ข้อควรรู้ ก่อนปลูกหญ้าในสวน เคล็ดลับการดูแลสวน ให้สวยน่าอยู่

การดูแลรักษาและตกแต่งสวนที่บ้าน

กว่าบ้านสักหลังจะมีสนามหญ้าสีเขียวชอุ่มที่ดูสดชื่นไปด้วยความเป็นธรรมชาติอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะหากขาดการดูแลหรือจัดการไม่ถูกวิธี ก็อาจทำให้ต้นหญ้าไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างสวยงาม แต่หากแย่กว่านั้นก็อาจทำให้ต้นหญ้าตายตั้งแต่รากยังไม่หยั่งลงดิน หากปัญหาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณกังวลใจและไม่กล้าปลูกหญ้าในสวนของบ้าน มีวิธีดี ๆ มาแนะนำ เคล็ดลับการดูแลสวน

เลือกชนิดต้นหญ้าให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
ก่อนการปลูกหญ้าในสวนควรเริ่มต้นตั้งแต่การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับต้นหญ้าที่จะนำมาปลูกในสวน โดยควรสำรวจพื้นที่รอบบ้านให้แน่ใจว่าสภาพพื้นที่ของบ้านเป็นดินประเภทใด และเหมาะสำหรับการปลูกหญ้าชนิดใดมากที่สุด

เพื่อให้สนามหญ้าของบ้านเป็นพื้นที่สีเขียวที่สวยงามและอยู่คู่มุมสวนของบ้านได้ยาวนานโดยไม่ต้องคอยปลูกใหม่ให้เปลืองงบประมาณ ซึ่งหญ้าที่นิยมนำมาใช้ในการจัดสวนทั่วไปมีอยู่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่

– หญ้านวลน้อย เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย เนื่องจากเป็นต้นหญ้าที่ชอบแสงแดดจัด และทนต่อการเหยีบย่ำได้ดี อีกทั้งยังสามารถดูแลรักษาง่าย และปลูกได้กับทุกสภาพดิน
– หญ้าญี่ปุ่น เป็นต้นหญ้าที่มีใบขนาดเรียวเล็กละเอียด มีสีเขียวเข้มสวยงาม และมักจะขึ้นอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น ทำให้สนามหญ้าของบ้านสวยงามและดูเขียวชอุ่ม แม้จะทนต่อการเหยีบย่ำได้ดี แต่เป็นหญ้าที่ต้องการแสงแดดรำไร และต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ

– หญ้ามาเลเซีย สำหรับมุมสวนของบ้านที่มีบรรยากาศร่มรื่นและไม่ได้เผชิญกับแสงแดดจัดจ้า ก็สามารถเลือกปลูกต้นหญ้าสายพันธุ์มาเลเซียได้ตามความชื่นชอบ เพราะเป็นต้นหญ้าที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม หรือในที่มีแสงแดดรำไร โดยควรหมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

– หญ้าเบอร์มิวด้าหรือหญ้าแพรก คือต้นหญ้าที่สามารถทนต่อการเหยียบย่ำได้ดี เพราะมีความแข็งแรงและสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว ทนต่อแสงแดดจัดและความแห้งแล้งในเวลานานได้ หรือหากมีน้ำขังบนหน้าดิน ต้นหญ้าสายพันธุ์นี้ก็ทนทานได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ปลูกกลางแจ้งมากที่สุด

รดน้ำอย่างถูกวิธี
การปลูกต้นหญ้าให้เจริญเติบโตได้ดีควรมีการรดน้ำอย่างถูกวิธี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการรดน้ำคือช่วงเช้าที่แสงแดดยังไม่จัด เพื่อให้ต้นหญ้าได้รับสารอาหารจากการรดน้ำและนำไปเสริมสร้างการเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในแต่ละครั้งควรรดน้ำอย่างเพียงพอ แต่สำหรับต้นหญ้าที่เพิ่งปลูกใหม่ แนะนำให้รดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง โดยรดน้ำติดต่อกันราว 10 วัน เพื่อให้ต้นหญ้าที่เพิ่งปลูกใหม่ในสวนสามารถฟื้นตัวได้ดี และพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตต่อไป

