รวมเมนูที่มีผัก ทานง่ายๆอย่างแครอท ที่มีคุณประโยชน์เพียบ

Benefits of carrots for healthy eyes แครอท (Carrot) เป็นพืชกินหัวชนิดหนึ่ง มีลักษณะยาว หัวแครอทมีหลายสี เช่น เหลือง ม่วง ส้ม แต่ที่นิยมรับประทานในปัจจุบันคือสีส้ม เป็นพืชแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าแท่งดินสอ หรือที่เรียกว่าเบบี้แครอท (อังกฤษ: Baby Carrot) ไปจนถึง ขนาดใหญ่

แครอท (Carrot) ช่วยบำรุงสายตา เพราะในแครอทมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นหนึ่งในวิตามินที่ร่างกายต้องการ อีกทั้งมีประโยชน์ที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตาของเราด้วย โดยเฉพาะเนื้อเยื่อชั้นในของดวงตา หรือที่เรียกว่า เรติน่า ซึ่งการที่ได้รับประทานแครอทบ่อย ๆ ยังช่วยถนอมดวงตาให้สามารถมองเห็นอย่างปกติไปได้อีกนาน เพราะแครอท (Carrot) อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังมีสารสำคัญคือสาร “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ซึ่งช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง เป็นต้น

วิตามินและสารอาหารที่สำคัญของแครอท ต่อ 100 กรัม เช่น
– วิตามินเอ 835 ไมโครกรัม 104% ต่อ 100 กรัม
– เบต้าแคโรทีน 8,285 ไมโครกรัม 77% ต่อ 100 กรัม
– ลูทีน และ ซีแซนทีน 256 ไมโครกรัม
– ธาตุแคลเซียม 33 มิลลิกรัม 3%
– วิตามินซี 5.9 มิลลิกรัม 7%
– วิตามินอี 0.66 มิลลิกรัม 4% เป็นต้น

เค้กแครอท

เค้กแครอท

เค้กแครอท

วัตถุดิบเค้กแครอท
แครอทขูดฝอยบีบน้ำออก 150 กรัม
แป้งเค้ก 120 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
ผงชินนามอน 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
น้ำมันรำขาว 120 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบ 30 กรัม
อัลมอนด์สับหยาบ 30 กรัม
อินทผาลัม 30 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ครีมชีส 125 กรัม
เนยสด 80 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเค้กแครอท
ทำเนื้อเค้ก
ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดา ชินนามอนรวมกันพักไว้
ตีไข่ไก่ให้ขึ้นฟู จากนั้นใส่น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง ตีต่อให้เข้ากัน
ตามด้วยใส่น้ำมันรำข้าว กลิ่นวานิลลา เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบ อัลมอนด์สับหยาบ อินทผาลัม แครอทขูดฝอย ลงไปคนให้เข้ากัน
จากนั้นใส่ส่วนของแป้งที่ร่อนเตรียมไว้ลงไป คนผสมด้วยพายยางให้เข้ากัน

อบเค้ก + ทำครีมชีส
เทส่วนผสมใส่ถาดปูกระดาษไข เกลี่ยให้ทั่ว และนำเข้าเตาอบอุณภูมิ 180 องศา เป็นเวลา 30 นาที เมื่อครบเวลาให้นำเนื้อเค้กออกมาวางพักให้เย็นสนิท
จากนั้นทำครีมชีส ตีครีมชีสให้เนื้อเนียน ใส่เนยสด และน้ำมะนาวลงไป
ตีต่อให้เนื้อฟู เนียนเข้ากัน ตักใส่ถุงบีบพักไว้

จัดเสิร์ฟ
นำเนื้อเค้กทีเตรียมไว้ตัดเป็นชิ้นตามขนาดที่เราต้องการ
บีบครีมชีสให้ทั่ว จากนั้นนำเนื้อเค้กอีกชั้นวางประกบกัน และบีบครีมชีสอีกชั้น
โรยด้วยชินนามอน วางแครอทตกแต่งตามต้องการ เตรียมจัดเสิร์ฟ

