รีวิว: Run On ‘เพราะเราไม่ต้องเข้าใจกันทุกเรื่องก็ได้’ สนุกมาก

รีวิว: Run On ‘เพราะเราไม่ต้องเข้าใจกันทุกเรื่องก็ได้’ สนุกมาก

ภาพโปรโมทซีรีส์
เรื่องย่อ – synopsis
รีวิว: Run On กีซอนกยอม (รับบทโดย อิมชีวาน ผลงาน : Strangers from Hell / Misaeng) นักกีฬาวิ่งทีมชาติ แม้เขาจะไม่ใช่เจ้าเหรียญทอง แต่กลับโด่งดังจากการเป็นลูกชายคนเดียวของนักแสดงสาวชื่อดังกับว่าที่ผู้สมัครประธานาธิบดี ซอนกยอม เติบโตมาในครอบครัวที่จะว่า “แปลก” ก็คงไม่ผิด หรือจะใช้คำว่า “แตกต่าง” ก็เหมาะ นั่นทำให้เขากลายเป็นคนที่มีความเฉพาะตัวจนอาจรู้สึกได้ว่า “ประหลาด” คำพูดคำจาพามึนงง ไม่สันทัดการเข้าสังคม และดูเหมือนจะมีเรื่องราวที่เขา “ไม่รู้” มากมาย โดยเฉพาะปัญหาใหญ่อย่างการ “ไม่รู้จักดูแลใจตัวเอง”

โอมีจู (รับบทโดย ชินเซคยอง ผลงาน : Six Flying Dragons / The Black Knight) เป็นนักแปลคำบรรยายภาพยนตร์ แต่เพราะก่อเรื่องเอาไว้ เธอจึงต้องยอมชดเชยด้วยการไปทำหน้าที่ล่ามให้กับ ซอนกยอม ที่ต้องทำงานกับทีมงานต่างประเทศในช่วงเวลาสั้นๆ การพบปะกันในการทำงานครั้งนี้ นำพาคนสองคนที่ดูเหมือนจะพูดคนละภาษา ให้ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยน อะไรๆ ที่เหมือนจะเข้าใจยาก กลับค่อยๆ ชัดเจนขึ้น และ การวิ่งไปข้างหน้าของพวกเขา ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ซอดันอา (รับบทโดย ชเวซูยอง ผลงาน : Tell Me What You Saw / Police Unit 38) นักธุรกิจสาวผู้ตีค่าทุกอย่าง ชีวิตของเธอต้องเป็นไปอย่างที่เธอต้องการ คำสั่งต้องเป็นคำสั่ง และทุกการทำงานของเธอต้องไม่พลาด เพราะคำว่าพลาดอาจหมายถึงแพ้ ซึ่งเธอจะแพ้ไม่ได้ และศัตรูที่เธอกำลังต่อสู้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นพี่น้องต่างแม่ของเธอเอง จนวันหนึ่งเธอได้ชมภาพวาดของ อียองฮวา (รับบทโดย คังแทโอ ผลงาน : The Tale of Nokdu / My First First Love) และบางอย่างที่อยู่ในภาพก็ได้ดึงความสนใจของเธอไว้ และ นั่นนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยอยู่ในแผนการชีวิตของดันอา ความผูกพันและความคาดหวังที่เธอไม่อยากให้เกิด กลับก่อตัวขึ้นช้าๆ โดยไม่สามารถควบคุมได้

รีวิว – review
ความพิเศษที่สัมผัสได้หลังจากดู Run On ไป 3-4 ตอน คือความพิเศษของบทพูดในเรื่อง ที่บางครั้งก็เหมือนจะพูดคนละเรื่อง หรืออาจถึงกับพูดไม่รู้เรื่อง แต่บทพูดแปลกๆ ที่มึนบ้าง จี๊ดบ้าง กลับทำให้ซีรีส์ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเรื่องนี้ ดึงคนดูไว้อยู่หมัด การร้อยเรียงเรื่องราวผ่านบทสนทนาที่มีทั้งความมึน ต่อปากต่อคำ ขี้แซะ จนถึงเป็นเรื่องเป็นราว ชวนตั้งคำถาม ได้แง่คิดการใช้ชีวิต อบอุ่นใจ แอบซ่อนความหมายเชิงสัญลักษณ์ ใส่ประเด็นสังคมหลากหลาย ทุกอย่างเหล่านี้ผ่านปากตัวละครออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนบทสนทนาที่พบได้ในชีวิตคนทั่วไป ที่ธรรมดา และเฉียบคมไปในเวลาเดียวกัน