บำรุงต้นหญ้าหลังการปลูกให้เติบโต
หลังจากปลูกต้นหญ้าในสวนจนสามารถหยั่งรากลงดินได้ดีแล้ว คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการดูแลต้นหญ้าให้เจริญเติบโตและมีความสวยงามอยู่เสมอด้วยการให้อาหารบำรุงดิน โดยในแต่ละเดือนควรมีการใส่ปุ๋ยสำหรับต้นหญ้าเดือนละครั้ง และหลังจากใส่ปุ๋ยควรมีการรดน้ำจนชุ่ม เพื่อให้ปุ๋ยละลายตัวลงดินแล้วต้นไม้จะดูดซับสารอาหารเหล่านั้นเพื่อนำไปใช้ต่อ

ตัดแต่งต้นหญ้าให้สวยงาม
หลังจากปลูกต้นหญ้าไปสักระยะจะเริ่มมีวัชพืชขึ้นแซมมาในบริเวณสวน ซึ่งอาจทำให้เกิดการแย่งสารอาหารจากต้นหญ้าที่ปลูกไว้ แนะนำให้ถอนกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ และควรมีการตัดแต่งต้นหญ้าที่เจริญเติบโตให้มีความยาวของใบที่เหมาะสม โดยควรเว้นระยะความสูงของต้นหญ้าไว้ประมาณ 1 นิ้ว และควรตัดแต่งสวนอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อให้มุมสวนไม่รกรุงรังและมีสภาพเสื่อมโทรมเกินเยียวยา

การจัดสวนหน้าบ้าน อย่างไรไม่ให้กวนใจเพื่อนบ้าน [บอกชื่อต้นไม้]- บ้านและสวน

10 เคล็ดลับ ใน การดูแลรักษา และ ตกแต่งสวน ที่บ้านให้ สวยงามอยู่เสมอ
บ้านที่ไม่มีสวนก็คงเหมือนเมืองที่ไม่มีต้นไม้ ไม่มีมุมพักผ่อนหย่อนใจ และมุมพักสายตา ดังนั้นการออกแบบสวนให้ตรงตามที่เจ้าของบ้านต้องการจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาด้วย ซึ่งการดูแลรักษาและตกแต่งสวนอาจเป็นเรื่องใหญ่ยุ่งยากเพราะต้องดูแลทั้งต้นไม้ ดิน คอยกำจัดวัชพืช คอยรดน้ำ แถมถ้าดูแลไม่ดีสวนก็อาจจะไม่สวยดังใจหวัง แต่ถ้ารู้วิธีการที่ถูกต้องก็จะพบว่าการดูแลสวนไม่ยากอย่างที่คิด ไปดู 10 เคล็ดลับในการดูแลรักษาและตกแต่งสวนกันเลยดีกว่า

เคล็ดลับในการดูแลรักษาและตกแต่งสวน
1. รู้จักเครื่องมือและเลือกใช้ให้เหมาะสม
อุปกรณ์ทำสวนมีหลายอย่าง เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป เช่น พลั่ว คราด กระบวยรดน้ำ กรรไกรตัดแต่งกิ่ง ซึ่งควรมีอุปกรณ์เหล่านี้เตรียมไว้ และต้องรู้จักวิธีเก็บรักษาเพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

2. รดน้ำต้นไม้ช่วงเช้าตรู่
ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นการป้องกันต้นไม้ขาดน้ำในช่วงกลางวันที่แดดแรงแล้วต้นไม้จะคายน้ำออกมามาก การรดน้ำในช่วงเช้าตรู่จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

