ์ความรู้สึกเศร้าใช่ไหมคะ แต่ด้วยความที่ว่าง อยากหาอะไรสนุกๆ ก็เลยไปแอบอ่านเรื่องย่อของเรื่องนี้มา ซึ่งก็พบว่ามันน่าจะไม่ได้เศร้าแบบที่คิด ประกอบกับพระเอกหล่อ (อิๆ) ดังนั้นก็เลยเปิดใจยอมดู ซึ่งก็บอกเลยว่าไม่ผิดหวังวันนี้เราจะเเอามาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ

เนื้อเรื่อง

สำหรับเนื้อเรื่องนั้นอาจจะต้องบอกว่าพล็อตจะเป็นไปตามซีรีส์โรแมนติกทั่วไป คือเราจะพอคาดเดาได้ว่าปมปัญหาสำคัญคืออะไร และพระเอก-นางเอกจะผ่านพ้นปัญหานี้อย่างไร ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบเนื้อเรื่องหนักๆ หรือซับซ้อนก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะ แต่สำหรับคนที่เป็นสายฟรุ้งฟริ่งโรแมนติกแบบเราเชื่อแน่นอนว่าจะต้องชอบมาก เพราะถึงแม้ว่าจะพอเดาเนื้อเรื่องได้ก็ตาม แต่ทั้งการแสดง บท และฉากต่างๆ ก็ทำให้เราสามารถอินตามได้ง่ายๆ ดังนั้นใครที่เป็นสายโรแมนติกต้องห้ามพลาดค่ะ

พระเอก-นางเอก

ต้องบอกว่านอกจากบทจะดีแล้ว ที่เราชอบซีรีส์เรื่องนี้มากๆ ก็เพราะเคมีทั้ง 2 คนเข้ากันมาก ดูแล้วฟินจิกหมอนเวอร์ ที่สำคัญคือด้วยความที่ซีรีส์มันสะท้อนถึงคนวัยทำงาน ดังนั้นการกุ๊กกิ๊กก็ไม่ได้จบแค่การจับมือถือแขน แต่ก็ไม่ได้โจ่งแจ้งจนเกินงาม คือเรียกว่าหวานแบบลงตัว ที่สำคัญคือพระเอกหล่อมากๆ ยิ่งเวลาที่อ้อนนางเอกนั้นดูน่ารักสุดๆ อยากมีเพื่อนสนิทของน้องชายแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ

ความรู้สึกโดยรวม
อย่างที่เกริ่นไปว่าเราคืดว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำออกมาได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ มีความกลมกล่อม เนื้อเรื่องไม่ยืดยาวจนเกินไป แต่ก็ดึงอารมณ์ทำให้เรารู้สึกฟินได้ง่ายๆ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเพลงประกอบเพราะมากๆ ดังนั้นสำหรับใครกำลังมองหาซีรีส์รักโรแมนติค บอกเลยว่าเรื่องนี้พลาดไม่ได้แน่นอนค่ะ

.เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับซีรี่ส์ดี ๆ ที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ ใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ก็ไปดูกันได้ รับรองว่าไม่มีผิดหวังค่ะ ทั้งนี้แอบกระซิบว่าทุกคนสามารถรับชม Netflix ผ่านกล่อง Trueid TV ได้แล้วนะคะ เอาล่ะ วันนี้เราไปก่อนแล้ว ครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาฝากก็อย่าลืมติดตามด้วยนะคะ วันนี้ไปก่อนแล้วค่ะ 🙂

4 เหตุผลที่เป็นคำตอบว่า ทำไมใคร ๆ ก็อินซีรีส์ Something in the rain

1. เรื่องราวคร่าว ๆ ของความรักในสายฝน

Something in the Rain เล่าเรื่องราวของ ยุนจินอา หญิงสาววัย 35 ที่เพิ่งอกหักมาหมาด ๆ จากการโดนคนรักนอกใจ หนำซ้ำหน้าที่การงานของเธอก็กำลังเกิดปัญหาอีก ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังแย่เธอได้พบกับ ซอจุนฮี น้องชายเพื่อนสนิทของเธอเอง จุนฮี เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหลังไปทำงานที่นั่นกว่า 3 ปี

ทั้งคู่ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน จุนฮี ซึ่งแอบชอบ จินอา มานานแล้วจึงพยายามทำเข้ามาใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น นานวันเข้าความรู้สึกแบบพี่น้องก็เริ่มเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย

2. กินเด็กคืออมตะ

ประเด็นหลักของซีรีส์เรื่องนี้คือความรักต่างวัยของคู่พระนาง เมื่อ ยุนจินอา อายุมากกว่า ซอจุนฮี ถึง 11 ปี ช่องว่างระหว่างวัยขนาดนี้ ถึงจะเป็นฝ่ายผู้ชายที่แก่กว่าก็ถือว่าเยอะอยู่ดี แต่นี่ฝ่ายที่แก่กว่ากลับเป็นฝ่ายหญิงเสียอีก ความรักครั้งนี้จึงยิ่งดูเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก (แต่เป็นอะไรที่เราฟินมากกก)

แน่นอนว่าเมื่อรักกันใหม่ ๆ อะไร ๆ ก็ดูเป็นไปได้ทั้งนั้น ยอมทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างเพื่อความรักครั้งนี้ แต่คนเราเมื่อต้องทำอะไรที่ไม่เป็นตัวของตัวเองนานวันเข้านิสัยที่แท้จริงของตัวเองก็กลับมาสักวัน และตอนนั้นเองจะเป็นตอนที่เราตระหนักได้ว่าความรักครั้งนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย เช่นเดียวกับตัวละคร ยุนจินอา และซอจุนฮี ที่เปิดเรื่องมาดูจะมีความรักที่ดีและหอมหวานเสียเหลือเกิน แต่ในความเป็นจริงแม้แต่คู่รักที่อายุไล่เลี่ยกันยังมีปัญหาเกิดขึ้นเลย แต่นี่อายุห่างกัน 11 ปี ต่อให้รักกันยังไงแต่ในที่สุดวันที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็มาถึง

นอกจากอุปสรรคเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกันแล้วซึ่งเป็นปัจจัยภายในแล้ว อุปสรรคจากปัจจัยภายนอกก็เป็นอีกหนึ่งด่านที่คนทั้งคู่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนออกมาได้ตรงจุด ทำให้คนดูอย่างเรารู้เลยว่ามุมมองของสังคมเกาหลีที่มีต่อความรักต่างวัยนั้นไม่ต่างจากสังคมไทยเลย ทั้งเรื่องครอบครัวซึ่งมีทั้งครอบครัวหัวสมัยใหม่ที่ยอมรับกับความรักในรูปแบบนี้ได้ และครอบครัวหัวโบราณที่ต่อต้านคัดค้าน ยังไม่รวมถึงเสียงนินทาจากคนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ยุนจินอา และ ซอจุนฮี ต้องฝ่าฟันต้องข้ามผ่านไปให้ได้

3. Dialogue สุดฟิน

พูดถึงส่วนดรามาของเรื่องไปแล้ว มาพูดในส่วนความหวานของเรื่องกันบ้างดีกว่า เหมือนจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนังที่ว่าด้วยรักต่างวัยไปแล้วในเรื่องของบทพูดซึ่งมักทำให้คนดูอย่างเรา ๆ เขินได้มากกว่ารักของคู่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

และใน Something in the Rain ก็เช่นเดียวกัน โมเมนต์ที่ทำให้คนดูอย่างเราเขินจนต้องหยิกหมอนมาแทบจะทุก 10 นาที ใครที่กำลังขาดน้ำตาลในเลือดแนะนำให้รีบไปหามาดูโดยด่วน และนี่คือตัวอย่างของไดอะล็อกเก๋ ๆ ที่อ่านปุ๊บแล้วแทบอยากหยิบมือถือขึ้นมาทวิตโควทฟิน ๆ นี่เสียเลย

4. เพลงประกอบเพราะเวอร์

ถ้าเปรียบตัวบท เนื้อเรื่อง การแสดงเป็นอาหารจานหลักแล้วล่ะก็ เพลงประกอบก็คงเปรียบเสมือนจานสลัด ซึ่งการจะเป็นมื้ออาหารที่ดีได้นั้นจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ และใน Something in the Rain ก็มีจานสลัดที่ดีเหลือเกิน ส่งเสริมจานหลักให้อร่อยขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเพลง Something in the Rain ขับร้องโดย Rachael Yamagata ซึ่งชื่อนี้ก็การันตีถึงความไพเราะอยู่แล้ว
ใครที่กำลังรู้สึกว่าชีวิตตัวเองช่วงนี้จืดชืดไร้ชีวิตชีวา แนะนำให้ลองดู Something in the Rain นอกจากความโรแมนติก บิดเขินจนตัวม้วนแล้ว มันยังให้ข้อคิด ทัศนคติ และสะท้อนสังคมให้เราเห็น นี่คือหนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดในรอบครึ่งปี 2018 เลย ดูหนังออนไลน์ 

ชูครีมลูกเล็ก สูตรนี้แป้งชูใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ผสมกับไข่ไก่

ชูครีมลูกเล็ก สูตรนี้แป้งชูใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ผสมกับไข่ไก่