นอกจากบทพูดที่ทำให้เรื่องสนุก ให้อารมณ์การต่อปากต่อคำอย่างเป็นธรรมชาติ อีกสิ่งที่ทำให้เรื่องลื่นไหลไปเรื่อยคือเคมีที่ดีมากกกกกของ 4 นักแสดงนำ ซึ่งนอกจากในแง่โรแมนติก ทั้งสองคู่จะมีอารมณ์ น่ารัก น่าหยิก มุมหยอด มุมจีบ ไปถึงความดราม่า เรียกน้ำตา หรือหวานซึ้ง พอมาไขว้สลับคู่ ความสัมพันธ์พี่น้องต่างวัยของหนุ่มๆ และสองเพื่อนสาวคู่กัด ก็เป็นความน่ารัก และเข้ากันแบบสุดๆ จนชวนให้ยิ้ม หรือถึงขั้นหลุดขำในหลายซีน

ส่วนตัวประทับใจการพลิกบทบาทของ ชีวาน และซูยอง ที่แตกต่างไปจากเรื่องก่อนหน้า (Strangers from Hell / Tell Me What You Saw) อย่างสิ้นเชิง และชอบลุคผู้หญิงทำงานและการสื่อสารปมในใจของดันอา ที่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติของซูยอง ที่ออกมาน่าหมั่นไส้ และน่ารักในเวลาเดียวกัน อีกคนที่ชอบมากๆๆๆ ในเรื่องคือ น้องนักเรียน ที่เป็นทั้งความสดใส ความอบอุ่น และ รอบยิ้มชวนให้ใจเต้นผิดจังหวะของเรา น่ารักมากกกกก

ความแตกต่าง และตัวตนที่ชัดเจนของตัวละคร ทำให้การดำเนินเรื่องในแกนหลักไม่ได้เหนือจากการคาดเดา หลายการตัดสินใจของตัวละครในเรื่อง ไม่ได้ทำให้แปลกใจหรือตื่นเต้น แต่ความแตกต่างระหว่างตัวละครที่ชัดเจน กลับสื่อสารถึงคนดูเป็นภาพที่แจ่มชัดถึงแนวคิดที่อาจพาไปสู่ความขัดแย้ง หรือส่งเสริมกันจนเกิดการเติบโตในตัวละคร และหลายครั้งความสุดในบางมุม (มึนสุดแบบพระเอก ตรงสุดแบบนางรอง หรือ ใสสุดแบบพระรอง) ก็กลายเป็นความฮา น่ารักๆด้วย

อีกมุมที่น่าสนใจ และจัดว่าแปลกใหม่สำหรับเรา คืออาชีพของตัวละครหลักที่นำเสนอในเรื่องนี้ เพราะนอกจากการเล่าเรื่องความรักความสัมพันธ์ เรื่องนี้ยังพาเราไม่เข้าใจชีวิตของนักกีฬา (พระเอกเป็นนักกีฬาวิ่งที่รีไทร์จากการเป็นนักกีฬา / รุ่นน้องที่ได้รับบาดเจ็บและต้องพักฟื้นร่างกาย / พี่สาวพระเอกเป็นนักกีฬากอล์ฟ / นางรองเป็นเจ้าของเอเจนซี่ดูแลนักกีฬา) ชีวิตระหว่างทำหน้าที่นักกีฬา เรื่องราวอ่อนไหวที่ต้องเจอ ความเป็นไปในวงการกีฬา หรือกระทั่งสิ่งที่เหล่านักกีฬาต้องเผชิญเมื่อมีช่วงเวลายากลำบาก เมื่อต้องออกจากวงการ อาชีพที่ทำได้หลังจากนั้น ฯลฯ ส่วนนางเอกของเราที่ทำงานแปล ก็พาเราไปทำความรู้จัก ทั้งงานแปลภาษา และงานล่าม ในแง่มุมการทำงาน โดยเฉพาะงานของนางเอกที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการภาพยนตร์ด้วย จนอาจนับได้ว่าเป็นซีรีส์ #แนะแนวอาชีพ ได้ทีเดียว

ส่วนตัวถ้าจะมีจุดที่ติดใจนิดหน่อย คงเป็นการพยายามแตะหลายเรื่องในซีรีส์เพียง 16 ชั่วโมงนี้ เพราะนอกจากเรื่องความรักแบบคู่รัก ความสัมพันธ์ในครอบครัว พี่น้อง ปมส่วนตัวของตัวละคร การทำงานของตัวละครหลักแต่ละตัว ยังมีการแตะไปที่ประเด็นทางสังคมด้วย บางจุดจึงลงได้ลึกบ้าง ผิวบ้าง และหายไปบ้างในบางช่วง เป็นความกระจัดกระจายอยู่ในบทสนทนาย่อยๆ เนียนไปกับแกนบ้าง และโดดออกมาเป็นประเด็นย่อยบ้าง

ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นอีกเรื่อง ภาพสวย เพลงเพราะ นักแสดงดี เคมีเลิศ ที่มีทุกรสชาติ อาจจะติดหวานไปบ้าง แต่ก็มีเรื่องอื่นๆมาทำให้มีอะไรๆ ไม่วนเวียนแค่ความรัก และเวิ้นเว้อกับเลิฟไลน์มากไปจนน่าเบื่อ ไม่ดึงดราม่าเกินจำเป็น มีแง่คิดตามสไตล์งานฟีลกู้ด ดูได้เรื่อยๆ ได้ยิ้ม ได้ขำ ได้ฟิน ได้ความสบายอกสบายใจ จบอย่างอิ่มเอม เอาไว้ดูเติมพลังและเติมความหวานให้ชีวิตได้ดีเลยค่ะ

ปล. เรื่องนี้เพลงประกอบเพราะด้วยนะ (นั่งเขียนไปก็ฟังวนไปหลายรอบแล้ว) แนะนำให้กดเก็บเข้าลิสต์ไว้ทั้งลิสต์เลย!!!

1

รีวิว: Run On ช่วงนี้ทั้งฝั่งจีนฝั่งเกาหลีเขาไม่แผ่วกันเลยปล่อยซีรีส์ใหม่ออกมาชนกันให้โครมครามไปหมด คนคลั่งรักซีรีส์อย่างเสี่ยวเจย์ก็ต้องคอยไปตามเก็บเข้าคลังให้มันสาแก่ใจและล่าสุดก็ได้ตามไปชมซีรีส์โรแมนติกดราม่าจากฝั่งเกาหลีเรื่องใหม่อย่าง Run On หรือชื่อไทยคือ วิ่งนำรัก ซึ่งนำทีมนักแสดงโดยนางเอกสาว ชินเซคยอง มาประกบคู่กับ อิมชีวาน หรือเป็นที่รู้จักในบท Yoon Jong Woo จากเรื่อง Strangers From Hell วันนี้เจย์จึงได้นำเอาเรื่องย่อ แนะนำตัวละคร และ รีวิวซีรีส์ RunOn วิ่งนำรัก มาฝากให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน

ชื่อเรื่อง: วิ่งนำรัก (Run On)

ปีที่ออนแอร์: 2020

ประเภท: ดราม่า โรแมนติก มิตรภาพ ชีวิต

สถานะการออกอากาศ: 2/16

จำนวนซีซั่น: 1

ค่ายต้นสังกัด: jTBC

ภาษา: เกาหลี

คะแนนจากผู้เขียน: 5/10

นักแสดงนำ:

อิมชีวาน รับบท คีซอนกยอม นักกรีฑาทีมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกทั้งครอบครัวของเขายังเป็นครอบครัวคนดังจึงมักจะตกเป็นที่จับตามองอยู่เสมอ คาแรกเตอร์ รักความยุติธรรม ตรงไปตรงมา กวน ๆ มึน ๆ จัดการทุกเรื่องยุ่งยากในชีวิตได้อยู่หมัด

ชินเซคยอง รับบท โอมีจู เธอเป็นนักแปลที่มีฝีมือระดับเทพจึงมักจะได้รับงานแปลหนังและล่ามอยู่บ่อยครั้งแต่ด้วยความหัวรั้นไม่ยอมคนของเธอจึงทำให้เธอตกที่นั่งลำบากอยู่ร่ำไป คาแรกเตอร์ หัวรั้น ไม่ยอมคน จิตใจดี มุ่งมั่น ตรงไปตรงมา นอกจากทั้งสองท่านที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมีนักแสดงนำร่วมอีก 2 ท่านได้แก่ ซูยอง รับบทเป็น ซอดันอา และ คังแทโอ รับบทเป็น อียองฮวา

เรื่องย่อ: บอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวในเมืองใหญ่ที่ต่างคนต่างเดินตามฝันแต่ก็ถูกโลกของพรหมลิขิตเหวี่ยงเข้ามาพบกัน โอมีจู

นักแปลภาพยนตร์มืออาชีพผู้ที่ถูกดูแคลนในเพศสภาพและรูปลักษณ์หน้าตาว่าใช้หน้าตาหากินเธอถูกถอดออกจากงานล่ามเพราะเธอดันไปมีปากเสียงกับอาจารย์ของเธอ ต่อมาเธอได้รับการช่วยเหลือจากชายหนุ่ม

