สนกำลังสนใจบ้านสไตล์ญี่ปุ่น มินิมอล ต้องล้องอ่านบทความนี้ดูเลย

ตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น

ตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บ้านแบบญี่ปุ่น เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะความน้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่อบอุ่น จึงโดนใจคนทุกเพศ ทุกวัย ไม่ใช่แค่สาวกแดนปลาดิบ ที่สำคัญบ้านแบบญี่ปุ่นยังมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครอีกต่างหาก ฉะนั้นวันนี้เราก็เลยถือโอกาสรวบรวมเคล็ดลับการออกแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมาฝาก เผื่อใครอยากตกแต่งบ้านหรือตกแต่งคอนโดสไตล์เซน แต่ยังสับสนและจับทางไม่ถูก เอาเป็นว่าจะมีหลักการอย่างไร ของตกแต่งเป็นแบบไหน และนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

1. ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ
เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติมาก จึงมักจะนำไม้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบและตกแต่งเสมอ ไม่ว่าจะด้านโครงสร้างที่มักจะใช้ไม้ทำพื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง หรือด้านการตกแต่งที่มักจะใช้ไม้ทำฉากกั้น เฟอร์นิเจอร์ และของกระจุกกระจิก โดยไม้ที่นิยมนำมาใช้ในบ้านบ่อย ๆ ได้แก่ ไม้ไผ่ ไม้เมเปิ้ล ไม้ฮิโนกิ ไม้เฮมล็อก และไม้สนแดง

ฉะนั้นถ้าหากใครอยากสร้างบรรยากาศบ้านแบบญี่ปุ่นละก็ ห้ามพลาดงานไม้และงานธรรมชาติอย่างเด็ดขาด รวมถึงอย่าลืมตกแต่งด้วยต้นไม้ญี่ปุ่น เช่น ต้นไผ่หรือต้นบอนไซด้วย ทว่าเอาจริง ๆ จะปลูกต้นอะไรในบ้านก็ช่วยสร้างความเป็นธรรมชาติแบบญี่ปุ่นได้ทั้งนั้น เพียงแค่ต้องเน้นต้นไม้ที่เรียบง่ายและมีสีเขียวเป็นหลัก นอกจากนี้บ้านญี่ปุ่นยังนิยมเชื่อมต่อพื้นที่ภายในเข้ากับธรรมชาติภายนอกอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากใครมีสวนสดใสรอบบ้าน ก็อย่าลืมทำหน้าต่างขนาดใหญ่ให้มองเห็นได้ชัดด้วยล่ะ ออกแบบบ้าน

2. เน้นสีแนวเอิร์ธโทน 
หลักสำคัญอีกหนึ่งอย่างของการออกแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่น คือ สีแนวเอิร์ธโทน โดยโทนสียอดนิยมของญี่ปุ่นมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำตาลที่มาจากไม้ สีเขียวที่มาจากต้นไม้ และสีเทาที่มาจากกระเบื้องหิน ฉะนั้นถ้าหากใครอยากออกแบบและตกแต่งบ้านให้ได้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่น พยายามผสมผสานโทนสีเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน เลือกเฉดสีของเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่แตกต่างกันมากเกินไป แล้วค่อยเน้นลูกเล่นพิเศษจากพื้นผิวของวัสดุ เช่น งานไม้หรืองานสาน เพื่อความไม่น่าเบื่อแทน

3. ตกแต่งน้อยชิ้น แต่มากฟังก์ชั่น
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมักจะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่ค่อยเยอะ ต่างจากบ้านของคนไทยส่วนใหญ่ที่มักจะมีข้าวของและเฟอร์นิเจอร์เพียบ ดังนั้นถ้าหากใครจะตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ให้คำนึงถึงการใช้งานเอาเป็นหลัก โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย ดีไซน์เรียบง่าย ดีเทลไม่เยอะ และใช้วัสดุจากธรรมชาติ ส่วนการจัดวางก็พยายามให้อยู่เป็นกลุ่ม ไม่กระจาย มีที่ว่างสำหรับทางเดิน เช่น จัดเข้ามุมหรือวางชิดผนัง เท่านี้ก็จะช่วยให้บ้านมีความมินิมอลแบบญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ แล้วค่ะ