ส่วนผสม ไส้คัสตาร์ดครีม
      • นมสด 2 ถ้วยตวง
      • น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 1/4 ถ้วยตวง
      • เกลือป่นหยิบมือ
      • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา (หรือฝักวานิลลา 1/2 ฝัก)
      • ไข่แดง 4 ฟอง (จากไข่ไก่ฟองใหญ่)
      • น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 1/4 ถ้วยตวง
      • แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วยตวง
      • เนยสดชนิดจืด (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 30 กรัม
ส่วนผสม แป้งชูครีม
      • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
      • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
      • เกลือ 1/2 ช้อนชา
      • เนยสด 110 กรัม
      • แป้งอเนกประสงค์ 1+1/4 ถ้วย (ร่อนเตรียมไว้)
      • ไข่ไก่ 4 ฟอง
วิธีทำไส้ ชูครีมลูกเล็ก
      1. ใส่นมสดลงในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย (1/4 ถ้วย) เกลือป่น และกลิ่นวานิลลา นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ อุ่นแค่พอร้อน (ไม่ต้องเดือด) ยกลงจากเตา เตรียมไว้
      2. ตีผสมไข่แดงกับน้ำตาลทราย (1/4 ถ้วย) จนเป็นสีเหลืองนวล จากนั้นใส่แป้งข้าวโพดลงไป คนผสมให้เข้ากัน
      3. เทนมอุ่นส่วนหนึ่งลงไปในไข่แดงแล้วคนให้เข้ากัน เทกลับลงในหม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง
      4. เปิดไฟอ่อนหรือไฟกลางแล้วหมั่นคนส่วนผสมไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้น (ตอนแรก ๆ มันจะไม่ข้นในทันที แต่ถ้าข้นแล้วก็ระวังก้นหม้อไหม้ กวนไปเรื่อย ๆ จนข้น ไม่ต้องเร่งไฟ)
      5. เมื่อส่วนผสมข้นได้ที่แล้ว ใส่เนยสดที่หั่นไว้ลงไปกวนผสมให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่ชาม ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหารให้เรียบไปกับตัวคัสตาร์ดครีม พักทิ้งไว้ให้เย็น
      6. ใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น และเนยสดลงไป เปิดไฟต้มจนเดือด
      7. พอเดือดแล้วใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป คนผสมเร็ว ๆ จนแป้งไม่ติดหม้อ ยกลงจากเตา (ถ้าหม้อใบเล็กเกินไปแล้วคนไม่ถนัดให้เปลี่ยนมาใส่อ่างใบใหญ่)
      8. กวน ๆ แป้งให้คลายความร้อน หรือนำไปใส่เครื่องตีแป้งก็ได้ จากนั้นใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง กวนแป้งไป-มาจนไข่เข้ากับแป้งดีแล้ว จากนั้นใส่ไข่ฟองต่อไป ทำซ้ำแบบเดิมจนครบ ตักแป้งใส่ถุงบีบ แล้วบีบแป้งลงในถาดรองอบ
      9. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง อบประมาณ 10 นาที จากนั้นลดไฟลงเหลือที่ 180 องศาเซลเซียส อบต่ออีก 10-15 นาที (ห้ามเปิดเตา เพราะขนมจะยุบ ช่วง 10 นาทีหลังก็กลับถาดขนม สีจะได้สวยเท่ากัน)
      10. พอครบเวลานำออกจากเตาอบ พักทิ้งไว้ในตะแกรงให้เย็น (ออกมาแล้ว หน้าตาพอได้นะ ว่าปะ) พอแป้งเย็นแล้วก็เจาะรูที่ก้นขนม (จะได้ใส่ไส้ง่าย ๆ) นำส่วนผสมไส้ครีมใส่ถุงบีบให้เรียบร้อย บีบไส้ครีมเข้าไปในตัวแป้ง พร้อมรับประทาน

มาการองช็อกโกแลต หอมอร่อยรสเข้มข้น ตัวฝากรอบ ไส้ครีมช็อกโกแลต

มาการองช็อกโกแลต หอมอร่อยรสเข้มข้น ตัวฝากรอบ ไส้ครีมช็อกโกแลต

มาการอง

ส่วนผสม มาการองช็อกโกแลต

  • ผงช็อกโกแลตชนิดไม่หวาน 25 กรัม (3 ช้อนโต๊ะ)
  • น้ำตาลไอซิ่ง 125 กรัม (1 ถ้วย)
  • ผงอัลมอนด์บดละเอียด 50 กรัม (1/2 ถ้วย)
  • ไข่ขาว 2 ฟอง (66 กรัม)
  • น้ำตาลทราย 75 กรัม (5 ช้อนโต๊ะ)
  • ช็อกโกแลตแท่ง 120 กรัม
  • นมจืดเข้มข้น หรือครีมเข้มข้น 1/2 ถ้วย (120 กรัม)
  • เนยรสจืด (อุณหภูมิห้อง) 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ มาการองช็อกโกแลต

  1. ร่อนผงโกโก้ น้ำตาลไอซิ่ง และผงอัลมอนด์บดละเอียด ลงในอ่างผสม พักทิ้งไว้
  2. ตีไข่ขาวประมาณ 1-2 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลทรายทีละนิด ตีไปเรื่อย ๆ จนได้เมอแรงค์ตั้งยอดแข็ง
  3. ใส่ผงโกโก้ที่ผสมไว้ในเมอแรงค์ ค่อย ๆ แบ่งใส่ แล้วใช้ไม้พายคนเบา ๆ จนส่วนผสมเป็นของเหลวเข้ากันดี
  4. นำส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบเป็นวงกลมเท่า ๆ กัน เคาะถาดเพื่อไล่อากาศ แล้วพักไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อยนำเข้าเตาอบ
  5. อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที
  6. เมื่ออบเสร็จนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท

วิธีทำไส้มาการอง

  1. นำวิปครีมหรือนมสดมาตั้งไฟ พอเริ่มเดือดให้ยกลงจากเตา
  2. เทวิปครีมหรือนมสดลงในถ้วยช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วจึงคนให้เข้ากันดี
  3. ใส่เนยจืด คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดด้วยพลาสติก นำเข้าตู้เย็น รอจนเซตตัวแล้วตักใส่ถุงบีบ

วิธีประกอบมาการอง

  1. แกะฝามาการองออกจากพิมพ์ บีบไส้ช็อกโกแลตลงไป
  2. ประกบคู่ฝามาการองให้หมด

รีวิว Reply 1988 | ซีรีส์ฟีลกู้ดของผองเพื่อนในวันวานปี 1988 ครบรส

รีวิว Reply 1988 | ซีรีส์ฟีลกู้ดของผองเพื่อนในวันวานปี 1988 ครบรส

รวมนักแสดง ในซีรีส์ วันวาน 1988

รีวิว หลังจากติดตามซีรีส์ของผู้กำกับ ชินวอนโฮ มาสองเรื่องติดๆ จากทั้ง Prison Playbook แล้วมาต่อด้วย Hospital Playlist จึงอยากจะลองติดตามซีรีส์ในชุด Reply ต่ออีกสักหน่อย ทีแรกก็คิดว่าจะไล่ดูตั้งแต่ภาคแรกที่สร้าง แต่ไปๆ มาๆ ก็เลือกภาคที่อยากดูที่สุดมาแทน ผลจึงมาลงเอยที่ Reply 1988 ซึ่งชื่อไทยของมันก็คือ วันวาน 1988 นั่นแหละครับ

เรื่องย่อซีรีส์ Reply 1988
ย้อนเวลากลับไปยังวันวานของเกาหลีใต้ในปี 1988 ปีที่พวกเขาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ทุกอย่างในวันนั้นมันดูเก่าและเต็มไปด้วยความทรงจำ เรื่องราวของเด็กกลุ่มเล็กที่เติบโตขึ้นมาในซอยเดียวกัน

ผองเพื่อนทั้งห้าที่แตกต่างกันไป บางคนมีฐานะยากจนเพราะไปค้ำประกันจนต้องอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินในบ้านของอีกคน บางคนก็โชคดีถูกหวยจนกลายเป็นคนร่ำรวย บางบ้านก็มีลูกที่ไม่ค่อยคุยกับแม่ บางบ้านก็มีแต่เด็กที่เติบโตอย่างโดดเดี่ยว ห้าบ้านก็ห้าแบบห้าสไตล์

แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมคือทั้งห้าบ้านต่างรักกัน เอื้อเฟื้อกัน ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ไปยันรุ่นลูก มิตรภาพที่ซอยเล็กๆ ที่เติบโตผ่านกาลเวลา ผ่านเรื่องเล่าที่พานึกทบทวนเรื่องวันเก่าวันที่เรายังเรียนอยู่มัธยมฯ

ห้าตัวละครหลักใน วันวาน 1988
ซีรีส์ของ ชินวอนโฮ มักจะเล่าเรื่องของกลุ่มแก๊งผองเพื่อน ครั้งนี้เป็นเรื่องกลุ่มเพื่อนสนิททั้งห้าที่บ้านอยู่ในละแวกซอยเดียวกัน เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ลองไล่เรียงกันดูสักหน่อยว่าแต่ละคนมีคาแรกเตอร์ มีที่มา มีนิสัยใจคอแตกต่างกันอย่างไรกันบ้าง

