รีวิวหนัง ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟค – อรรถรสครั้งใหม่ของเหล่าตุ๊ดซี่ส์

ดูหนัง Tootsies And The Fake (2019) ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค i-MovieHD.com

รีวิวหนัง งานเข้าเหล่าแก๊งตุ๊ดทันทีเมื่อ เคที่ (อารยา เอ ฮาร์เก็ตต์) ซุปตาร์เบอร์ต้นของเมืองไทยดันประสบอุบัติเหตุจากเหงื่อเจ้ากรรมของ อีกอล์ฟ (ปิงปอง ธงชัย) จนโคม่า งานนี้นางเลยแท็กทีม 2 เพื่อนตุ๊ดทั้ง กัส (เพชร เผ่าเพชร) ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง วิน (กรรณ สวัสดิวัตน์) แฟนใหม่แสนดี กับ ท็อป (เจ กฤษณภูมิ) แฟนเก่าชวนใจสั่น, คิม (เต๋อ รัฐนันท์) ศจีสาวตกสวรรค์แถมจมูกพังกลางอากาศ และอีก 1 เพื่อนดี้อย่าง แน็ตตี้ (พีค ภัทรศยา) ที่แม่ขู่จะยกมรดกให้แมวหากนางไม่ยอมมีลูก ทั้งสี่ต้องร่วมภารกิจแปลง เจ๊น้ำ (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) แม่ค้ากะหรี่ที่มีเพียงใบหน้าที่ไปศัลย์ ฯ จนเหมือนคุณเคที่ มา “เฟค” เป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทยในงานถ่ายโฆษณาชิ้นสำคัญก่อนจะถูกฟ้องจนหมดตัว

นับจากเรื่องราวสนุก ๆ ของกะเทยชื่อ ช่า บนเพจเฟซบุ๊ค บันทึกของตุ๊ด ได้โลดแล่นบนหน้าไทม์ไลน์สร้างความสนุก เสียงหัวเราะ ให้ข้อคิด และบ่อยครั้งก็มีคราบน้ำตามาเป็นของแถมผู้อ่าน จนกระแสความนิยมได้ไปเตะตาทาง GDH 559 แล้วมอบหน้าที่กุมบังเหียนให้กับ
เติ้ล กิตติภัค ทองอ่วม อดีตแคสติงไดเรกเตอร์ตัวกลั่นมาเป็นผู้กำกับแบบเปิดซิงครั้งแรกในชีวิต แล้วหลังจากซีรีส์ออนแอร์ และ สตรีมมิงออนไลน์ จนได้รับความนิยมไปจนครบ 2 ซีซัน ปีนี้ก็ได้ฤกษ์ที่เหล่าแก๊งตุ๊ดซี่ส์จะได้มาโลดแล่นบนจอใหญ่ และในเมื่อสูตรของซีรีส์มันทำแล้ว “สำเร็จ”

ก็เลยยกโครงสร้างการเล่าเรื่องของซีรีส์มาใช้เสียเลย แต่เพื่อให้เหมาะกับหนังความยาว 108 นาทีของหนังแทนที่เรื่องราวจะเจาะไปที่แต่ละตัวละครแบบในซีรีส์แต่ละตอน หนังเลยปรับโครงสร้างให้มีพลอตหลักเป็นภารกิจกู้หน้าความ “พังพิ” ที่กอล์ฟและคิมก่อไว้กับซุปตาร์อย่าง แคร์ธรี่…

(ออกเสียงเลียนแบบตัวละครป๋อมแป๋ม) แล้วเสริมพลอตรองด้วยประเด็นของกัส อย่างประเด็นที่นางเกลียดเด็กเข้าไส้ แต่วินดันต้องเอาหลานกำพร้ามาเลี้ยงในบ้านเป็นพลอตรองที่เกือบสำคัญเท่าพลอตหลัก แล้วมีพลอตย่อยอย่างเรื่องของแนตตี้ที่น้อยใจแม่ไม่ยอมเซ็นยกมรดกแถมยังไปเอาแมวมาเลี้ยงเป็นลูกแถมยังบังคับให้เธอมีลูกให้ได้อีกพลอตนึง

ซึ่งสิ่งที่กิตติภัคจะต้องยอมแลกคือความสมเหตุสมผลของเรื่องราวแล้วไปเน้นเสิร์ฟความสนุกจากมุกแซ่บ ๆ ที่แฟนซีรีส์ต่างคุ้นเคย ซึ่งผลลัพธ์นับว่าน่าพึงพอใจทีเดียว