3. รู้จักเลือกใช้ปุ๋ย
เช่นเดียวกับการที่เราต้องรู้จักเครื่องมือในการทำสวน เราก็ต้องรู้จักปุ๋ยแต่ละชนิดว่าเหมาะสมกับต้นไม้หรือดินแบบไหน ถึงจะบำรุงต้นไม้ได้ถูกต้องเหมาะสม

4. หมั่นพรวนดิน
การดูแลต้นไม้นั้นแน่นอนว่าแค่ใส่ปุ๋ยย่อมไม่พอ ต้องพรวนดินบ่อยๆ ด้วยเพื่อให้ดินร่วนซุยเหมาะแก่การดูดซับน้ำของต้นไม้ ถ้าดินแข็งเกินไปอาจทำให้ต้นไม้ดูดซับน้ำได้ยาก เจริญเติบโตได้ช้า

5. คลุมหน้าดิน
การปลูกต้นไม้คลุมหน้าดินจะช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้น ลดการกัดเซาะของหน้าดิน และลดการเจริญเติบโตของวัชพืช

6. ปลูกพืชล้มลุก
พืชล้มลุกเป็นพืชที่ต้องปลูกให้ถูกช่วงเวลา โดยจะมีอายุอยู่เพียงช่วงสั้นๆ แต่จะช่วยให้สวนมีความชุ่มชื้น สวยงาม

7. ปลูกไม้พุ่ม
สวนที่มีเพียงไม้ยืนต้นหรือหญ้าอย่างเดียวอาจให้ความรู้สึกร่มรื่นไม่เท่ากับสวนที่มีไม้พุ่มด้วย เพราะจะได้มีต้นไม้ที่มีความสูงในระดับที่ลดหลั่นกันไป สร้างความสวยงามมากขึ้นไม่น้อยทีเดียว

8. รู้จักตัดเล็มต้นไม้
การจัดสวนไม่ใช่การนำต้นไม้มาปลูกแล้วจบ ต้องคอยดูแลและตัดแต่งกิ่งไม้ด้วย เพื่อไม่ให้มีกิ่งที่รกรุงรังเกินไป ทั้งนี้ยังช่วยให้มีแสงลอดลงมายังต้นไม้ที่อยู่ด้านล่าง ให้เจริญเติบโตได้เท่าๆ กันด้วย

9. หมั่นตัดหญ้าสม่ำเสมอ
ควรตัดหญ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้สนามหญ้าในสวนยาวรกรุงรัง กลายเป็นแหล่งที่อยู่ของงู สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ โดยการตัดหญ้าต้องตัดให้เหลือความสูงประมาณ 1 นิ้ว

10. สร้างรั้วป้องกันสัตว์เลี้ยง
ถ้าที่บ้านมีสัตว์เลี้ยงควรสร้างรั้วแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าไปขุดหรือคุ้ยเขี่ยสวนจนต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ตาย รวมทั้งป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าไปกินพืชที่อาจมีพิษอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เคล็ดลับการดูแลรักษาและตกแต่งสวนเหล่านี้เป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้รู้วิธีในการดูแลสวนขั้นต้นเท่านั้น ซึ่งต้นไม้แต่ละชนิดต้องการการดูแลรักษาที่แตกต่างกันไป เช่น ต้องการน้ำมาก น้ำน้อย ต้องการแดดแรง แดดอ่อน เป็นต้น การดูแลสวนจึงทุ่มเทและใส่ใจ แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้ไป เราก็จะได้สวนที่สวยงามสมดังใจในที่สุด

การจัดสวน ประดับตกแต่ง อาคารสถานที่ต่าง ๆ แม้ว่า การออกแบบสวน การจัดสวน จะทําให้ผลที่ออกมาสวยงาม เพียงใดก็ตาม หากสวนนั้น ขาดการเอาใจใส่ดูแลรักษา หรือดูแลรักษาไม่ถูกต้อง ความสวยงาม ดังกล่าวก็จะค่อย ๆ สูญเสียไปในที่สุด