Hyeri (ฮเยริ) เป็น Duk Sun (ซองด็อกซอน)
สาวน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่ม ลูกสาวคนกลางของครอบครัวที่เรียกได้ว่ายากจนที่สุดในกลุ่มเพราะพ่อของเธอดันไปเซ็นค้ำประกัน ในที่สุดครอบครัวของด็อกซอนก็ต้องมาอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านจองฮวาน ด็อกซอนค่อนข้างมีชีวิตที่น่าสงสารในตอนต้น ชีวิตของเธอต้องไขว่คว้าทุกอย่างด้วยตัวเอง ซ้อมหนักเพื่อจะได้เป็นคนถือป้ายในพิธีเปิดโอลิมปิก พยายามเข้าประกวดเต้นเพราะอยากได้ซาวด์อะเบาท์ที่พ่อไม่มีเงินซื้อให้ ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่มีความสามารถด้านการเต้นแม้สักนิดเดียว

เธอมักถูกแหย่เย้าว่าขี้เหร่แต่โตมาแล้วสวย เป็นพวกขี้ลืม ขี้ง่วง แถมยังเรียนได้อันดับที่โหล่ของห้อง แต่กลับกลายเป็นศูนย์กลางของความรักหลายเส้า

Ryoo Joon Yeol (รยูจุนยอล) เป็น Jung Hwan (จองฮวาน)
เด็กหนุ่มในครอบครัวที่เคยยากจนที่สุด แต่เพราะจองฮวานถูกหวย พวกเขาจึงกลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในละแวก มีบ้านหลังใหญ่โต ฝ่ายพ่อของเขาก็มีหน้าที่การงานที่ดีขายเครื่องใช้ไฟฟ้า สลับกับครอบครัวของด็อกซอนที่ยากจนกะทันหันจนต้องมาอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้านจองฮวาน

เดิมทีเขาก็เป็นคนเงียบๆ ที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครแต่ก็เริ่มจะดีขึ้นเรื่อย เป็นอีกคนที่ชอบด็อกซอน

Ko Gyung Pyo (โกคยองพโย) เป็น Sun Woo (ซอนอู)
หนุ่มที่เป็นทั้งหัวหน้าห้องและประธานนักเรียน เรียนเก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง เพราะความที่สูญเสียพ่อไป เขาจึงมีชีวิตอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวกับน้องสาวที่ยังเล็กมาก เป็นเด็กหนุ่มที่อ่อนโยนอบอุ่น และรักครอบครัว

Park Bo Gum (พัคโบกอม) เป็น Taek (ชเวแท็ก)
เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เรียนเหมือนกับคนอื่นๆ วันทั้งวันเอาแต่เล่นโกะ ซึ่งผลก็คือเขาเล่นโกะเก่งมากจนออกจากโรงเรียน ตระเวนแข่งขันบินไปหลายประเทศและชนะจนคว้าเงินรางวัลจนสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ แต่อย่างอื่นเขาไม่เก่งเลย ใช้ตะเกียบก็ไม่เป็น เพราะสูญเสียแม่ไปแต่เด็ก ทำให้ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในบ้านเพียงสองคนกับพ่อที่เป็นคนเรียบร้อย เป็นเจ้าของกิจการจิวเวลรี่ (แต่ในร้านมีนาฬิกาเยอะเนอะ) ที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะบอกรักลูกตรงๆ แท็กเป็นผู้ชายที่เงียบๆ เรียบร้อย พูดน้อย อ่อนน้อมถ่อมตน และค่อนข้างใจเย็น ส่วนหนึ่งก็คงเพราะเป็นคนเล่นโกะด้วยแหละ

Lee Dong Hwi (อีดงฮวี) เป็น Dong Ryong (ดงรยง)
ลูกชายของคุณครูใหญ่ ครูฝ่ายปกครองของโรงเรียน เด็กที่แทบจะไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่เท่าไหร่เวลาอยู่บ้าน จะได้เจอหน้าพ่อ (Yoo Jae Myung จากซีรีส์ Itaewon Class, Life และ Prison Playbook) ก็ต่อเมื่อทำอะไรผิด เช่นไปดูหนังโป๊ เป็นต้น บุคลิกอาจไม่โดดเด่นมากนักแต่เขาก็เป็นคนชักนำเพื่อนๆ แต่ในทางที่ดีๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะชวนเพื่อนเช่าหนังโป๊ อ่านการ์ตูนโป๊เนี่ย


รีวิว ซีรีส์ Reply 1988
โดยรวมๆ แล้วมันก็ซีรีส์ที่เล่าเรื่องของเกาหลีในอดีตผ่านเรื่องราวของครอบครัว เพื่อน และความรัก ด้วยการใช้ส่วนผสมของไลฟ์สไตล์ สิ่งของ บ้านเมือง เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น ห้อมล้อมด้วยเพลงเพราะๆ ในอดีต ผ่านตัวละครที่มีความหลุดโลกบ้าง บ้าบอบ้าง และดูน่าจะใกล้เคียงกันคนจริงๆ บ้าง เพื่อสร้างเรื่องราวให้มันเดินไปแบบมีมุก

เอาล่ะ งั้นเราแยกออกมาเป็นประเด็นๆ กันไปเลยดีกว่า…

ครอบครัว
ห้าเพื่อนที่มาจากห้าครอบครัวที่แตกต่างกันทั้งด้านฐานะและองค์ประกอบ บ้างขาดพ่อ บ้างก็ขาดแม่ และบางครอบครัวก็มีพร้อมหน้า แต่ก็เป็นห้าครอบครัวที่รักกันมากที่สุด ไม่เคยทะเลาะกันเลย คอยแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันยามใครมีปัญหา แม้ต่างครอบครัวต่างก็มีปัญหาภายใน

อย่างเช่นในวันที่แม่ของซอนอูได้รับโทรศัพท์ว่าคุณแม่ของเธอจะเยี่ยมเยือนกะทันหัน ด้วยความที่มีชีวิตอยู่ด้วยเงินบำนาญของสามีที่เสียไป จึงมีฐานะที่ไม่ค่อยดีนักและไม่อยากให้แม่ตัวเองไม่สบายใจ จึงต้องไปขอหยิบยืมหลายสิ่งหลายอย่างในบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวจองฮวาน เป็นฉากที่น่าจดจำและน่ารักมากอีกฉากหนึ่งในเรื่องนี้

เหล่าแม่บ้านก็มักจะมีแคร่ตัวนึงที่วางอยู่ริมถนนหน้าบ้าน พวกเธอก็มักจะมานินทาผัวกันเป็นประจำ บางทีก็มีการประชุมกันภายในบ้านเพื่อแก้ปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่ง

เพื่อน
วันวาน 1988 เป็นเรื่องราวของเหล่าเพื่อนทั้งห้าที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน รู้จักกัน เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ซีรีส์เรื่องนี้ส่วนใหญ่ก็จะเล่าเรื่องในช่วงที่พวกเขายังเป็นวัยรุ่น ช่วงปี 1988 ที่มีหลายเรื่องเกิดขึ้นมากมาย พวกเขาเริ่มโตจนใกล้จะเป็นผู้ใหญ่ ความผูกพัน ความห่วงใย ความช่วยเหลือเกื้อกูล ทั้งหมดนี้มันก็คือส่วนหนึ่งของความหมายของคำว่า “เพื่อน” ของพวกเขา

ความสนุกสนาน การชักชวนกันทำเรื่องบ้าๆ บวมๆ โดยไม่มีเรื่องเพศมาขีดคั่น ทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการค้นหาและดิ้นรน เมื่อบางคนอยู่ในครอบครัวที่ยากจน หลายอย่างต้องลำบากเพื่อให้ได้มา และก็มีผองเพื่อนที่ยินดีมาช่วยเหลือเสมอๆ

โดยรวมแล้วมันคือมิตรภาพที่เติบโตผ่านกาลเวลานั่นแหละ

ความรัก
ความพิเศษอย่างหนึ่งของซีรีส์ที่เล่าเรื่องในอดีตของคนเดียวในปัจจุบันก็คือ มันจะเล่าย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่น ในวันที่มีความรักครั้งแรก ความไม่ประสีประสาในเรื่องนี้ก็อาจจะก้าวเดินแปลกๆ ไปบ้าง อาจมีโมเมนต์ของการแอบชอบ การเข้าใจผิดคิดว่าเขาชอบเรา การบอกรักแล้วโดนปฏิเสธ การพัฒนาของความรักที่ค่อยเป็นค่อยไป

ทุกอย่างเหมือนจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราเลือกคนรักและความรักในกาลปัจจุบัน

โหยหาอดีต
ด้วยการเล่าสลับไปสลับมาระหว่างปัจจุบันและอดีต โดยมุ่งเน้นเล่าเหตุการณ์ในอดีต เหมือนการพาคนดูที่มีอายุและอยู่อาศัยบนโลกนี้มาประมาณหนึ่งได้ดึงความทรงจำในอดีตให้กลับคืนมามีชีวิตในปัจจุบันอีกครั้ง ทั้งเหตุการณ์บ้านเมือง เพลงและหนัง แม้ว่าสำหรับคนไทยแล้ว นั่นจะเป็นเรื่องราวที่น่าจะกระเทาะโดนใจคนเกาหลีที่สุด ก็ยังนับว่าพอซึมซับและอินไปด้วยกันได้ เพราะบางสิ่งก็เป็นอะไรที่เราเคยผ่านมาด้วยเหมือนๆ กัน