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าตัวหนังก็คือร่างอวตารของซีรีส์ ดังนั้น “อรรถรส” แบบคุ้นตาคุ้นลิ้นก็ยังถูกนำมาใช้ตั้งแต่ซีนเปิดเรื่องที่ยังเน้นเรื่องขี้ของแนตตี้เพื่อกระตุ้นให้แฟนซีรีส์รำลึกได้ว่านางเคยขี้ในรถนะ มีฉากคิมที่ดั้งหักเพื่อเน้นย้ำพฤติกรรมติดศัลยกรรมของนาง แถมลงมาจากเครื่องยังให้กัสไปเจอกับท็อปผัวเก่าของนางอี๊ก ส่วนกอล์ฟมีแค่เกริ่นตอนเปิดเรื่องว่า พี่วิศิษย์ ผัวขิงแก่แต่แซ่บของนางบวชพระจนนางอกหักเพียงเพื่อเชื่อมเรื่องราวมาสู้ฉบับหนังใหญ่เฉย ๆ

ซึ่งข้อดีของการเปิดเรื่องด้วยคาแรกเตอร์ที่คนดูคุ้นเคย พร้อมเสียงบรรยายของช่า ก็ยังเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนซีรีส์ที่สามารถจดจำได้เลยว่า ตัวละครนี้เห็นหน้าปุ๊บรู้เลยว่าเป็นคนยังไงโดยไม่ต้องทำการบ้านดูซีรีส์ไปก่อนแต่อย่างใด แต่หากคิดว่า งี้..เราก็ดูซีรีส์ซ้ำไปอีกรอบไม่ดีกว่าเหรอ ? ก็อยากจะบอกว่า กิตติภัค ฉลาดพอและเข้าใจสื่ออย่างภาพยนตร์มากพอที่จะเลือกหยิบสิ่งที่ใช่มานำเสนอและที่สำคัญคือการเพิ่มตัวละครของ ชมภู่ อารยา

ก็เป็นทางเลือกอันชาญฉลาดที่จะจับนางเอกระดับตัวแม่ของเหล่ากะเทยไทยมาเล่นบทที่แตกต่างจากที่เคยแสดงมาเสริมด้วยเมกอัปเอฟเฟกต์ทั้งเขี้ยวและหูปลอม พ่วงด้วยการฝึกฝนเป็นเจ๊น้ำเพื่อรับบทตัวเฟค ก็ช่วยพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงของเธอไปอีกขั้น แม้ดูเหมือนว่าโดยภาพรวมแล้วมันจะทำให้หนังเรื่องนี้มีศูนย์กลางที่เจ๊น้ำมากกว่าเรื่องเล่าของเหล่าตุ๊ดซี่ส์เหมือนในซีรีส์ก็เถอะ แต่หนังก็ยังมีธีม “เฟค” ที่นอกจากการต้องทำตามภารกิจหาคนหน้าเหมือนมาเฟคแล้ว

ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค เมื่อเห็นหนังตัวอย่างครั้งแรก  ผมคาดการณ์ว่าหนังน่าจะทำรายได้ถึง 100 ล้านบาทอย่างไม่ยาก

รีวิวหนัง ชีวิตแต่ละคนยังต้องดีลกับความเฟคที่ต่างกันไป ทั้งเฟครักเด็กเพื่อผัว, เฟคอยากมีลูกเพื่อมรดก, หรืออย่างจมูกใหม่ของคิมก็ทำให้เห็นว่านางก็ติดความเฟคไม่แพ้คนอื่น แม้แต่กอล์ฟเองก็เคยเสพย์ติดความเฟคในความสัมพันธ์กับพี่วิศิษย์ที่ท้ายสุดก็มีอันต้องแยกจากกัน อันช่วยเกาะเกี่ยวยึดโยงเรื่องราวให้เป็นเนื้อเดียวกัน และยังเอื้อให้เกิดมุกใหม่ ๆ บนจอใหญ่สร้างความครื้นเครงได้แบบเป๊ะปังกะละมังหม้อเลยล่ะเธอว์…

จากสองย่อหน้าที่ผ่านมาก็คงพอจะบอกได้แล้วว่าเกณฑ์ที่เราจะให้คะแนนหาใช่เรื่องความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่องหรือข้อคิดอะไรที่จะได้จากหนัง แต่เป็นบรรดามุกที่หนังเอามาเสิร์ฟเสียมากกว่า ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าลำพังแค่คาแรกเตอร์ของ กัส คิม กอล์ฟ และแน็ตตี้ จากซีรีส์ก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัวและคนดูก็รักพวกเขาจนพร้อมเอาใจช่วยจากซีรีส์มา 2 ซีซันแล้วแต่สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนจากซีรีส์ก็ยังจะได้ฮาจากความจัดจ้านของคาแรกเตอร์ที่ชัดและมีสีสันอยู่ดี อย่างกัส ก็จะเป็นเสียงเล่าเรื่องหลักและพาร์ตโรแมนติกที่นางจะต้องเลือกระหว่างผู้ 2 คนทั้งผัวเก่าและผัวใหม่ ซึ่งการแสดงของ เพชร เผ่าเพชร เจริญสุข ยังคงให้น้ำหนักที่พอดีระหว่างคอเมดีกับดราม่าได้ดี อาจไม่มีซีนฮามากนักแต่ช่วยให้เรื่องราวมีน้ำหนักจากข้อคิดความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้นและความรับผิดชอบในอนาคตที่ผูกมากับความสัมพันธ์ที่นางเลือกเอง