การออกแบบสวน เป็นส่วนหนึ่งที่จะทําให้ การดูแลรักษาสวน ง่ายหรือยากได้ หากเจ้าของสถานที่ ไม่มีเวลาที่จะเอาใจใส่ ดูแลรักษาสวนมากนัก ก็ควรจะจัดสวนให้ดูแลรักษาได้ง่าย ใช้พรรณไม้ ที่ไม่ต้องการการดูแลมาก ทนทานต่อ สภาวะแวดล้อม ได้ดี และค่อนข้างเจริญเติบโตช้า แต่ถ้าหากเจ้าของเป็น คนรักธรรมชาติ มีเวลาให้กับสวนได้มาก มีความสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับ พรรณไม้ต่าง ๆ การออกแบบจัดสวน ก็สามารถเลือกใช้ พรรณไม้แปลก ๆ ที่ต้องการการเอาใจใส่ ดูแลรักษามากได้

นอกจากนี้ การออกแบบจัดสวน จะต้องให้สะดวก เหมาะสมกับการเข้าไป ปฏิบัติงาน ในการดูแลรักษา ได้ง่ายด้วย เพราะ การจัดสวน เป็น การจัดวางสิ่งที่มีชีวิต

มีการเจริญเติบโต ต้องการการดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากปล่อยทิ้ง ให้สวนนั้น เจริญเติบโตไปตาม ธรรมชาติ สักระยะหนึ่ง พรรณไม้ต่าง ๆ

จะเจริญเติบโตมากเกินไป สวนที่เคยสวยงามใน ครั้งแรกก็เริ่มเปลี่ยนแปลง เสื่อมสภาพได้ ดังนั้น การดูแลรักษา จึงเป็น สิ่งสําคัญ ที่จะช่วยให้สวนนั้น

คงสภาพ ความสวยงามให้ทนนานที่สุด ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสวนให้คงสภาพนั้น จะเป็นจํานวนเงิน ที่ค่อนข้างมากกว่า การออกแบบจัดสวน

ในปัจจุบัน อาชีพ การดูแลรักษาสวน เป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่สามารถ ทํารายได้ให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้ค่อนข้างมาก

การดูแลรักษาสวน (maintenance) เพื่อให้สวนสวยงาม คงสภาพเดิมนานที่สุด มีวิธีที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

-การตัดแต่งพรรณไม้ (pruning)
-การดูแลบํารุงรักษาสนามหญ้า (lawn maintenance)
-การให้ปุ๋ย (fertilization)
-การป้องกันกําจัดศัตรูพืช (pest control)
-การปรับปรุงสวน (gardening improvement)
ถ้าหากหน้าบ้านหันทางทิศเหนือ หรือ ตะวันออก ปัญหาเรื่องแสงแดดจะน้อย เพราะได้เงาของอาคารช่วยในตอนบ่าย ดังนั้นจะใช้ ต้นไม้ขนาดเล็ก เช่น โมก แก้ว หรือลำดวนก็ได้ หน้าบ้าน เป็นจุดที่ทุกคน ต้องการให้สวย จึงควรจัดเป็นสวนหย่อม และไม่ควรมีต้นไม้ที่ทึบมาก จนมองไม่เห็น หน้าบ้าน หากมีใครไปใครมา และการจัดสวน ที่ให้สีสันบ้างจะให้บรรยากาศต้อนรับแก่ผู้มาเยือน
การทำสนามหน้าบ้าน นอกจากจะให้ความรู้สึกร่มรื่นแล้ว หญ้าจะช่วยเก็บความชุ่มชื้นให้ดิน และช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตดี และให้ความ เย็นแก่ พื้นดิน บริเวณบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบายมากขึ้น ซึ่งทำให้ช่วยลดการใช้แอร์ และพัดลมลงได้ ออกแบบบ้าน