ซีรีส์สลับด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน ที่จะเป็นการเล่าเรื่องของนางเอกที่นึกย้อนกลับไปในอดีต ทั้งปล่อยให้คนดูคาดเดากันเอาเองว่า ตกลงสามีของเธอในปัจจุบันนี่คือเพื่อนคนใดในอดีตกันแน่

เป็นซีรีส์ในชุด Reply ซึ่งมีทั้งหมดสามเรื่อง หลายคนแนะนำให้ดูตามลำดับการสร้างเพราะจะมีกิมมิกเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้น

Reply 1997 / ย้อนรอยรัก 1997 (tvN / 2012)
Reply 1994 / 1994 คิดถึงเธอ (tvN / 2013)
Reply 1988 / วันวาน 1988 (tvN / 2015)
คำเตือน: การรับชมซีรีส์เรื่องนี้ผ่าน Netflix อาจมีขัดใจอยู่บ้างที่ได้พบแต่ภาพที่เบลอโน่นเบลอนี่ไปสารพัด ทั้งภาพในทีวีและโปสเตอร์ต่างๆ จนต้องทำใจ

Reply 1988 … ซีรีส์ที่จะทำให้เราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ครอบครัว” และหวนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในวันเก่า ๆ แล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว หาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตากับความอิ่มเอมใจนี้ไปพร้อม ๆ กันนะคะ ^^

ซีรี่ส์บอกเล่าเรื่องราวในช่วงปี 1988 ของกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คนที่รักและผูกพันกันมาก เพราะอาศัยอยู่ละแวกบ้านเดียวกันและเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ประกอบไปด้วย ด็อกซอน (รับบทโดย ฮเยริ) สาวคนเดียวในกลุ่มที่นิสัยร่าเริงสนุกสนานเฮฮาแก่นเซี้ยวตามวัย ครอบครัวอบอุ่นแต่ฐานะยากจนและอาศัยอยู่ชั้นใต้ดินของบ้าน จองฮวัน (รับบทโดย รยูจุนยอล) หนุ่มเงียบขรึมไม่ค่อยแสดงความรู้สึกแต่จิตใจดี ครอบครัวร่ำรวยขึ้นมาในพริบตาเพราะถูกล็อตเตอรี่ ซอนอู (รับบทโดย โกคยองพโย) ชายหนุ่มอ่อนโยนอบอุ่นรักครอบครัวและเรียนเก่ง ซอนอู อยู่กับแม่ที่เลี้ยงครอบครัวคนเดียวเพราะพ่อเสียแล้วและมีน้องสาวเด็กน้อยอีก 1 คน ดงรยอง (รับบทโดย อีดงฮวี) ชายหนุ่มที่สนุกสนานไปวัน ๆ ครอบครัวมีฐานะมั่นคงแต่พ่อแม่ทำงานเยอะจนไม่มีเวลาจึงทิ้งไว้ให้แต่เงิน ทั้ง 4 คนนี้ยังเป็นนักเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย และคนสุดท้าย แทค (รับบทโดย พัคโบกอม) หนุ่มเชื่องช้าพูดน้อยน่ารักจริงใจและเป็นนักเล่นหมากล้อมมืออาชีพที่มีความสามารถ ได้แชมป์มามากมายนับไม่ถ้วน จนถึงกับลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาเอาดีทางนี้ ครอบครัวนี้มีพ่อเป็นคนเลี้ยงลูกคนเดียวเช่นเดียวกันและเป็นเจ้าของร้านขายนาฬิกา ฐานะค่อนข้างดี ดูหนังออนไลน์ 

ขนมไข่นกกระทา สูตรนี้ผสมมันเทศนึ่งกับแป้งมันและแป้งสาลีอเนกประสงค์

ขนมไข่นกกระทา สูตรนี้ผสมมันเทศนึ่งกับแป้งมันและแป้งสาลีอเนกประสงค์

ขนมไข่นกกระทา

ส่วนผสม ขนมไข่นกกระทา

  • แป้งมันสำปะหลัง 100 กรัม
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 25 กรัม (ถ้าชอบแบบเหนียวนุ่ม ก็สามารถใช้แป้งข้าวโพดแทนได้)
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • เกลือ 1/2+1/4 ช้อนชา
  • มันเทศนึ่งบดละเอียด 350 กรัม
  • น้ำปูนใสประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ (ค่อย ๆ ใส่แล้วนวดจนแป้งไม่ร่วนและปั้นเป็นลูกได้ จะน้อยหรือมาก บวก-ลบน้ำเอาได้เลย)

วิธีทำ ขนมไข่นกกระทา

     1. ร่อนแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาลีอเนกประสงค์ และผงฟู หลังจากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
2. นำแป้งที่ผสมแล้วใส่ลงไปในมันเทศที่นึ่งบดแล้ว แบ่งแป้งใส่สัก 3 รอบ นวดขยำจนเข้ากัน หลังจากนั้นค่อย ๆ ใส่น้ำปูนใสลงไปทีละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดจนแป้งเนียนไม่ร่วน สามารถปั้นเป็นก้อนได้ ปั้นเป็นลูกกลม ๆ เตรียมไว้
3. ตั้งน้ำมันให้ร้อน แล้วนำไข่นกกระทาลงไปทอดด้วยไฟอ่อน ๆ คนไปด้วยขนมจะได้ไม่ไหม้ พอทอดจนขนมเริ่มเหลืองฟูขึ้น ก็นำตะหลิวกดยีขนม เพื่อให้ขนมฟูขึ้นจากขนาดเดิมประมาณ 1.5-2 เท่า ฟูมากก็กลวงมาก พอพองเหลืองแล้วก็ต้องทอดต่อไปอีกสัก 4-5 นาที เพื่อให้ผิวขนมเซตตัวกรอบดีก่อน ถ้าตักขึ้นมาเร็วก็จะยุบและแฟบ พอสุกพองเหลืองได้ที่แล้วก็ตักมาพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน

 

มรกตกรอบ (ทับทิมกรอบสีเขียว) เป็นสูตรกะทิอบควันเทียนหอม ๆ อีกด้วย

มรกตกรอบ (ทับทิมกรอบสีเขียว) เป็นสูตรกะทิอบควันเทียนหอม ๆ อีกด้วย

ทับทิมกรอบ มรกตกรอบ

ส่วนผสม ทับทิมกรอบ
​​ •​ ​น้ำลอยดอกมะลิ
​​ •​ ​กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง
​​ •​ ​เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
​​ •​ ​ใบเตยมัดเป็นปม
​​ •​ ​เทียนสำหรับอบขนม
​​ •​ ​แห้ว
​​ •​ ​สีผสมอาหารสีแดงผสมน้ำ
​​ •​ ​สีผสมอาหารสีเขียวผสมน้ำ
​​ •​ ​แป้งมัน
​​ •​ ​น้ำตาลทราย (ไม่ขัดสี)
​​ •​ ​น้ำแข็งบด

วิธีทำ มรกตกรอบ
​​ ​​​​►​ ​นำดอกมะลิมาลอยในน้ำทิ้งไว้ เตรียมไว้สำหรับทำน้ำเชื่อมเพื่อความหอมสดชื่น
​​ ​​​​►​ ​ผสมน้ำกะทิกับเกลือ ใส่ใบเตยมัดเป็นปมลงไป นำขึ้นตั้งไฟ ต้มแค่พอร้อน
​​ ​​​​►​ ​จุดเทียนสำหรับอบขนมแล้วเป่าให้ดับ ใส่ลงในถ้วยเล็ก ๆ นำไปลอยในน้ำกะทิ ปิดฝาหม้อ อบทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำเทียนขึ้นมาจุดใหม่แล้วใส่ลงไปอบซ้ำหลาย ๆ ครั้ง (ยิ่งนานยิ่งดี) เตรียมไว้

วิธีทำทับทิมกรอบ
​​ ​​​​►​ ​หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ซื้อแห้วกระป๋องมา แห้วสด ๆ ก็ยิ่งดี เพราะราคาถูกกว่ากระป๋อง แต่แบบกระป๋องจะหอมหวานกว่าเพราะเค้าแช่ในน้ำเชื่อมมาแล้ว บางคนก็ใช้มันแกวนะ แต่บอกเลยว่าไม่อร่อยเท่าแห้วหรอก มันแกวนาน ๆ ไปจะแห้ง ความกรอบก็สู้แห้วไม่ได้)
​​ ​​​​►​ ​ผสมน้ำกับสีผสมอาหารทั้ง 2 สี เตรียมไว้
​​ ​​​​►​ ​ใส่แห้วที่หั่นแล้วลงไปคลุกในสีผสมอาหารแต่ละสีให้เข้ากัน พักไว้ (ให้สีที่ตัวแห้วอิ่มตัวดี ๆ อยากแดงมากก็ทิ้งนาน ๆ แดงน้อยก็ทิ้งแป๊บเดียว)
​​ ​​​​►​ ​ใส่แห้วทั้ง 2 สีลงคลุกในแป้งมัน (บางคนก็ใส่แป้งท้าวลงไปนิดนึง) คลุกให้แป้งเคลือบดี แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออก
​​ ​​​​►​ ​นำไปลวกในน้ำเดือดจนแห้วลอยขึ้นมา
​​ ​​​​►​ ​ตักใส่ลงในน้ำเย็น พักไว้