ส้มตำทอดเจ

ส้มตำทอดเจ

ส้มตำทอดเจ

วัตถุดิบส้มตำทอดเจ

ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ สูตรผัดกลมกล่อม 3 ช้อนโต๊ะ
มะละกอดิบหั่นเส้น 200 กรัม
แครอทหั่นเส้น 100 กรัม
แป้งสำหรับชุบทอด ¼ ถ้วย
น้ำเย็นจัด ¼ ถ้วย
ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 30 กรัม
มะเขือเทศเชอรี่ผ่าครึ่ง 3 ลูก
พริกขี้หนู 4 เม็ด
ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ ¼ ถ้วย

วิธีทำส้มตำทอดเจ
เตรียมมะละกอหั่นเส้นกับแครอทหั่นเส้น
นำมะละกอหั่นเส้นกับแครอทหั่นเส้น แช่น้ำเย็นจัด
จากนั้นผสมแป้งสำหรับชุบทอดกับน้ำเปล่าให้เข้ากัน แล้วนำไปเทในถ้วยที่เตรียมมะละกอหั่นเส้นกับแครอทหั่นเส้นไว้ คลุกให้แป้งให้เคลือบทั่วทั้งเส้น

ทอดส้มตำ
ตั้งกระทะ เปิดไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไปท่วม ๆ เมื่อน้ำมันร้อน เอานำมะละกอหั่นเส้นกับแครอทหั่นเส้นลงไปทอด
ทอดให้เหลืองกรอบ พอเสร็จแล้วเอาขึ้นมาพักไว้บนจานก่อน
TIPS : ถ้าอยากรู้ว่าน้ำมันร้อนได้ที่หรือไม่ ให้ลองเหยาะแป้งลงไปก่อน ถ้าหยอดลงไปแล้วมันขึ้นฟูทันที แปลว่าน้ำมันร้อนพร้อมทอดแล้ว

ทำน้ำส้มตำ
ผสมน้ำมะนาวเข้ากับน้ำตาลปี๊บ โขลกให้เข้ากัน
ตามด้วย ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ สูตรผัดกลมกล่อม คนให้เข้ากัน
จากนั้นก็ใส่พริกขี้หนูลงไป ตามด้วยถั่วฝักยาว มะเขือเทศ โขลกให้แหลกพอประมาณ แล้วนำน้ำส้มตำใส่ถ้วยเสิร์ฟหรือราดบนส้มตำทอดพร้อมกินเลยก็ได้ค่ะ

เปาะเปี๊ยะทอด

เปาะเปี๊ยะทอด

เปาะเปี๊ยะทอด

วัตถุดิบเปาะเปี๊ยะทอด
แครอทซอย 100 กรัม
กะหล่ำปลีซอย 100 กรัม
วุ้นเว้นสด 120 กรัม
หมูสับ 200 กรัม
กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ ½ ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งเปาะเปี๊ยะ 30 แผ่น
แป้งเปียก (สำหรับห่อปอเปี๊ยะ)

วิธีทำเปาะเปี๊ยะทอด
ผัดไส้
ผัดกระเทียมให้สุกหอม ตามด้วยผัดหมูสับจนสุก
จากนั้นใส่กะหล่ำปลี แครอทและวุ้นเส้น ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และเกลือ ผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน

ห่อ
ห่อเปาะเปี๊ยะโดยการวางด้านมุมแหลมเข้าหาตัว ตักไส้วาง
แล้วห่อตามความยาว พับขอบด้านข้างเก็บ ทาแป้งเปียกตรงปลายแหลมอีกฝั่ง แล้วห่อไปจนสุดทางให้แผ่นแป้งประกบกันสนิท

ทอด
นำเปาะเปี๊ยะที่ห่อเสร็จแล้วลงทอด จนได้สีออกน้ำตาลทอง แล้วจึงจัดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไก่

::ufabet::