4. เปิดช่องให้แสงผ่าน
ไม่ว่าจะหลังเล็กหรือหลังใหญ่ การออกแบบภายในบ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นความโล่ง โปร่ง และสบายเป็นหลัก ซึ่งปัจจัยสำคัญก็มาจากการเปิดบ้านให้แสงธรรมชาติสาดส่องอย่างทั่วถึง โดยวิธีการง่าย ๆ คือ การใช้หน้าต่างขนาดใหญ่รอบบ้าน การเจาะเพดานเพื่อทำสกายไลท์ และการใช้ม่านแบบเรียบง่ายและโปร่งแสง เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากให้บ้านสว่างและสดใสแบบญี่ปุ่น ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

5. เพิ่มสีสันด้วยสติ๊กเกอร์
ถึงแม้บ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นความเรียบง่าย อบอุ่น แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะถ้าหากโทนสีธรรมชาติไม่ใช่สไตล์ของคุณ ก็สามารถเพิ่มลวดลายและสีสันเข้าไปได้ ด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนังแบบญี่ปุ่นหรือ Wall Sticker ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป แถมมีให้เลือกหลากหลายลาย ที่สำคัญเวลาแกะออกไม่ทิ้งคราบตกค้าง ถ้าหากใครอยากเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นให้มากขึ้นกว่าเดิม อย่าลืมตกแต่งเข้าคู่กับเฟอร์นิเจอร์ทรงเตี้ย ทั้งโต๊ะ ตู้ และเก้าอี้ เพราะจะช่วยให้ห้องกว้างขวางและน่าอยู่แบบชาวเจแปนนิสนั่นเอง

6. จัดเก็บตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ถ้าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่า ตู้เสื้อผ้าของญี่ปุ่นไม่เหมือนกับตู้เสื้อผ้าของไทย โดยตู้เสื้อผ้าญี่ปุ่นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โอชิ-อิเระ (Oshi-ire) มีลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาพร้อมกับประตูบานเลื่อน ส่วนภายในแบ่งออกเป็นสองชั้น บนกับล่าง มีไม้พาร์ติชั่นแข็งกั้นตรงกลางตามแนวนอน ความลึกประมาณฟูกพับครึ่ง ซึ่งทุกวันนี้มักจะมีราวแขวนเสื้อติดมาด้วย แต่บางครั้งก็เป็นตู้โล่ง ๆ ไม่มีอะไรภายใน เพราะสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เสิรมได้ต่างหากตามต้องการ เนื่องจากคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเน้นพับเสื้อผ้าเก็บใส่กล่อง ตะกร้า ลิ้นชัก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามสะอาดตา อีกทั้งยังทำให้มองหาและหยิบใช้ได้ง่ายด้วย ถึงขนาดมีวิธีการจัดตู้เสื้อผ้าแบบญี่ปุ่นโดยเฉพาะเลยล่ะ

7. โต๊ะโคทัตสึและเสื่อทาทามิต้องมี
ใครอยากตกแต่งบ้านให้ได้อารมณ์ญี่ปุ่นง่าย ๆ เพียงแค่หาเสื่อทาทามิ (Tatami) มาปู และโต๊ะโคทัตสึ (Kotatsu) มาตั้ง ก็จะทำให้ห้องทั้งห้องมีบรรยากาศเหมือนแดนปลาดิบแบบชิล ๆ แล้ว เพราะไอเทมทั้งสองถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ถ้าหากลองสังเกตตามซีรีส์หรือการ์ตูนแทบทุกเรื่อง จะเห็นว่ามีเสื่อและโต๊ะกลางห้องโถงบ้านตลอด โดยโต๊ะโคทัตสึจะมีลักษณะเป็นโต๊ะไม้เตี้ย ๆ สไตล์ญี่ปุ่น ที่ปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหนา ๆ รอบด้าน แถมยังมีเครื่องทำความร้อนข้างใต้ ซึ่งคนญี่ปุ่นจะชอบมานั่งคลายหนาวกันที่นี่ ส่วนสำหรับคนไทยที่อยากแต่งบ้านด้วยโต๊ะแบบนี้ คงต้องเอาเครื่องทำความร้อนออกซะก่อน ส่วนผ้าห่มจะเอาออกเพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศบ้านเราก็ได้ หรือจะเก็บไว้เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นก็ดี แถมยังช่วยบรรเทาความหนาวเย็นจากแอร์ได้อีกด้วยนะ