วิธีทำน้ำเชื่อมใส่ทับทิมกรอบ
​​ ​​​​►​ ​ต้มน้ำลอยดอกมะลิที่เตรียมไว้กับน้ำตาลทรายไม่ขัดสี และใบเตย เคี่ยวให้เหนียวเล็กน้อย เตรียมไว้
​​ ​​​​►​ ​ตักทับทิมกรอบและมรกตใส่ถ้วย ตามด้วยน้ำเชื่อม กะทิ และน้ำแข็งบด พร้อมเสิร์ฟ

กระจกส่องสว่าง – แนวคิดมากมาย สำหรับแสงที่มีคุณภาพสูงและทันสมัย

กระจกส่องสว่าง – แนวคิดมากมาย สำหรับแสงที่มีคุณภาพสูงและทันสมัย

วิธีใช้กระจกแต่งบ้าน

แนวคิดมากมาย กระจกเป็นของตกแต่งภายในที่ใช้เวลามากรวมถึงขั้นตอนการดูแลและสุขอนามัยการแต่งหน้าและการเตรียมก่อนออกไปข้างนอก ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ากระจกที่คุณสามารถตรวจสอบโดยละเอียดเกี่ยวกับลักษณะที่ปรากฏของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการโกนการแต่งหน้าหรือการแต่งหน้าแบบเรียบง่ายการสะท้อนควรแสดงให้เห็นอย่างสมบูรณ์แบบซึ่งเป็นไปได้ด้วยแสงที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น ตรวจสอบตัวอย่างของแสงที่ทันสมัยที่กระจกในแกลเลอรี่ภาพ

กระจกห้องน้ำเรืองแสง – ทางออกที่ขาดไม่ได้เพื่อความสะดวกสบายส่วนตัว
กระจกส่องสว่างรับประกันการมองเห็นใบหน้าอย่างละเอียดโดยเฉพาะถ้าคุณแต่งหน้า ไฟส่องสว่างแบบโมเดิร์นที่ด้านบนใกล้กับกระจกช่วยให้สามารถสร้างแสงสีขาวได้ใกล้เคียงกับธรรมชาติให้ความคมชัดที่มากกว่าโดยไม่มีเงา

อะไรคือตัวเลือกของแสงสำหรับกระจก?
เมื่อเลือกแสงทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับขนาดของกระจกของคุณ สำหรับรุ่นเล็กต้องใช้หลอดไฟเท่านั้นและสำหรับผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ – น้อย แต่ระวังเนื่องจากมีกฎที่ต้องระวังก่อนการตั้งค่าจุดแสงเหล่านี้: แสงน้อยมีแนวโน้มที่จะทำให้ใบหน้าผิดรูปถ้ามันสูงเกินไปมันจะเน้นรอยคล้ำ การประนีประนอมที่ดีสำหรับการลบเงาคือทิศทางด้านข้างของรังสี ติดตั้งไฟไปทางขวาและซ้ายของกระจก อย่าลืมปรับทิศทางเพื่อหลีกเลี่ยงการสะท้อนกลับ กระจกบางตัวมีแหล่งกำเนิดแสงหนึ่งแหล่งขึ้นไป

กระจกส่องสว่างที่มีสไตล์สำหรับห้องของคุณ
มีวิธีแก้ปัญหามากมายที่จะช่วยให้คุณส่องกระจก: แต่ละห้องจะให้สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์! ใช้ตัวอย่างของแกลเลอรี่ภาพเพื่อเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวคุณเอง

หลอดไฟตั้งอยู่รอบ ๆ กระจกบานใหญ่ พวกเขาจะถูกเลือกด้วยพลังงานสูงสุด 60 W พร้อมค่าสัมประสิทธิ์การเรนเดอร์สี (CRI) มากกว่า 90 เลือกฮาโลเจนเรืองแสงที่จะไม่ทำให้คุณตาบอด

Neon คือการตกแต่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับห้องน้ำทันสมัยเหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก

อนุญาตให้ใช้เพียงประมาณ 12 โวลต์ใกล้อ่างล้างจาน บ่อยครั้งที่มีการเลือกโคมไฟสามหลอดไว้ที่ผนังและไม่อยู่ด้านล่างเพื่อไม่ให้ตาบอด ยังคิดเกี่ยวกับไฟปิดภาคเรียนในกระจกตัวเองในทางปฏิบัติมาก!

กระจก LED สว่างมาก นอกจากนี้ยังมีแถบ LED ที่กันน้ำและมีแถบกาวในตัว การแก้ปัญหาในทางปฏิบัติและทั่วไป

เชิงเทียนสำหรับส่องกระจกช่วยให้คุณส่องพื้นผิวได้ดี ข้อดีของตัวเลือกนี้คือสามารถเปลี่ยนมุมลำแสงได้ง่าย โคมไฟตั้งโต๊ะก็เป็นที่ต้องการเช่นกัน

กระจกแต่งตัวส่องสว่าง: เฉดสีของแสงให้เลือก?
คุณสามารถเลือกสไตล์ของกระจกที่มีรูปร่างใดก็ได้ แต่คุณควรคำนึงถึงประเภทของแสงด้วย ในการตัดสินใจเกี่ยวกับหลอดไฟจากนั้นเลือกตัวเลือกสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแสง: สีขาวนวล, สีขาวนวล, สีฟ้า, สีแดง, สีเขียวหรือสีหลายสีขึ้นอยู่กับอารมณ์ที่ต้องการ

รู้ว่าสำหรับบรรยากาศที่ผ่อนคลายจะดีกว่าที่จะเลือกสีขาวอบอุ่น (2800 ถึง 3200 เคลวิน) และสำหรับหนึ่งที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติสีขาวกลาง (จาก 3,500 ถึง 4,000 เคลวิน) ระหว่าง 5600 ถึง 6500 เคลวินโคมไฟอยู่ในเฉดสีขาวนวล ขอแนะนำให้ผสมแสงสองประเภทในห้องน้ำห้องนอนหรือห้องโถงของคุณ: แสงจากธรรมชาติที่ใช้งานได้กับแสงกระจกและแสงฮาโลเจนอุ่น ๆ สามารถสร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ในห้องหลีกเลี่ยงการใช้ฮาโลเจนเพียงลำพังแสงที่ออกมาเป็นสีเหลืองเล็กน้อยเนื่องจากมันทำให้เข้าใจผิดโดยแสดงภาพสะท้อนที่เหนื่อยล้า เหนือกระจกแสงควรยังคงอ่อนนุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงเงาบนใบหน้า

วิธีใช้กระจกแต่งบ้าน

กระจกส่องสว่าง
เมื่อคุณอยู่หน้ากระจกทิศทางของแสงควรอยู่ด้านหน้า คุณอาจได้รับไฟแสดงทิศทางในโมดูลที่ด้านบน ไม่นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดี แต่ยังให้ผลดีในห้อง คุณจะไม่รู้วิธีเอียงศีรษะเพื่อดูตัวเองโดยไม่มีเงา เลือกแสงที่นุ่มนวลและตรงทำให้การดูแลผิวหน้าเป็นเรื่องง่ายและมีคุณภาพสูง มันจะสะดวกสำหรับผู้ชายที่จะโกนและสำหรับผู้หญิง – เพื่อใช้แต่งหน้า มีไฟส่องสว่างด้านข้างหลายรุ่นให้เลือกเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

กระจกห้องน้ำ: ฉันควรมองหาอะไร
เนื่องจากกระจกจะอยู่ในห้องน้ำจึงมีกฎบางอย่างที่ควรปฏิบัติ ก่อนอื่นสิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาระดับเสียงของห้องเพราะจะไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด พิจารณาความสูงและพื้นผิวเพดานเพื่อพิจารณาระบบไฟส่องสว่างสำหรับการติดตั้ง อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญหากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ตรงตามมาตรฐาน หลอดไฟควรมีความกว้างหรือแคบกว่ากระจกเดียวกัน เมื่อติดตั้งไฟให้กว้างขึ้นจะทำให้มองเห็นใบหน้าได้ดีขึ้น มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะตรวจสอบ:

พลังของกระจกส่องสว่างและอุปกรณ์ให้แสงสว่างอื่น ๆ ก่อนซื้อ
ระดับการป้องกันที่ระบุ

กระจกส่องสว่าง: เคล็ดลับการใช้งาน
ก่อนที่จะซื้อตรวจสอบให้แน่ใจว่าดวงตาของคุณคล้ายกับลักษณะของหลอดไฟ หากคุณรู้สึกอึดอัดหรือฉีกขาดหมายความว่าแสงนั้นทรงพลังและก้าวร้าวเกินไป หากคุณต้องเปลี่ยนหลอดไฟให้เลือกหลอดไฟที่เหมือนกันมิฉะนั้นมุมมองจะเป็นความหายนะ จี้เหนือกระจกมักติดตั้งจาก 198 ถึง 203 ซม. จากพื้น ความสูงนี้เหมาะสำหรับสมาชิกในครอบครัวทุกระดับความสูงเพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรดคำนึงถึงความสะดวกสบายแสงที่กระจายซึ่งให้การแสดงผลที่เหมาะสม

กระจกเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบห้องน้ำห้องนอนและโถงทางเดิน คุณใช้มันทุกวันดังนั้นคุณควรดูแลแสงที่ดี

