รีวิวหนัง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ (2011) ที่คุณต้องร้องซี้ด

Teaser Poster *Suck seed* หนังใหม่จากค่าย GTH *+2 PICS | บันเทิง | 2036548

รีวิวหนัง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ภาพยนตร์ของกลุ่มวัยรุ่นที่คุณต้องร้องซี้ด
Suck Seed ห่วยขั้นเทพ เป็นภาพยนตร์จากค่ายหนังไทยที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง GTH ภาพยนตร์ได้ผู้กำกับอย่าง ชยนพ บุญประกอบ หรือพี่หมู มากับกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งพี่หมูนั้นได้กำกับหนังดังหลายๆ เรื่องที่เรารู้จักกันดีอย่าง เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ, พรจากฟ้า, friend zone ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน และอื่นๆ อีกมากมาย

Suck Seed ภาพยนตร์ไทยแจ้งเกิดนักแสดงอย่าง เก้า จิรายุ(เป็ด) พีช พชร(คุ้ง) แนท ณัฐชา(เอิญ) เอิร์ธ ธวัช(เอ็ก) ท้อป ณภัทร(ตวง) รับบทหลักของเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์แจ้งเกิดของนักแสดงวัยรุ่นที่ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักพวกเขา ซักซี้ด ได้ฉายไปเมื่อวันที่ 17มีนาคม 2554 ซึ่งใช้ทุนสร้าง 20ล้านบาทแล้วได้กวาดรายได้ไปถึง 78.32ล้านบาท อีกทั้งได้ไปฉายที่งานเทศกาลหนังไทเป ฟิล์ม เฟสติวัล ที่ประเทศไต้หวันอีกด้วย

ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ มันคือภาพยนตร์วัยรุ่นแนวดนตรีที่เป็นเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นสุดห่วย อย่างคุ้งผู้ที่มีแฝดชื่อเค ซึ่งคุ้งและเคนั้นถึงหน้าจะเหมือนกันมากแต่นิสัยและการกระทำนั้นต่างกันมาก เคนั้นเป็นหนุ่มฮอตแสนเท่ที่เป็นนักกีต้าของวงชื่อดังของโรงรียน ส่วนคุ้งนั้นเป็นแฝดอีกคนที่ไม่เอาอ่าว ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยและเปลี่ยนงานอดิเรกหรือสิ่งที่ทำไปตามใจตัวเอง ซึ่งเขาจะมีเป็ดเป็นเพื่อนสมัยเด็กๆ ที่คอยติดสอยห้อยตามไปทุกที่

เป็ด ตัวเอกของเรื่อง รับบทโดย เก้า จิรายุ ชีวิตเขานั้นห่วยมากในด้านการตัดสินใจขี้ขาดและเป็นคนขี้อาย แค่จะบอกชอบผู้หญิงที่ตัวเองรักยังไม่กล้าที่จะบอก ซึ่งผู้หญิงคนนั้น ก็คือ เอิญ สุดท้ายเป็ดก็ไม่ได้บอกความรู้สึกให้เอิญรู้ อีกทั้งยังมีข่าวลือว่า คุ้งโทรไปสารภาพรักกับเอิญ ซึ่งทำให้เอิญเสียใจมาก ทำให้เป็ดไม่กล้าจะบอกความจริงว่าคนที่โทรไปนั้นคือ เขานั่นเอง

จนเวลาผ่านเลยไป คุ้งและเป็ด ได้เติบโตกันจนอยู่มัธยม ปีที่ 6 เอิญก็ได้ย้ายกลับเข้ามาเรียนที่เดียวกันกับคุ้งและเป็ดแล้วเรื่องราววุ่นๆ จึงเกิดขึ้น เมื่อคุ้งได้เกิดหลงรักเอิญขึ้นมา เพราะความสวยของเอิญ บวกกับความทรงจำในสมัยก่อน ซึ่งเป็นตอนที่เอิญเสียใจมันทำให้คุ้งกลับรู้สึกชอบเอิญ ส่วนเป็ดที่รู้ว่าเอิญกลับมาเรียนด้วยกันความรู้สึกต่างๆ ก็หวนคืนกลับมา

คุ้งรู้ว่าเอิญเล่นดนตรีเป็น คุ้งเลยชวนเอิญมาตั้งวงด้วย แล้วได้ชวนเป็ดมาด้วย ซึ่งเป็ดได้รับเลือกให้เล่นเบส คุ้งเป็นนักร้องนำและกีต้าร์ เอิญได้เล่นกีต้าร์ จากนั้นเขาจึงชวน เอ็กหนุ่มนักกีฬา ที่ได้มาเป็นมือกลองของวง ที่บ้านทำร้านเบเกอรี่ โดยมีคุณพ่อสนับสนุนยกห้องเก็บอุปกรณ์ทำขนมปังเป็นห้องซ้อมให้พวกเพื่อนๆ ซึ่งเอ็กนั้นก็มีความห่วยเหมือนกัน เขานั้นได้ชอบหญิงสาวสวยคนหนึ่งแต่ก็ถูกทอมแย่งไป หลังจากตั้งวงดนตรี พวกเขาก็จะไปประกวดฮอตเวฟ ซึ่งกติกาก็คือการแต่งเพลงรักที่ห้ามมีคำว่ารัก แต่แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้เอิญนั้นต้องออกจากวงไปทำให้พวกเขาทั้ง 3คนต้องมาตั้งวงและทำเพลงเข้าประกวด ซึ่งการรวมตัวของพวกห่วยที่หวังจะชนะฮอตเวฟจึงทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าดึงดูด

สิ่งที่หน้าสนใจของหนังเรื่องนี้ คงเป็นการที่แทรกเพลงต่างๆ ให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่ทำให้คนอินกันสุดๆ แต่ถ้าพูดแบบนี้ผู้อ่านคงคิดว่าเรื่องอื่นๆ เขาก็ทำกันเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่หนังเรื่องแตกต่างและทำให้ผู้เขียนรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมากคือการที่มีการถ่ายทำเอ็มวีของเพลงต่างเข้ามาผสมกับเนื้อเรื่องและได้นักร้องของเพลงมาร่วมแสดง ได้แก่เพลง ก่อน ที่ได้พี่ป๊อดโมเดิร์นด็อก เพลงมีแต่เธอที่ได้ต้าพาราด็อก เพลงน้ำตาที่ ได้แด๊กซ์บิ๊กแอส ยิ่งโตยิ่งสวยที่ได้ ปูแบล็คเฮด ความเชื่อ วงบอดี้แสลม และเลี้ยงส่ง ที่ได้โจ๊กโซคูลมาร่วมแสดงและสร้างสรสันให้กับภาพยต์เรื่องนี้อีกด้วย

แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำให้คนดูรู้สึกแปลกใจและยังคงเป็นสิ่งใหม่ที่วงการภาพยนต์คงเป็นเรื่องของการเล่าเรื่องโดยมีภาพอนิเมชั่นประกอบเข้ากับตัวหนัง ซึ่งทำให้หนังนั้นมีมิติที่แตกต่างจากหนังวัยรุ่นที่ผ่านๆ มา ส่วนในด้านการแสดงต้องบอกเลยว่าเก้าจิรายุทำได้ดีมาก แต่นักแสดงนำคนอื่นก็ไม่น้อยหน้า ซึ่งถ้าในตอนนั้นแต่ละคนยังคงเป็นนักแสดงหน้าใหม่ของวงการเลยก็ว่าได้ แต่ที่ต้อง ตบมือให้คงเป็นการแสดงของพีช พชร ที่เล่นเป็นแฝดที่มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันสุดขั้วและเขายังทำได้ดีมากอีกด้วย เรียกได้ว่าการแสดงของพวกเขานั้นเป็นตัวส่งให้หนังมีชีวิตชาวามากยิ่งขึ้น

การที่หนังเรื่องนี้ดูน่าสนใจอีกอย่างคงเป็นเรื่องราวความรักในหลายๆ แง่มุม ของตัวละคร และเรื่องราวมิตรภาพของเพื่อน ที่แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปก็ไม่อาจทำให้มิตรภาพของเราจางหายไปได้ ซึ่งตัวหนังทำได้ดีมากในการให้แง่คิดและยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นที่สนใจในการเล่นดนตรีอีกด้วย
“หนังวัยรุ่น” จัดเป็นหนึ่งในประเภทของหนังปราบเซียน คือไม่ใช่ว่ามันไม่ทำเงิน กำกับยากหรืออะไร แต่เพราะเป็นหนังประเภทที่คนทำมาเยอะ(มาก)แล้ว และยากที่จะฉีกแนวจากหนังวัยรุ่นทั่วไป คือถ้าเราหลับตาดูก็จะนึกภาพตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบได้เลย

เริ่มต้นด้วยพระเอกหล่อ นางเอกสวยใส -> ฝันอยากจะตั้งวงดนตรี/ประกวดเต้น/แข่งกีฬา -> เจออุปสรรค ที่บ้านไม่เห็นด้วย เล่นไม่เก่ง อุปกรณ์ไม่ดี -> ปิ๊งสาว -> จบที่งานประกวด พลิกชนะเลิศ ได้รางวัล สาวชอบ ที่บ้านยอมรับ Happy Ending จบ .. แค่นี้ก็รู้สึกถึงความเอียน~~~~

Suck Seed ห่วยขั้นเทพ Wallpaper by Ball_Club

Suck Seed ห่วยขั้นเทพ มีหน้าหนังที่เหมือนข้างบนว่าไว้ทุกประการ .. เด็กวัยรุ่น ตั้งวงดนตรี ประกวด Hot Wave ปิ๊งสาว มีอุปสรรคที่ทุกคนเป็นตัวห่วย .. มีเพียง 2 อย่างที่ทำให้ก่อนจะดูแล้วรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าจะดี คือนางเอก (น้องแนท ณัฐชา นวลแจ่ม) ที่เล่นดนตรีเอง และโปสเตอร์หนังมีโลโก้ GTH ประกันคุณภาพอยู่

[Spoil]

ไปดูที๋พารากอน โรงพาวาไร ก่อนหนังจะฉาย อยู่ดีๆ ไฟก็เปิดขึ้น แล้วนักแสดงที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดก็ลุกขึ้นมาขอบคุณทุกคนที่มาดู กรี๊ดดดดดดดดดดดดด เป็นการโปรโมทหนังที่น่ารักมาก
หนังเปิดฉากมาด้วยเรื่องในวัยเด็ก เป็นอินโทรที่ยาวมาก กว่าจะขึ้นโลโก้ชื่อหนัง (ช่วงหลังหนังของ GTH เป็นแบบนี้แทบทุกเรื่อง)
หลายฉากมีความเป็นการ์ตูนอยู่มาก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะเป็นความตั้งใจของผู้กำกับวัย 26 ปี (หมู-ชยนพ บุญประกอบ)
บทของหนังเหมือนตั้งใจทำเพื่อรู้ทันหนังวัยรุ่น คืออยากเห็นพวกนี้มันเก่งใช่ไม๊ ไม่มีทางซะล่ะ พวกนี้มันจะห่วยไปตลอด … อยากเห็นพระเอกเทพใช่ไม๊ ไม่ !! มันคือไอ้ห่วยตั้งแต่ต้นจนจบ .. อยากเห็นพวกนี้ชนะประกวดใช่ไม๊ ไม่มีทางซะล่ะ มันต้องตกรอบ .. วะ ฮะ ฮ่า (เสียงหัวเราะของคนเขียนบทด้วยความสะใจ)
ผลที่ได้คือหนังออกมาสนุกมาก !! เพราะนอกจากจะจับทางไม่ได้แล้ว หนังยังไปเน้นส่วนที่สำคัญกว่าการประกวด นั่นคือชีวิตของวัยรุ่น และดึงประสบการณ์ร่วมของคนดูที่ผ่านวัยนั้นมานานแล้วออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คล้ายกับ Season Change ที่เหมือนหนังดนตรี แต่จริงๆ ดนตรีเป็นแค่ตัวพาเนื้อเรื่องไปเท่านั้น
ฉากตลก ก็ออกมาตลกมาก ฉากรักก็ทำได้น่ารักกุ๊กกิ๊กแอบยิ้มกันไปทั้งโรง
ภาพตัดต่อไปมา ฉับ ฉับ ไวมาก คือด้วยความเป็นการ์ตูน เลยไม่รู้ว่าตัดต่อได้ยังไงให้เนียนขนาดนั้น กราบบบบบ
ช่วงความนึกคิดของเป็ด ที่เอานักร้องตัวจริงมา ทำได้เนียนและเข้ากับหนังได้ดี ไม่โดด
น้องแนทมีฝีมือด้านการแสดงดีกว่าฝีมือด้านการเล่นกีตาร์เยอะเลย
ทีแรกก็สงสัยว่ามันต้องเอานักร้องตัวจริงมาเลยเหรอ แต่พอเห็นฉากที่เป็ดฟังเพลง SuckSeed แล้วตัวเองก็นั่งซึม ในขณะที่เพื่อนๆ เล่นกันอย่างมันส์อยู่ เข้าใจเลยว่ามันสร้างมาเพื่อสิ่งนี้
น่าเสียดายที่ฉากเศร้าทำได้ไม่เด็ดขาด ไม่ได้อินไปมากขนาดนั้น ทั้งที่เป็นภาพเป็ดนั่งซึม แต่เพื่อนๆ เล่นกันสุดมันส์นี่มันเป็นภาพที่สวยและจี๊ดมาก
GTH + เครื่องแบบนักเรียน = Success !!

ประโยคเด็ด
“เวลาฟังเพลง จะรู้สึกว่ามีเพื่อน” เอิญ
“เพลงมีอยู่ 2 ประเภท คือเพลงแกรมมี่กับอาร์เอส” คุ้ง
“แล้วของเป็ดล่ะ เป็นคำว่าอะไรเหรอ ?” , “…………… น่ารัก”
“ส้ม ……. อาส์~~~~” เอ็ก
“นี่มันยุคของเราแล้ว !!” คุ้ง
“น้องนี่ตาถึงนะเนี่ย” – เจ้าของร้านกีตาร์
“สวย..” , “อีเป็ดน่ะเหรอน้อง” , “ป่าว .. อินี่อ่ะ” – เป็ด
“ป้า ขอเบียร์หน่อย … ขอหลอดด้วยนะ” คุ้ง
“กูจะลืมส้มให้ได้ แต่กูจะไม่มีวันลืมอีทอมนั่น !!” เอ๊ก
“ปล่อยผม ..​ ผมจะร้องเพลงให้พี่ตูนฟังงงงงงง” เอ๊ก
“คอนโดมีีเนียมคุณลุงถ้าวงชื่ออย่างนี้เข้ารอบได้ พวกเราก็เข้ารอบได้วะ” คุ้ง
“แล้วเอิญล่ะ คิดยังไงกะเรา” , “คิดเองไม่เป็นเหรอ~~”
“กูชอบเอิญก่อนมึงอีก” , “แล้วมึงทำไมไม่พูด”
“นึกถึงวันเก่าๆ เน๊อะ” เอิญ
“เราก็ยังเหมือนเดิมนะ” เอิญ
“คนห่วยๆ อย่างมึง ลืมก็เหี้ยแล้ว” คุ้ง

– ข้อคิดดี ๆ จากหนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ
หนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพได้สอนให้เรารู้ว่า ทุกคนย่อมมีดนตรีอยู่ในหัวใจ แม้คุณจะเป็นคนที่เล่นดนตรีห่วยก็ตามแต่เมื่อมีความพยายามและกำลังใจในหมู่เพื่อนฝูงที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เดี๋ยวทักษะที่ห่วยขั้นเทพมันก็จะเพิ่มเป็นต้นใหญ่ได้ขึ้นมาเอง ดูหนังออนไลน์ฟรี

นอกจากนั้นการซื่อสัตย์และการคงเส้นคงวาก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะไม่ทำให้อุปสรรคต่าง ๆ มาสั่นคลอนมิตรภาพของเพื่อนได้ ทุกอย่างมันคือบททดสอบให้เราเติบโตขึ้นเพื่อเป็นคนเก่ง