8. ประตูบานเลื่อนคือไอเทมสำคัญ
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับประตูบานเลื่อนหรือประตูโชจิ (Shoji) เนื่องจากบ้านญี่ปุ่นมีข้อจำกัดเรื่องเนื้อที่ เลยต้องหันมาใช้ประตูบานเลื่อนเพื่อช่วยเซฟพื้นที่ใช้สอย แถมยังช่วยให้ความโปร่ง ไม่บล็อกวิว และไม่บล็อกแสงอีกต่างหาก โดยส่วนใหญ่ประตูโชจิแท้จะทำจากกรอบไม้และกระดาษโปร่งแสง ทว่าปัจจุบันมีการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น จึงนิยมทำจากกรอบไม้และกระจก พร้อมมีช่องไม้เป็นตารางสี่เหลี่ยมภายในแทน รับรองแค่เปลี่ยนมาใช้ประตูบานเลื่อนหรือประตูโชจิ ก็ช่วยเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นให้กับบ้านได้ง่าย ๆ แล้ว

9. ทางเข้าบ้านมีห้องเก็บรองเท้า
อีกหนึ่งสิ่งที่บ้านสไตล์ญี่ปุ่นต้องมีก็คือห้องรองเท้าหรือเก็นคัง (Genkan) ซึ่งจะอยู่บริเวณทางเข้าบ้าน เป็นห้องสำหรับเก็บรองเท้าและเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าบ้าน โดยบรรยากาศส่วนใหญ่จะเป็นห้องไม้ เรียบ ๆ โล่ง ๆ โปร่ง ๆ สว่าง ๆ ที่สำคัญต้องสะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยตู้เก็บรองเท้ามากมาย หรือที่เรียกว่า getabako บอกเลยถ้าหากใครอยากให้บ้านมีกลิ่นอายญี่ปุ่น ห้ามพลาดต่อเติมเก็นคังหน้าบ้านเด็ดขาด ออกแบบบ้าน

สร้างบ้านสไตล์ญี่ปุ่นง่าย ๆ

เอาใจสายมินิมอล (Minimalist) บ้านสไตล์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะมีทรงเหลี่ยมและทำจากไม้เป็นหลัก นอกจากนี้ยังผสมผสานระหว่างปูนกับไม้ออกมาได้อย่างลงตัวอีกด้วย
หากอยากได้บ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่แท้จริง สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ คือ การตกแต่งที่น้อยชิ้น แต่มากฟังก์ชัน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าบ้านสไตล์มินิมอลนั่นเองนอกจากนี้ยังต้องมีประตูโชจิ (Shoji) เสื่อทาทามิ (Tatami) โต๊ะโคทัตสึ (Kotatsu) รวมถึงห้องรองเท้าด้วยนะ เพราะนี่คือเอกลักษณ์ของบ้านคนญี่ปุ่นเลย มีแค่ประมาณนี้ กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นก็มาเต็มแล้ว

1. รูปทรงเหลี่ยม
ส่วนใหญ่แล้วบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมักจะมีรูปทรงเหลี่ยม ดีไซน์เรียบง่าย เพราะประเทศญี่ปุ่นมีการวางผังเมืองเป็นสี่เหลี่ยม เพื่อให้ทุกบ้านเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคได้เท่าเทียมกัน การสร้างบ้านทรงเหลี่ยมจึงเป็นการใช้สอยพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

2. ยกพื้นสูงประมาณ 60 ซม.
หากเป็นบ้านคนญี่ปุ่นแท้ ๆ มักจะมีการยกพื้นสูงเพียงเล็กน้อยประมาณ 60 ซม. เพื่อระบายความชื้น เนื่องจากภูมิอากาศของประเทศญี่ปุ่นมีความชื้นมาก และค่อนข้างคล้ายกับบ้านคนไทยที่มีการยกพื้นสูง เพราะมีสภาพอากาศที่ร้อนชื้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับเราเลยว่าอยากยกพื้นสูงหรือเปล่า ไม่มีผิดไม่มีถูกนะ

3. ใช้วัสดุธรรมชาติ
การใช้วัสดุในการสร้างบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมักจะเน้นวัสดุจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไม้ หิน ฯลฯ แต่ถ้าอยากให้ดูทันสมัย มีความโมเดิร์นมากขึ้น อาจจะเลือกผสมผสานระหว่างปูนกับไม้ก็ได้ ได้ฟีลญี่ปุ่นเหมือนกัน

4. โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
บ้านของคนญี่ปุ่นมักโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีทั้งต้นไม้ ก้อนหิน บางแห่งอาจมีลำธารน้อย ๆ ไหลผ่าน ถ้าอยากได้บ้านสไตล์ญี่ปุ่น ลองปรับเปลี่ยนให้พื้นที่รอบบ้านมีต้นไม้เยอะขึ้น นอกจากจะทำให้ร่มรื่นเย็นสบายแล้ว ยังได้รับออกซิเจนมากขึ้นด้วยนะ

ตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น

ตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น

ตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น (ภายใน)

5. เน้นสีเอิร์ธโทน
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นนิยมทาสีเอิร์ธโทน ซึ่งเป็นสีที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยโทนสียอดนิยมของญี่ปุ่นจะมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำตาลที่มาจากไม้ สีเขียวที่มาจากต้นไม้ และสีเทาที่มาจากกระเบื้องหิน ซึ่งเราควรเลือกเฉดสีที่ใกล้เคียงกับเฟอร์นิเจอร์ด้วย

6. ตกแต่งน้อยชิ้น แต่มากฟังก์ชัน
ภายในของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักตกแต่งด้วยของน้อยชิ้น แต่จะเต็มไปด้วยฟังก์ชันที่หลากหลาย พับ/ เลื่อนเก็บเข้าที่ได้เป็นระเบียบ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ จะเป็นทรงเหลี่ยมเพื่อจัดวางให้เข้ากับมุมบ้านได้ มีที่ว่างสำหรับทางเดิน ถ้าอยากได้บ้านแบบคนญี่ปุ่น ความน้อยของเฟอร์นิเจอร์ แต่มากฟังก์ชัน ถือเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเลยล่ะ

นอกจากนี้ ของในบ้านของคนญี่ปุ่นจะมีแต่ของที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ ไม่ใช่เผื่อจำเป็นต้องใช้ บ้านจึงดูไม่รกนั่นเอง

7. ใช้ประตูบานเลื่อน
ซิกเนอเจอร์ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นคงขาดประตูบานเลื่อนหรือประตูโชจิ (Shoji) ไปไม่ได้ เนื่องจากบ้านญี่ปุ่นมีข้อจำกัดเรื่องเนื้อที่ จึงต้องใช้ประตูบานเลื่อนเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอย โดยส่วนใหญ่ประตูโชจิแท้จะทำจากกรอบไม้และกระดาษโปร่งแสง แต่ปัจจุบันนิยมทำจากกรอบไม้และกระจก

8. ใช้ม่านโปร่งแสง
สำหรับบ้านสไตล์ญี่ปุ่น เอกลักษณ์ของเขาคือการใช้ม่านโปรงแสงแทนม่านทึบ เพื่อให้แสงลอดผ่านเข้ามาได้ ทำให้ได้รับไออุ่นจากไอแดด บ้านดูสว่าง ปลอดโปร่ง แถมยังช่วยประหยัดไฟได้อีกด้วย

9. มีโต๊ะโคทัตสึ เสื่อทาทามิ
หากอยากให้บ้านเป็นสไตล์ญี่ปุ่นมากขึ้น ลองปูเสื่อทาทามิ (Tatami) แล้วตั้งโต๊ะโคทัตสึ (Kotatsu) เอาไว้สักหน่อย เท่านี้ก็ได้บรรยากาศเหมือนแดนปลาดิบแล้ว จะนั่งทานอาหารหรือนั่งสนทนาก็ถือว่าชิลไปอีกแบบ แต่ต้องบอกก่อนว่าโต๊ะโคทัตสึของญี่ปุ่นเขาจะมีเครื่องทำความร้อนเอาไว้ข้างใต้ เพื่อคลายหนาวระหว่างนั่งสนทนา แต่เมืองร้อนอย่างเราไม่ต้องใช้ก็ได้

10. มีห้องเก็บรองเท้า
ห้องรองเท้าหรือเก็นคัง (Genkan) เป็นสิ่งที่บ้านสไตล์ญี่ปุ่นขาดไม่ได้ ควรทำไว้บริเวณทางเข้าบ้าน เพื่อเก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบ และเปลี่ยนรองเท้าก่อนเดินเข้ามาในบ้าน โดยส่วนใหญ่มักจะทำด้วยวัสดุไม้ เพื่อให้ได้กลิ่นอายของความญี่ปุ่นมากขึ้น

ออกแบบบ้าน