ส่วน เต๋อ รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ หนุ่มหล่อที่มาแอ็บตุ๊ดจนได้ดีไม่แพ้เพชร ก็ทำให้ตัวละครคิม ศจีสาว (สจ๊วร์ตที่ออกสาว) เสพย์ติดศัลยกรรมมีชีวิตขึ้นมา และบุญบาปของนางหรือทีมงานก็ไม่ทราบ นางดันไปทำจมูกใหม่มาพอดี ซึ่งทีมเขียนบทก็ไม่รอช้าเล่นกับมุกซีลีโคนทะลุ จมูกหัก กันเต็มที่ เพื่อส่งให้ตัวละครคิมได้มีโอกาสร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู้กันให้เต็มที่ ด้าน พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณ ที่แม้ในหนังใหญ่จะไม่มีโอกาสสร้างความฮาจากรสนิยมชอบผัวทอมหน้าตาประหลาด ๆ แต่คราวนี้ความเฟคที่ตัวละครของนางต้องเผชิญในเรื่องก็ให้โอกาสนางได้แสดงอาการหื่น แล้วหื่นกับใครไม่หื่นดันหื่นกับเพื่อนตัวเอง…พังพิ! สิคะ จนฉากห้องซาวน่ากลายเป็นอีกหนึ่งฉากฮาที่พลาดไม่ได้

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้แถมเป็นนักแสดงที่ไม่อาจแทนที่ได้เลยคือ ปิงปอง ธงชัย ทองกันทม จากแม่ค้าเสื้อผ้าที่ดังในโลกออนไลน์ นางได้ทำให้ตัวละครกอล์ฟกลายเป็นที่รักของคนดูได้จริง ๆ แถมยังมีโมเมนต์ดี ๆ หลายฉากโดยเฉพาะฉากที่นางได้รับคำชมเรื่องการแต่งหน้าจากแม่ แคร์ธรี่…. ทั้งสายตาและสีหน้าได้แสดงออกชัดเจนว่านางปลื้มปริ่มมาก แถมตัวละคร กอล์ฟ ของนางยังเป็นคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง แม้ความจริงที่ว่าจะแลกมาด้วยการต้องเฟคเพื่อเอาตัวรอดก็ตาม

นอกจากนี้หนังยังอุดมไปด้วยนักแสดงรับเชิญมากมายทั้ง คุณแพร วทานิกา ที่มาในบทดีไซน์เนอร์กับมุกทิ่มเข็มเก็บชายกระโปรงที่ฮาหลายดอกอยู่, การปรากฎตัวของเชฟป้อมในฐานะฮีโรของตัวละครเจ๊น้ำ, เผือก พงศธร จงวิลาส ในบทผู้กำกับที่แทบจะลอกบุคลิกของ “ผู้กำกับโฆษณาระดับโลก” มาล้อเลียน หรือจะเป็น ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต ที่เพิ่งดังจากเพลง รักติดไซเรน ก็มาโชว์ลีลาโยกบั้นเอวให้สาว ๆ ได้กลืนน้ำลายกันเอื๊อก ๆ แน่นวล.. เอาล่ะ พารากราฟ หรือ ย่อหน้าต่อไปขออุทิศให้ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ตัวแม่และสุดยอดนักแสดงที่ทำคนดูกรามค้างแบบไม่แคร์พรมแดงเมืองกาญจน์ เอ้ย! เมืองคานส์ ที่นางไปเดินสวย ๆ มาแม้แต่น้อย

บทความเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

น่าจะนับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ของอุตสาหกรรมหนังไทยในรอบปี 2019 เลยก็ว่าได้เมื่อ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ทำรายได้เปิดตัวที่ 55 ล้านบาท (นับเฉพาะในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล) และมีแนวโน้มว่ากว่าจะหมดรอบฉาย หนังอาจกวาดรายได้ไปทั้งสิ้นเกินกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงลิ่วโดยเฉพาะเมื่อมองจากความซบเซาในระยะหลังๆ ของวงการหนังไทย