คนหนึ่งถึงสองครั้งสองคราด้วยกันเธอจึงตกปากรับคำที่จะชดใช้หนี้บุญคุณเหล่านี้โดยการเลี้ยงข้าวเขาทุกเมื่อที่เขาหิว ภายหลังเธอจึงได้ทราบว่าชายคนนี้คือ คีซอนกยอม นักกรีฑาทีมชาติลูกชายของคนดังอย่าง

ยุกจีอู ซึ่งเธอคนนี้ก็บังเอิญเป็นเสมือนไอดอลในใจของโอมีจูอีกด้วยแต่แล้วเมื่อ ซอนกยอม ตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างลงไปชีวิตของพวกเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เรื่องราวของหนุ่มนักวิ่งกับสาวนักแปลจะจบลงอย่างไร สามารถไปติดตามชมกันต่อได้ที่ Netflix

ความเห็นหลังชมตอนที่ 1-2: ต้องยอมรับว่าพระนางหน้าตาดีทั้งคู่เคมีไปกันได้แต่ในส่วนของบทพูดนั้นขัดใจเหลือเกินเป็นแทบทุกตัวละคร เวลาคุยกันมันกวน ๆ มึน ๆ อย่างบอกไม่ถูก บางครั้งบทสนทนาตัดจบไปดื้อ ๆ

หรือบางครั้งเหมือนสนทนากันคนละเรื่องเลยมันชวนให้บรรยากาศของเรื่องอึดอัดมากและไม่ชวนให้ติดตาม ในส่วนของการปล่อยตัวละครเสี่ยวเจย์เข้าใจว่าพล็อตเรื่องคือคน 4 คนจากสายอาชีพที่ต่างกันถูกขมวดเข้ามาหากันแต่การเปิดตัวละครทั้งแสดงนำและสมทบสะเปะสะปะมากค่ะ บางตัวละครตอนเปิดตัวมานี่เจย์ถึงกับตั้งคำถามว่าเพื่ออะไรออกมากระทำกิริยาแบบนั้นโดยที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุและบอกเล่าความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น ๆ ในซีนนั้น ๆ เลย อีกทั้งยังมีความไม่สมเหตุสมผลในหลาย ๆ จุด เช่น เรื่องความรุนแรงในหมู่บ้านนักกีฬาอันนี้งงใจคนเขียนบทมากคือโดนซ้อมปางตายไม่มีตำรวจ โค้ชไม่สนใจ จนเจย์ชักไม่แน่ใจว่านักกีฬาที่โดนซ้อมเป็นนักกีฬาทีมชาติจริง ๆ ไหม

ความหล่อและ Six pack ของพระเอกให้เต็ม 10 ไม่หักสักคะแนนเดียว โทนแสง สี และบรรยากาศถือได้ว่าเยี่ยมค่ะจัดแสงดีโทนสีดูอบอุ่น การเลือกใช้สถานที่ก็ดูเหมาะสมดี ในด้านของเลิฟซีนมีออกมาให้เห็นบ้างแล้วแถมยังฟินมากอีกด้วยและคาดหวังว่าในอนาคตจะปล่อยเลิฟซีนออกมารัว ๆ ได้มากกว่านี้

จุดเด่น: พระนางหน้าตาดี เคมีเข้ากัน ฉากจิ้นละมุนมาก

จุดด้อย: มีความไม่สมเหตุสมผล เปิดตัวตัวละครบางตัวแปลก ๆ บทสนทนาชวนอึดอัด

ท่านใดที่ชอบซีรีส์แนวรักโรแมนติกและแนวสร้างแรงบันดาลใจเรื่องนี้น่าจะตรงจริตค่ะ พระนางเคมีดีฉากจูบมีออกมาให้ชมตั้งแต่แรก ๆ ไม่ต้องรอนาน แถมยังมีความคอมเมดี้มาเรียกเสียงหัวเราะอยู่เรื่อย ๆ ถ้าตัดเรื่องความสมเหตุสมผลบางอย่างไปถือว่าเป็นซีรีส์แนวโรแมนติกที่พอดูได้ หากกำลังมองหาซีรีส์เอาไว้พักใจสร้างรอยยิ้มแบบ Feel Good แค่เตรียม Netflix ให้พร้อมแล้วแวะมาเติมความสุขกันได้ที่ Run On สิคะ สุดท้ายนี้กราบอ้อมอกอ้อมใจทุกท่าน ที่แวะเวียนกันเข้ามาเสพบทความของเสี่ยวเจย์ ฝากเอ็นดูนักเขียนสายรีวิวตัวน้อยคนนี้ไปนาน ๆ นะคะ เอาไว้เจอกันใหม่บทความหน้าสวัสดีค่ะ ดูหนังออนไลน์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *