เรื่องราวชุลมุนวุ่น ฮาสนั่นท้องทุ่ง กับภาพยนตร์เรื่อง แหยม ยโสธร

Sahamongkolfilm | แหยมยโสธร (Hello Yasothorn)

แหยม ยโสธร
เรื่องราวชุลมุนวุ่น เรื่องราวความรักที่สุดแสนจะใสซื่อบริสุทธิ์ ของคนหนุ่มคนสาวบ้านไร่แดนอีสาน โดยผ่านมุมมองของ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หรือที่รู้จักกันในชื่อ หม่ำ จ๊กมก ตลกชื่อดัง ที่ฝากผลงานให้สะท้านกันมาแล้วทั่วหน้าจาก บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม และคราวนี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมทำหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับ และนักแสดงเหมือนเดิม แต่หนีบนักร้องสาวพันหน้าอย่าง เจเนต เขียว มาร่วมแจมความฮากันกระจุยกระจาย เต็มท้องทุ่งยโสธร ร่วมด้วยน้องสาวพราวเสน่ห์อย่าง แวว จ๊กม๊ก และนักแสดงหน้าใหม่ เลือดอีสานเข็มข้น อุ้ม – ชัยพันธ์ นินกง, ออแกน – เยาวลักษณ์ ตุ้มบุญ พร้อมเหล่านักแสดงประกอบคาแรกเตอร์ประหลาด ตลก แหวกแนวอีกมากมาย ด้วยแรงบันดาลใจ จากหนังรักทั้งหลายในอดีต บวกกับทิศทางความตลกโปกฮา ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งวันนี้ จึงได้ออกมาเป็นผลงานสร้างเสียงหัวเราะ ในภาพยนตร์โรแมนติก – คอเมดี้ ชื่อว่า แหยม ยโสธร

ถึงแม้ว่าจะดูว่าเป็นหนังที่แสนจะบ้านนอก แต่โปรดักชั่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ธรรมดา นับตั้งแต่สีสันที่ใช้เปรี้ยวปรี๊ดแสบตาไปทั่วทุ่ง ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม บ้านหรือสถานที่ต่างๆ และอุปกรณ์ประกอบยุคสมัยก่อน แถมยังใช้เทคนิคการกัดสี เน้นความสดใสฉูดฉาดเพิ่มมากขึ้นไปอีก จนเรียกได้ว่าแสบไปหมดตั้งแต่มุขตลกที่ใช้ ไปจนถึงการดีไซน์ภาพ พร้อมด้วยวงดนตรีกวนประสาทประจำหมู่บ้าน ที่คอยคร่ำครวญเพลงบรรเลงกล่อมอารมณ์นักรักทั้งหลาย ด้วยบทเพลงอันไพเราะ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยการใช้ภาษาอีสาน และ sub-title สำหรับคนที่ไม่สันทัด ทางด้านภาษาท้องถิ่นอีกด้วย

แหยม ยโสธร 2 - วิกิพีเดีย

แหยม ยโสธร 2
20 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เรื่องราวชุลมุนวุ่นฮาสนั่นท้องทุ่งกับเรื่องราวความรักอันเป็นตำนานของ “บักแหยม” (หม่ำ จ๊กม๊ก) และ “อีเจ้ย” (เจเน็ต เขียว) สุกงอมเปล่งปลั่งงดงามจนได้ที่ผลิดอกออกผลเป็นลูกสาวลูกชายได้หนึ่งโหลพอดิบพอดี บ้างตบแต่งออกเหย้าออกเรือนกันไปอย่างชื่นมื่นตามคืนและวันที่ดำเนินผ่านไป เหลือเพียง “อีแว่” (บุษราคัม วงษ์คำเหลา) ลูกสาวคนสวย และ “บักคำผาน” (เพทาย วงษ์คำเหลา) ลูกชายคนเล็กอย่างละหน่อ ที่ยังอยู่เป็นแก้วตาดวงใจไข่ในหินอย่างมิให้คลาดสายตา แม้แต่จิ้งจก อึ่งอ่าง ไส้เดือนก็ยังบ่ได้ระแคะระคายเคือง อย่างน้อยๆ ในแถบถิ่นยโสธรที่ปกครองก็บ่มีผู้ใดกล้ามาริเด็ดดอกฟ้าหรือล้วงคองูหางกระดิ่งกริ๊งๆๆ อันเป็นที่รักยิ่งของบักแหยมที่บัดนี้กลายเป็น “กำนันแหยม” หนวดกระดิก ซึ่งเป็นที่ยำเกรงของผู้คนในตำบลไปเสียแล้ว

แต่แล้วเหมือนฟ้าเบื้องบนจะเป็นใจหรือลองใจบักกำนันแหยมคนดีศรียโสธรถึงได้ส่ง “ปลัดธนู” (ดิม แทตทู คัลเลอร์-หรินทร์ สุธรรมจรัส) หนุ่มหล่อรูปงามมาดเท่เพลย์บอยสุดๆ จากเมืองกรุงมาลูบคม ก็แหมราชการเขาส่งตัวปลัดให้มาช่วยพัฒนาตำบลแท้ๆ แต่ดันมาคอยขายขนมจีบอีแว่แก้วตาดวงใจของกำนันแหยมซะงั้น แหมเผลอทีไรไอ้หนุ่มเมืองกรุงหน้าทะเล้นจ้องแต่จะขโมยเด็ดดมลูกสาวคนสวยของกำนันตลอดตั้งแต่วันแรกที่ชาวบ้านจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญต้อนรับปลัด ถึงขนาดปีนหน้าต่างห้องนอน แม้แต่ไปจ่ายตลาด, ตากผ้า, หว่านข้าวลงนา จนถึงงานพิธีบั้งไฟใหญ่ประจำจังหวัด พ่อปลัดก็ไม่วายออกรำเซิ้งหน้าทะเล้นใส่ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่กันทั่วทั้งจังหวัดเลยทีเดียว โดยมีคำผานลูกชายคนเล็กเป็นแนวร่วมส่งซิกรับใต้โต๊ะคอยดูทางหนีทีไล่ให้ปลัดอีกต่างหาก ไหนจะเห่อแฟชั่น ฟังแผ่นเสียงตามไอ้หนุ่มเมืองกรุง เป็นเอามากถึงขนาด “บ่ยอมเว่าลาว”

ส่วนอีเจ้ยก็ดันชอบอกชอบใจปลัดหนุ่มถึงขนาดจะยกเป็นลูกเขยเลยทีเดียว แต่บักกำนันกลับถูกใจในมาดซื่อๆ ของ “เกษตรฉัตรชัย” (จรณ์ วงษ์คำเหลา) ที่ดูขยันขันแข็งเอาการเอางานมากกว่า กลุ้มๆๆ หลาย แถมเมียรักก็ดันเสน่ห์ล้นเหลือถึงขนาดมีหนุ่มๆ มาคอยส่งดอกไม้ให้ถึงชายขอบบ้านอีกต่างหาก ตายๆๆ เห็นทีงานนี้ปลัดหนุ่มกับกำนันแหยมจะอยู่ร่วมโลกกันบ่ได้แล้วละเด้อพี่น้อง เห็นทีคงต้องพึ่ง “หลวงพี่ยอดชาย” (อนุวัฒน์ ทาระพันธ์) พระหนุ่มที่มีน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งบ่ใช่ใครที่ไหนคือเจ้าของประโยค “ชายรับบ่ได้” ที่ผิดหวังจากความรักแล้วหันหน้าเข้าทางธรรมจนเป็นขวัญกำลังใจและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนในตำบล คอยให้คำปรึกษาทุกเรื่องตั้งแต่งานบุญบั้งไฟ เรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจของกำนันแหยม ไปจนถึงเรื่องราวใหญ่โตที่มีชีวิตทรัพย์สินและผู้คนในตำบลเป็นเดิมพัน เมื่อการมาถึงของไอ้โจรร้ายอย่าง “เสือหยองลำพอง” (หยอง ลูกหยี) และพรรคพวกที่บุกเข้ามาปิดตลาดปล้นอย่างอุกอาจ

แหยม ยโสธร