มีอยู่หลายเหตุผลว่าทำไมหนัง ‘ตุ๊ดซี่ส์’ จึงระเบิดฟอร์มได้สวยงามนับตั้งแต่วันแรกที่ลงโรงฉาย ข้อแรก มันสร้างมาจากเพจบนเฟสบุ๊คที่มีกลุ่มผู้ติดตามกว่าล้านคนอย่าง ‘บันทึกของตุ๊ด’ ของธีร์ธวิต เศรฐไชยหรือ คุณช่า ที่เล่าสิ่งละพันอันละน้อยที่เธอประสบพบเจอรายวัน —และมักเป็นเหตุการณ์ที่ใกล้ตัวจนคนอ่านเชื่อมโยงตัวเองด้วยได้— เป็นบทความสั้นๆ ลงเพจ ก่อนจะได้รับการดัดแปลงเป็นซีรีส์ในชื่อ ไดอารีตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์ ในปี 2016 และได้รับความนิยมถล่มทลายจนสร้างซีซั่นที่สองในปีถัดมา เรื่องราวของคุณช่าและเพื่อนๆ จึงมีฐานแฟนที่แน่นหนาอยู่ก่อนที่มันจะถูกนำมาสร้างเป็นหนังเสียอีก

ข้อสอง สืบเนื่องจากข้อแรก เพราะหนังเอานักแสดงนำจากซีรีส์มารับบทเป็นตัวละครเดิมที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันครบถ้วน ทั้ง เพชร—เผ่าเพชร เจริญสุข, ปิงปอง—ธงชัย ทองกันทม, พีค—ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ, เต๋อ—รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ และผู้กำกับ กิตติภัค ทองอ่วม ที่รับหน้าที่ดัดแปลงและรังสรรค์เรื่องราวของผู้คนในเรื่อง

ข้อสาม มันเต็มไปด้วยนักแสดงระดับแม่เหล็กที่ทั้งมาในฐานะแสดงนำอย่าง ชมพู่—อารยา เอ ฮาร์เก็ต สองหนุ่มอย่าง เจเจ—กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา หรือในฐานะรับเชิญที่สร้างสีสันของเรื่องอย่าง, โอปอล์—ปาณิสรา อารยะสกุล, พอลล่า เทเลอร์, ไอซ์—พาริส อินทรโกมาลย์สุต ฯลฯ

และข้อสี่ มันคือหนังตลกอารมณ์ดีย่อยง่าย ที่น่าจะถูกปากถูกใจคนดูเป็นกลุ่มใหญ่ จึงไม่ผิดคาดนักที่มันจะเปิดตัวด้วยรายได้สูงลิ่วระดับทำสถิติ ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่หนังไทยสักเรื่องไปได้ถึงจุดนั้น หากแต่ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ก็มีแง่มุมที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า ภายใต้ฉากหน้าที่เป็นหนังดูง่ายสบายอารมณ์นั้น มันกำลังนำเราไปสู่อะไร และมีสิ่งไหนที่อาจจะซุกซ่อนอยู่ใต้ม่านของความตลกนั้น ดูหนังพากไทย

กอล์ฟ (ปิงปอง ธงชัย) กะเทยผู้เป็นช่างแต่งหน้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ แคธี่ (ชมพู่ อารยา) นักแสดงสาวเบอร์ใหญ่ของวงการหนังไทยที่มาในลุคสูงสง่าเพียบพร้อม แต่ยังไม่ทันได้ร่วมงานกันอย่างจริงจัง กอล์ฟกับคิม (เต๋อ รัฐนันท์) —เกย์หนุ่มเพื่อนรักที่ถูกลากให้มาช่วยงานด้วย— ก็ดันเป็นต้นเหตุสำคัญให้แคธี่เกิดอุบัติเหตุจนสลบเหมือด ต้องไปนอนเข้าเฝือกคอในโรงพยาบาลทั้งที่รับงานเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์สินค้าใหญ่แบรนด์หนึ่งไปแล้ว ซึ่งหากเรื่องที่แคธี่ไม่มีศักยภาพในการไปทำงานได้ตามสัญญาหลุดรั่วออกไปให้บริษัทลูกค้าได้ยินเข้า ทั้งกอล์ฟและคิมคงไม่แคล้วจ่ายค่าเสียหายกันตกห้าสิบล้าน และเพื่อไม่ให้ความหายนะระดับโลกถล่มเกิดขึ้นกับชีวิต (ซึ่งก็พินาศมากพออยู่แล้ว) ทั้งสองจึงต้องควานหาคนหน้าเหมือนมารับบทเป็นแคธี่ไปทำงานให้บริษัทลูกค้าไปก่อน