นอกจากจะใช้ กระจก สำหรับแต่งตัวแล้ว เรายังสามารถใช้กระจกตกแต่งบ้านให้ดูสวยงามได้อีกทางหนึ่งด้วย แถมยังมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับบ้านหรือห้องที่มีพื้นที่แคบ ๆ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยพรางตาให้ดูกว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ห้องดูดี สวยงาม และมีมิตมากขึ้นอีกด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำไอเดียแต่งบ้านด้วยกระจกมาฝากกัน

1. ติดกระจกฝั่งตรงข้ามหรือข้างหน้าต่าง
การเลือกตำแหน่งให้ถูกต้อง ถือเป็นหัวใจหลักของการใช้กระจกตกแต่งห้องเลยทีเดียว ตำแหน่งที่ดีที่สุด คือ ผนังฝั่งตรงข้ามหน้าต่าง หรือผนังฝั่งด้านข้างหน้าต่าง เพราะกระจกจะสะท้อนแสงกระทบจากด้านนอกจาก 2 จุดนี้ได้มากที่สุด ช่วยให้ห้องสว่างและกว้างขวางขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนวิวทิวทัศน์ภายนอก ทำให้บรรยากาศภายในสวยงาม ไม่จำเจ และอยู่บ้านได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

2. ติดกระจกอยู่ในระดับสายตา
ไม่ใช่แค่การเลือกตำแหน่งเท่านั้นที่สำคัญ เพราะการกำหนดความสูงการติดตั้งกระจกให้เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งต้องพิจารณาไม่แพ้กันนั่นก็คือ ควรเลือกความสูงให้อยู่ในระดับ หรือวัดจากพื้นขึ้นมาจนถึงกึ่งกลางกระจกประมาณ 60 นิ้ว โดยเว้นช่องว่างจากขอบกระจกด้านบน ไปถึงขอบเพดานอย่างน้อย 2 นิ้วขึ้นไปด้วย เพียงเท่านี้ก็ช่วยเชื่อมต่อทั้งห้องเข้าด้วยกัน ทำให้ห้องดูดี กว้างขวาง ชวนมองได้ง่าย ๆ แล้ว

10 ไอเดียแต่งบ้านด้วยกระจก ทางลัดขยายพื้นที่จำกัด ให้ดูกว้าง สวยงาม สว่างกว่าที่เคย
12,901อ่าน

68
ทางลัดขยายพื้นที่แคบ ให้ดูกว้างขึ้นแบบง่าย ๆ ด้วย 10 ไอเดียตกแต่งบ้านด้วยกระจก แถมยังทำให้บ้าน หรือห้องของเราดูสวยงาม น่าอยู่ กว้างขวาง แถมสว่างมากขึ้นอีกด้วย

วิธีใช้กระจกแต่งบ้าน
วิธีใช้กระจกแต่งบ้าน
นอกจากจะใช้ กระจก สำหรับแต่งตัวแล้ว เรายังสามารถใช้กระจกตกแต่งบ้านให้ดูสวยงามได้อีกทางหนึ่งด้วย แถมยังมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับบ้านหรือห้องที่มีพื้นที่แคบ ๆ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยพรางตาให้ดูกว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ห้องดูดี สวยงาม และมีมิตมากขึ้นอีกด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำไอเดียแต่งบ้านด้วยกระจกมาฝากกัน

1. ติดกระจกฝั่งตรงข้ามหรือข้างหน้าต่าง
วิธีใช้กระจกแต่งบ้าน
การเลือกตำแหน่งให้ถูกต้อง ถือเป็นหัวใจหลักของการใช้กระจกตกแต่งห้องเลยทีเดียว ตำแหน่งที่ดีที่สุด คือ ผนังฝั่งตรงข้ามหน้าต่าง หรือผนังฝั่งด้านข้างหน้าต่าง เพราะกระจกจะสะท้อนแสงกระทบจากด้านนอกจาก 2 จุดนี้ได้มากที่สุด ช่วยให้ห้องสว่างและกว้างขวางขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนวิวทิวทัศน์ภายนอก ทำให้บรรยากาศภายในสวยงาม ไม่จำเจ และอยู่บ้านได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

2. ติดกระจกอยู่ในระดับสายตา
วิธีใช้กระจกแต่งบ้าน
ไม่ใช่แค่การเลือกตำแหน่งเท่านั้นที่สำคัญ เพราะการกำหนดความสูงการติดตั้งกระจกให้เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งต้องพิจารณาไม่แพ้กันนั่นก็คือ ควรเลือกความสูงให้อยู่ในระดับ หรือวัดจากพื้นขึ้นมาจนถึงกึ่งกลางกระจกประมาณ 60 นิ้ว โดยเว้นช่องว่างจากขอบกระจกด้านบน ไปถึงขอบเพดานอย่างน้อย 2 นิ้วขึ้นไปด้วย เพียงเท่านี้ก็ช่วยเชื่อมต่อทั้งห้องเข้าด้วยกัน ทำให้ห้องดูดี กว้างขวาง ชวนมองได้ง่าย ๆ แล้ว

3. ให้กระจกทำหน้าที่แทนหน้าต่าง
สำหรับห้องที่ไม่มีหน้าต่าง การเพิ่มกระจกที่มีกรอบหรือดีไซน์คล้ายกับหน้าต่างเข้าไป จะช่วยสะท้อนมุมมองของฝั่งตรงข้าม ทำให้ห้องดูสว่าง กว้างขวาง และมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังช่วยพรางตา ทำหน้าที่เหมือนเป็นหน้าต่างบานหนึ่งของห้องไปในตัว ช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัด คับแคบเหมือนที่เคย

4. ให้กระจกช่วยสะท้อนมุมมองสำคัญ
อีกหนึ่งไอเดียใช้กระจกแต่งบ้านง่าย ๆ แต่ช่วยให้บ้านน่าอยู่ขึ้นได้ทันตาเห็นคือ ใช้กระจกช่วยสะท้อนมุมมองสิ่งที่ต้องการ แล้วจัดวางตำแหน่งของกับกระจกให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน เช่น ต้องการจะเห็นรูปภาพหลังโซฟาขณะที่นั่งอยู่บนโซฟา ก็ให้นำกระจกไปแขวนไว้ที่ฝั่งตรงข้ามรูปภาพ และกะระยะให้พอดีกับสายตาเวลานั่งบนโซฟานั่นเอง

5. เลือกกระจกบานใหญ่แต่กรอบบาง
เคล็ดลับสำคัญอย่างหนึ่งของการแต่งบ้านหรือห้องแคบ ๆ เล็ก ๆ ก็คือ ยิ่งกระจกใหญ่แค่ไหน ก็ยิ่งมีประโยชน์มากเท่านั้น โดยนำกระจกบานใหญ่มาแขวน วาง หรือพิงติดผนังทึบด้านใดด้านหนึ่งไว้ ก็จะช่วยเพิ่มมุมมอง สะท้อนวิวทิวทัศน์ได้เป็นอย่างดี ช่วยหลอกตาให้ห้องดูกว้างขวางขึ้นได้อย่าง ทั้งนี้ควรเลือกกรอบหรือขอบกระจกให้เล็ก บาง และมีดีไซน์เรียบง่ายไว้ก่อน ก็จะช่วยให้กระจกดูไม่ใหญ่เทอะทะเกินไปนั่นเอง

6. เลือกกระจกเต็มบานเพื่อขยายพื้นที่
หากกระจกบานใหญ่ยังสะท้อนแสงและวิวได้ไม่จุใจ ขอแนะนำให้ใช้กระจกเต็มผนังแทน เพราะช่วยให้บ้านสว่างและสวยงามได้มากกว่า เมื่อเทียบกับกระจกบานเล็ก โดยเฉพาะบริเวณโถงทางเดิน มีเคล็ดลับก็คือ ควรติดกระจกฝั่งประตูหร แต่ถ้าโถงทางเดินเป็นตู้ตู้บิวต์อิน ก็ให้เปลี่ยนจากประตูบานทึบ มาใช้ประตูบานกระจกแทน

7. จับคู่กระจกกับแสงไฟ
ถ้าอยากเปลี่ยนห้องเล็ก ๆ มืด ๆ ให้ดูสว่างไสว สบายตาขึ้น บอกเลยว่าไม่ยาก เพียงวางกระจกเอาไว้ด้านหลังโคมไฟ เพื่อให้กระจกช่วยสะท้อนแสง เท่านี้ก็ทำให้ห้องดูสว่างขึ้นได้ง่าย ๆ แถมยังดูดี ไม่มืดทึบเหมือนที่เคย และน่าอยู่ขึ้นเป็นกองแล้ว

8. จับคู่กระจกกับงานศิลปะ
แม้ว่าการแต่งผนังด้วยชิ้นงานศิลปะ จะทำให้ห้องขนาดเล็กดูแคบลงกว่าเดิมได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนำงานอาร์ตมาตกแต่งห้องไม่ได้เลย เพราะความจริงแล้วแค่จับคู่ภาพวาดเข้ากับกระจก (อาจจะใช้บานเดียวหรือมากกว่านั้นก็ได้) จากนั้นนำไปจัดเรียงตำแหน่งให้เหมาะสม เท่านี้ก็ช่วยสะท้อนแสง ทำให้ห้องดูมีมิติ และเพิ่มความน่าสนใจขึ้นได้มากแล้ว

9. เปลี่ยนกระจกเป็นของตกแต่ง
นอกจากการจับคู่กระจกกับผลงานศิลปะแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไอเดียง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสวยงาม ชวนมองแก่ห้องได้ นั่นคือการใช้กระจกเป็นของแต่งบ้าน โดยนำกระจกหลาย ๆ บานมาเรียง ๆ กันบนผนังตามใจชอบ จะใช้เป็นทรงเดียวกัน กรอบเหมือนกัน สีเหมือนกัน หรือแบบแตกต่างกันก็ได้ จะเลือกบานใหญ่ไว้ตรงกลาง แล้วบานเล็กอยู่ล้อมรอบก็ดี

10. ใช้กระจกแบบมัลติฟังก์ชัน
ไอเดียแต่งห้องขนาดเล็กให้คุ้มค่าและกว้างขวาง คงไม่มีอะไรดีงามไปกว่าการเลือกใช้ของมัลติฟังก์ชัน สามารถใช้งานได้หลายอย่างในชิ้นเดียวอีกแล้ว เช่น ชั้นเก็บของที่มีกระจกบานใหญ่ในตัว ซึ่งเป็นได้ทั้งตู้เก็บของและโต๊ะเครื่องแป้งในตัว นอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่ ยังช่วยสะท้อนวิวและแสงฝั่งตรงข้ามของกระจกได้ด้วย

เชื่อหรือยังว่า กระจก ไม่ได้เป็นแค่ของตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่ยังมีประโยชน์หลายอย่างเกินความคาดหมาย นอกจากจะช่วยพรางตา ขยายพื้นที่เล็ก ๆ ให้ดูกว้างขึ้นได้แบบไม่น่าเชื่อแล้ว แสงสะท้อนยังทำให้บ้านหรือห้องดูสว่าง ดูดดี แถมยังมีมิติ เปลี่ยนบรรยากาศบ้านเดิม ๆ ที่แสนน่าเบื่อ ให้กลับมาน่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย สถาปนิก

รีวิวซีรีส์ Secret Royal Inspector ภารกิจลับ ๆ ของผู้ตรวจการลับ

รีวิวซีรีส์ Secret Royal Inspector ภารกิจลับ ๆ ของผู้ตรวจการลับ


รีวิวซีรีส์ ยุคปัจจุบันกันเยอะแล้ว คราวนี้เราขอพาเพื่อน ๆ ย้อนเวลากลับมายุคโซชอนกับซีรีส์พีเรียดเรื่อง Secret Royal Inspector ภารกิจการเป็นผู้ตรวจการลับที่อยู่ดี ๆ พระเอกของเราก็จับพลัดจับผลูได้เป็น หน้าที่คือคอยสอดส่องหาขุนนาง ข้าราชการที่ฉ้อฉล เหตุนี้เองจึงทำให้เหล่าขุนนางบางพวกต้องการให้ยกเลิกตำแหน่งนี้เสีย โดยอ้างว่าที่ผ่านมาเหล่าผู้ตรวจการลับต้องถูกฆ่าจากการปฏิบัติภารกิจจำนวนมาก แต่นั่นเป็นการเบี่ยงประเด็นเพื่อให้พวกเขาได้ทำผิดได้ง่ายขึ้นหากปราศจากผู้ตรวจการลับ

Secret Royal Inspector

ช่อง : KBS

วันออกอากาศ : วันจันทร์-วันอังคาร

เวลา : 21.30 น. (ตามเวลาเกาหลี)

จำนวนตอน : 16 ตอน

เรื่องย่อ

ซองอีกยอม รับบทโดย คิมมยองซู หรือที่เรารู้จักกันในนาม แอล Infinite อยู่ดี ๆ ก็ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ตรวจการลับให้พระราชา คอยสอดส่องหาตัวข้อราชการที่ฉ้อฉล ต้องเดินทางไปนอกเมืองเพื่อตามหาความจริง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปคนเดียว ทว่ามีผู้ร่วมทางไปอีก 2 คน คือ ฮงดาอิน รับบทโดย ควอนนารา กีแซงผู้มีใบหน้าอันงดงาม ใครได้มองก็เหมือนถูกมนตร์สะกด แต่ภายใต้ความสวยนั้น เธอใช้มันเพื่อคอยเป็นหูเป็นตาและคอยสอดแนมว่าเหล่าขุนนางที่มาหอนางโลมนั้นคิดจะทำการใด และคอยรายงานให้กับหัวหน้าราชเลขา ซึ่งเธอก็ได้รับหน้าที่ให้ติดตามซองกีคยอมไปยังนอกเมืองเพื่อเข้าไปเป็นกีแซงและสืบหาความบางอย่าง และยังมี พัคซุนซัม รับบทโดย อีอีคยอง คอยช่วยเหลือทั้งสองคนอีกแรงหนึ่ง แต่เรื่องราวมันไม่ใช่แค่นั้น เพราะผู้ตรวจการคนก่อนก็ถูกฆ่าตายหมด จนเหล่าขุนนางเรียกร้องให้ยกเลิกตำแหน่งนี้ไปเพราะอ้างว่าผู้บริสุทธิ์ต้องมาตาย แล้วทั้งสามคนจะช่วยกันเปิดโปงข้าราชการที่คดโกงและรักษาตัวรอดจากอันตรายรอบด้านที่พร้อมให้พวกเขาเผชิญหน้าได้ไหม ต้องติดตามกันต่อไป

รีวิวจ้ารีวิว

ถ้าจะบอกว่าเป็นซีรีส์พีเรียดที่มีความโรแมนติกอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะหลังจากที่ได้ดูแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้มีความ comedy สูงมาก ยิ่งตอนที่พระนางเจอหน้ากัน มีอันต้องต่อปากต่อคำกันตลอด ไม่มีใครยอมใคร แถมยังมีตัวละครที่สร้างสีสันให้เรื่อง เราขอเรียกว่ามีจังหวะโบ๊ะบ๊ะจะดีกว่า ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากเนื้อหาได้ดี เนื่องจากเส้นเรื่องค่อนข้างซีเรียส พอมีจังหวะโบ๊ะบ๊ะของพระนางแล้วทำให้เรื่องมันสนุกขึ้นกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นคือควอนนาราสวยมาก สวยจนต้องยอม จะสวยอะไรขนาดนี้ ส่วนแอลก็แสดงดีมากเช่นกัน ส่วนตัวเราได้มีโอกาสชมผลงานการแสดงของแอลเรื่อง The Emperor: Owner of the Mask แล้วชอบมาก ๆ พอมีเรื่องนี้มาอีกเราจะพลาดได้อย่างไร ใครกำลังหาซีรีส์คลายเครียด เราแนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ
ซากึกเรื่องใหม่ที่เล่าถึงการทำงานของผู้ตรวจการลับ ตำแหน่งพิเศษที่มีอยู่จริงในยุคโชซอน ผ่านการทำงานในลักษณะทีม สืบสวน และปลอมตัวเป็นสายลับ เพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษ ที่มาพร้อมฉากแอคชั่นเท่ๆของ คิมมยองซู ที่มารับบทพระเอกที่เทพทั้งบู๊และบุ๋น แถมยังเสน่ห์แพรวพราว จนสายลับสาว สมาชิกรวมแก๊ง ที่รับบทโดย ควอนนารา ( ผลงาน : Itaewon Class / Doctor Prisoner) แอบประทับใจตั้งแต่ต้นเรื่อง (เรื่องนี้มีเลิฟไลน์ชัดเจน แต่ออกไปทางคู่รักคู่กัด มีฉากเขินๆบ้าง แต่ไม่ถึงกับหวานเลี่ยน) ปรุงเพิ่มด้วยเสียงฮา จากนักแสดงจอมขโมยซีน อีอีคยอง (ผลงาน : Welcome to Waikiki / Partners for Justice ) ที่มารับบทบ่าวประจำตัวของพระเอก ที่บางครั้งก็ไม่รู้จังหวะจนพาซวยไปทั้งแก๊ง แต่บางครั้งก็ช่วยเจ้านายไว้ได้แบบหวุดหวิด (แต่ทุกครั้ง รับประกันความฮา)
ส่วนผสมของความเท่ ความมัน ความรัก ความฮา ลงตัวและพาให้ซากึกเรื่องนี้ที่แม้จะไม่เข้มหนัก การเมืองจ๋า แต่ก็ดูได้สนุก ไม่น่าเบื่อ ไม่เครียดจนเกินไป สำหรับ 6 ตอนแรก ทำออกมาได้ดี กับคดีแรกที่จบลงไป และเรื่องราวเบื้องหลังของพระ-นาง ที่เราเริ่มรู้อะไรๆมากขึ้น และเข้าคดีที่ 2 ที่จะพาพระเอกของเราไปพบกับน้องชาย รับบทโดย อีแทฮวาน (ผลงาน : Graceful Friends / W: Two Worlds Apart) ที่ห่างเหินกันไป หลังจากเรื่องราวผิดใจกันในอดีต
จากภาพใบ้ใน intro ของซีรีส์ เดาว่าหลังคดีที่ 2 (ที่เพิ่งเริ่มต้นในตอนที 6) น่าจะมีอีก 2 คดี (น่าจะเกี่ยวกับ ฝิ่น และ วัด/พระ) ถ้าบวกกับเรื่องราวปมส่วนตัวของตัวละครหลัก ก็น่าจะมีเรื่องราวมากมาย พอให้อีก 10 ตอนที่เหลือ เข้มข้นและน่าสนใจไปตลอดเรื่อง

นับเป็นซีรีส์ย้อนยุครสกลอกล่อม ที่ดูง่าย สนุก ตลก ที่แนะนำเรื่องหนึ่งในช่วงนี้

รีวิวซีรีส์  ใครที่กำลังมองหาซีรีส์ที่มีทั้งความโรแมนติกด้วย comedy ด้วย ไม่ควรพลาดอย่างแรง ! มีทั้งการเชือดเฉือนฟาดฟันกันเพื่อพิสูจน์หาความจริงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการโกงคือใคร ข้าราชการ ขุนนางคนไหนที่หักหลังประชาชน ใช้อำนาจในทางมิชอบ สนุก ครบรสจริง ๆ

นักแสดงนำ
แอล (คิมมยองซู) รับบท ซองอีกยอม
ชายหนุ่มที่ไร้ซึ่งแรงผลักดันใด ๆ กับชีวิตของตัวเอง แต่หลังจากที่สอบเข้ารับราชการในสำนักงานที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบริหารและค้นคว้าภายในราชสำนักโชซอน กระทั่งวันหนึ่ง เขาโดนจับขณะเล่นการพนัน และถูกบังคับให้รับหน้าที่เป็นผู้ตรวจราชการลับ หรือ Secret royal inspector … โดยเขาจะต้องเดินทางไปตรวจสอบและขุดรากถอนโคนเหล่าขุนนางที่ทุจริตต่อหน้าที่ … ทั้งนี้ ซองอีกยอมจะเป็นตัวดำเนินเรื่อง และพาเราไปพบกับการผจญภัยตามที่ต่าง ๆ ในขณะที่เขาต้องคอยแก้ไขปัญหาของชาวบ้านไปด้วย

ควอนนารา รับบท ฮงดาอิน
หญิงสาวผู้งดงาม ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความชาญฉลาด ซึ่งเหล่าชายหนุ่มต้องยอมสยบเพียงแค่เธอยิ้มออกมา แต่ใครจะรู้ความจริงที่ว่า เธอทำงานให้กับราชสำนักโชซอน ซึ่งร่วมงานกับซองอีกยอม

อีแทฮวาน รับบท ซองอีบอม
พี่ชายต่างสายเลือดของซองอีกยอม พ่อของเขาเป็นชนชั้นปกครอง แต่แม่ของเขาเป็นแค่เพียงสาวรับใช้ แล้วสถานการณ์ก็นำพาให้เขาเกิดขัดแย้งกับซองอีกยอม

อียีคยอง รับบท พัคชอนซัม
ผู้รับใช้ซองอีกยอม เป็นคนมีจิตใจดี น่ารัก และคุยเก่ง แต่ก็เป็นผู้ชายที่ร้องไห้เก่งมาก

Royal Secret Agant
암행어사:조선비밀수사단
เรื่องย่อ – synopsis
‘ผู้ตรวจการลับ’ ได้รับการแต่งตั้งจากองค์กษัตริย์โดยตรง เพื่อทำภารกิจพิเศษ เดินทางสู่บ้านเมืองอันห่างไกล สอดส่องการทำงานของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแบบลับๆ ทำหน้าที่แทนกษัตริย์ กำจัดอำนาจอยุติธรรมที่กดขี่ประชาชน คืนความสุขสู่ราษฎร

ซองอีกยอม (รับบทโดย คิมมยองซู ผลงาน : The Emperor: Owner of the Mask / Angel’s Last Mission: Love) สอบเข้ารับราชการด้วยคะแนนสูงสุด แต่เขากลับทำงานเช้าชามเย็นชาม และมีความสุขกับการเล่นพนันกับเพื่อนร่วมงานไปวันๆ สุดท้าย วันหนึ่งเขาก็โดนจับได้ เมื่อหัวหน้าราชเลขาพบว่าความจริงเขาเป็นผู้มีความสามารถ จึงลงโทษเขาด้วยการแต่งตั้งให้เป็น “ผู้ตรวจการลับ” เพื่อสืบหาความจริงเรื่องการหายไปของผู้ตรวจการลับที่ได้รับภารกิจไปก่อนหน้านี้

นอกจากการหายไปของผู้ตรวจการคนก่อน เขายังพบความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษี และ ชายวัยแรงงานที่ถูกนำออกไปจากเมือง และไม่เคยได้กลับมา ความจริงเบื้องหลังความทุกข์ของชาวบ้านครั้งนี้คืออะไร เขาจะช่วยหาต้นตอ และสะสางความอยุติธรรมนี้ได้หรือไม่ ติดตามเรื่องราวภารกิจ ของท่านผู้ตรวจการลับ ได้ใน Royal Secret Agent รับชมพร้อมซับไทยวันเดียวกับเกาหลี ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 19.30 น. ที่ iQIYI
#เกร็ดเกี่ยวกับ ‘ผู้ตรวจการลับ’
ผู้ตรวจการลับเป็นตำแหน่งพิเศษที่แต่งตั้งโดยตรงจากกษัตริย์ โดยจะทรงมอบหมายภารกิจ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาทำงานไม่นาน (ไม่รู้จักเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ป้องกันการช่วยเหลือ เล่นเส้นสาย) แบะเป็นคนหนุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรง เพราะการทำงานต้องมีการเดินทางไปยังเมืองห่างไกล และอาจต้องใช้เวลานาน
เมื่อเริ่มต้นภารกิจ จะได้รับพระราชทาน จดหมายแต่งตั้ง รายละเอียดภารกิจ และ ป้ายผู้ตรวจการ(รูปม้า) และระหว่างภารกิจสามารถจัดการปลด เจ้าหน้าที่ที่มีความผิด ได้ทันที ในนามของกษัตริย์ เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นจะเข้ารายงานรายละเอียดกับองค์กษัตริย์โดยตรง

ผู้ตรวจการลับ ช่วยลดการโกงกินในยุคโชซอนได้อย่างมาก แต่กลับมีปัญหามากมาย ตัวอย่างเช่นปัญหาเรื่องเงินที่ใช้ระหว่างภารกิจที่อาจไม่พอ ต้องควักกระเป๋าตัวเอง หรือบางกรณีอาจถึงขั้นต้องขอทานเพื่อเป็นทุนในการปฏิบัติภารกิจ นอกจากนี้ปัญหาใหญ่ก็คือ มีผู้ตรวจการเพียง 30% เท่านั้น ที่รอดชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจ(อีก 70% ตุยหมดจร้าาาา) ซึ่งการตายของผู้ตรวจการอาจะเกิดจากสัตว์ร้าย หรือโจรปล้นระหว่างการเดินทาง หรือโดนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่โกงกิน ดูหนังออนไลน์ 

เผือกกวน หน้าตาไม่ธรรมดาเพราะกดเป็นลายต่าง ๆ สวยงาม

เผือกกวน หน้าตาไม่ธรรมดาเพราะกดเป็นลายต่าง ๆ สวยงาม

เผือกกวน

ส่วนผสม เผือกกวน

  • เผือกหั่นเป็นชิ้น 500 กรัม (หั่นขนาดเท่ากันจะได้สุกพร้อมกัน)
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย (ถ้าคั้นกะทิเองควรใช้น้ำลอยดอกมะลิในการคั้นเพราะจะทำให้กะทิมีกลิ่นหอมมากขึ้น)
  • ใบเตย
  • น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลปึก 1/4 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1+1/4 ถ้วย
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ เผือกกวน

     1. ใส่เผือกลงไปในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือดพล่าน ใช้เวลานึ่งประมาณ 30-35 นาที (แล้วแต่ปริมาณของเผือก)
2. ใส่หัวกะทิและใบเตยลงไปในหม้อ นำไปต้มด้วยไฟกลางอ่อนรอจนเดือดพล่านและมีกลิ่นของใบเตยออกมา พอได้กลิ่นหอมแล้วตักใบเตยออก
3. ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำตาลทรายลงไป ตามด้วยเกลือป่นคนให้เข้ากัน แล้วลดเป็นไฟอ่อนคนจนกว่าทุกอย่างจะละลายเข้ากัน เตรียมไว้
4. นำเผือกใส่กระทะ (แนะนำให้ใช้กระทะเทฟลอน) บดเผือกด้วยที่กดมันฝรั่ง หรือช้อนส้อมให้ละเอียด (ยังไม่ต้องเปิดเตา)
5. พอเผือกละเอียดแล้วใส่ส่วนผสมกะทิลงไปคนให้เข้ากันจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
6. เปิดเตาใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนแล้วเริ่มกวนเผือกไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาประมาณ 10-12 นาที หรือจนแห้งและล่อนไม่ติดกระทะและมีลักษณะเป็นก้อน และถ้าจะเอาไปทำเป็นไส้ขนมให้ใช้เวลากวนประมาณ 7 นาทีพอ เพราะส่วนผสมค่อนข้างจะเหลวตัวหน่อย
7. เมื่อกวนไปเรื่อย ๆ จะสังเกตเห็นว่าเผือกจะเริ่มแห้งตัวลงแล้ว อย่ากวนจนแข็งตัวเกินไปเพราะเวลาเย็นลงแล้วจะแข็งตัวมากขึ้น
8. นำเผือกกวนมาใส่ถาด หรือภาชนะที่ไม่ติด
9. ทิ้งเผือกกวนไว้ให้เย็นสนิท จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้น ๆ หรือกดเป็นลายต่าง ๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